กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ เคลื่อนไหวกรอบ 33.50-34.00 ติดตามผลประชุมดอกเบี้ย
กรุงศรี ประเมินภาพรวมค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ เคลื่อนไหวในกรอบ 33.50-34.00 บาท/ดอลลาร์ ตลาดติดตามผลการประชุมธนาคารกลางประเทศหลักในทั่วโลก ทั้งเฟด อีซีบี บีโอเจ คาดว่าจะคงดอกเบี้ยไว้ในรอบนี้ รวมถึงการประชุม กนง. ของไทย
รายงานข่าวจาก กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ได้ประเมินภาพรวมค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.50-34.00 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยตลาดจะติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ ) ซึ่งคาดว่าจะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ในรอบนี้ แต่มีความเสี่ยงของการส่งสัญญาณเชิงเข้มงวดจากเฟดมีมากที่สุด
โดยเฟดมีแนวโน้มเน้นย้ำว่ายังจำเป็นต้องดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อดึงอัตราเงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมายภายในระยะเวลาที่เหมาะสม ในทางกลับกันการสูญเสียความเชื่อมั่นต่อตราสารหนี้รัฐบาลฝรั่งเศสทำให้อีซีบีระมัดระวังมากขึ้นต่อความเสี่ยงจากการคุมเข้มนโยบายการเงินมากเกินไป
ทั้งนี้ ประเมินภาพรวมสภาวะตลาดการเงินที่ท้าทายจะดำเนินต่อไป ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ในระดับสูง การลดทอนความคาดหวังเชิงบวกต่อการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI รวมถึงรายงานข่าวว่าสหรัฐและอิสราเอลกำลังพิจารณาปฏิบัติการทางทหารเพิ่มเติมต่ออิหร่าน นอกจากนี้ หากราคาทองคำโลกดิ่งลงต่อไป เงินบาทจะอ่อนค่าต่อเนื่อง
สำหรับประเทศไทยที่มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันพุธที่ 28 ต.ค.นี้ ประเมินว่า กนง.จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1.00% แม้ดอกเบี้ยโลกที่สูงขึ้นส่งผลให้เงินบาทผันผวน แต่ กนง.มีแนวโน้มให้น้ำหนักกับเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งยังไม่พบแรงกดดันเงินเฟ้อที่เกิดจากอุปสงค์ในวงกว้างหรือวงจรการปรับขึ้นของค่าจ้างและระดับราคาอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมค่าเงินบาทในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 33.70 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ หลังซื้อขายในกรอบ 33.40-33.70 บาท/ดอลลาร์ เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ ส่วนเงินเยนได้แรงหนุนจากภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ท่ามกลางความกังวลต่อหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI ร่วมกับปัจจัยอัตราดอกเบี้ยและราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง แต่ส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสกับพันธบัตรของประเทศหลักอื่น ๆ ยังคงกว้างขึ้น
สะท้อนว่านักลงทุนสูญเสียความเชื่อมั่นต่อความยั่งยืนด้านการคลังของฝรั่งเศส โดยการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรกำลังทำให้การดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เผชิญความซับซ้อนมากขึ้น หากต้นทุนการกู้ยืมของภาครัฐสูงขึ้นอย่างยืดเยื้อ จะส่งผลให้ภาวะการเงินในยูโรโซนตึงตัว ซึ่งอาจลดความจำเป็นที่อีซีบีต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน
ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นและพันธบัตรไทย 3,014 ล้านบาท และ 9,804 ล้านบาท ตามลำดับ