SMEs ลำพูนขานรับ กขค. คุมเครดิตเทอม จี้ลด VAT เกษตรเหลือ 3%
ผู้ประกอบการ SMEs ลำพูน ขานรับมาตรการ กขค. คุมเข้มค้าปลีกรายใหญ่ รีดระยะเวลา “เครดิตเทอม” สินค้าเกษตรเหลือไม่เกิน 30 วัน เพิ่มสภาพคล่องรับมือเศรษฐกิจซบเซา ผู้ผลิตลำไยอบแห้งตรานกอินทรีย์ ชี้มาตรการนี้มาถูกทาง จี้แก้ปัญหาโครงสร้างภาษี เผยต้องสำรองจ่าย VAT 7% ส่งสรรพากรล่วงหน้าทุกเดือน วอนปรับลด VAT เกษตรเหลือ 3% หรือยืดเวลาจ่ายภาษีเป็น 60 วัน จะช่วยอุ้ม SMEs ให้อยู่รอดได้อย่างยั่งยืน
จากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (กขค.) มีมติเห็นชอบร่างประกาศปรับปรุงเงื่อนไขทางการค้าเกี่ยวกับระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า หรือ “เครดิตเทอม” (Credit Term) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ที่มีรายได้ตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป ต้องชำระเงินค่าสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปขั้นต้นภายใน 30 วัน และสินค้าหรือบริการทั่วไปภายใน 45 วันนั้น
นางสาวกรรณิการ์ ด่านไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ทองพูนฟู้ดส์ ผู้ผลิตและจำหน่ายลำไยอบแห้งตรานกอินทรีย์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เห็นด้วยอย่างมากต่อมาตรการดังกล่าว และอยากให้มีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุดเนื่องจากที่ผ่านมา ภาพรวมเศรษฐกิจอ่อนแอ การกู้ยืมจากสถาบันการเงินเป็นไปอย่างเข้มงวด
ในขณะที่การนำสินค้าไปฝากขายผ่านห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ (Modern Trade) กลับต้องแบกรักษาภาระเครดิตเทอมที่ยาวนานถึง 45 วัน ไปจนถึงเกือบ 60 วันกว่าจะได้เงิน ซึ่งการปรับลดระยะเวลาลงมาเหลือ 30 วัน (สำหรับสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูปที่ไม่ซับซ้อน) จึงเป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องและเงินหมุนเวียนให้แก่ผู้ประกอบการได้จริง
อย่างไรก็ตาม ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ซ้ำเติม SMEs ในปัจจุบัน นอกจากเรื่องเครดิตเทอมที่ยาวนานแล้ว สิ่งที่เป็นภาระหนักและสร้างความเหลื่อมล้ำมาโดยตลอดคือ ระบบการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) ของกรมสรรพากร
“ทุกวันนี้ SMEs ที่ขายสินค้าเข้าห้างใหญ่ ต้องเจอปัญหาเงินค่าสินค้ายังไม่ทันตกถึงมือ แต่สรรพากรกลับบังคับให้นำส่งภาษี VAT 7% ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปทันที กลายเป็นว่าผู้ประกอบการต้องไปควักเงินทุนสำรองมาจ่ายภาษีให้รัฐก่อน เดือนที่แล้วจ่ายไปกว่า 1 แสนบาท และหากจ่ายล่าช้าก็โดนเบี้ยปรับสูงถึง 1.5 เท่า ถือเป็นการซ้ำเติมคนที่พยายามทำถูกต้องในระบบ” นางสาวกรรณิการ์กล่าว

นางสาวกรรณิการ์กล่าวต่อว่า ต้องการยื่นข้อเสนอแนะต่อภาครัฐใน 2 ประเด็นหลัก เพื่อสร้างความเป็นธรรมและส่งเสริมการแปรรูปสินค้าเกษตรในประเทศอย่างแท้จริงคือ
1.ปรับลดอัตรา VAT สินค้าเกษตรเหลือ 3% เนื่องจากสินค้าเกษตรมีอัตรากำไร (Margin) ค่อนข้างต่ำ การจัดเก็บ VAT 7% ทำให้ราคาสินค้าปลายทางสูงขึ้น และผู้บริโภคต้องแบกรับภาระ หากลดลงเหลือ 3% จะช่วยจูงใจให้เกิดการแปรรูปสินค้าเกษตรเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องมากขึ้น
2.ขยายเวลานำส่ง VAT ให้สอดคล้องกับเครดิตเทอม เสนอให้ปรับระยะเวลาการส่งภาษี VAT ออกไปเป็น 60 วัน ให้ตรงกับรอบการวางบิลชำระเงินจริงของห้างร้าน เพื่อให้ SMEs ได้นำเงินค่าสินค้ามาหมุนเวียนก่อน ไม่ต้องจ่ายภาษีล่วงหน้า
นางสาวกรรณิการ์กล่าวต่อว่า หจก.ทองพูนฟู้ดส์ มีกำลังการผลิตลำไยอบแห้งตรานกอินทรีย์ประมาณ 300 ตันต่อปี มีสัดส่วนการส่งออกไปยังต่างประเทศประมาณ กว่า 70% และขายในประเทศผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรดชั้นนำ (ห้างแม็คโคร 20% และห้างโก โฮลเซลล์ 3%) โดยผลิตภัณฑ์ลำไยอบแห้งของ หจก.ทองพูนฟู้ดส์ ที่ขายผ่านโมเดิร์นเทรด เป็นเกรดที่ลูกค้านำไปใช้เพื่อต้มน้ำลำไย ทำน้ำลำไย ขายตามตลาด ร้านค้า หรือร้านรถเข็นขายน้ำเต้าหู้ เป็นต้น โดยเน้นขายเป็นแพ็กแบบโฮลเซลล์ ส่งต่อให้ผู้ค้ารายย่อยนำไปขายต่ออีกทอดหนึ่ง ซึ่งวางจำหน่ายในห้างค้าปลีกขนาดใหญ่อย่างแม็คโคร และโก โฮลเซลล์

