เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
Automotive GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ดูทั้งหมด

อารดา เฟื่องทอง เปิดแผนรับมือวิกฤตค้า ตปท.ปี’68

13 ธ.ค. 2567 | 15:26น.
อารดา เฟื่องทอง
คอลัมน์ : สัมภาษณ์

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศป้ายแดง เพิ่งรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2567

“อารดา เฟื่องทอง” ได้แถลงนโยบายการทำงานของกรมการค้าต่างประเทศ ในปี 2568 ภายใต้สถานการณ์โลกและเศรษฐกิจที่คาดว่าจะมีความรุนแรงขึ้น ทั้งการแข่งขันด้านราคา มาตรการกีดกันต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะนโยบาย “ทรัมป์ 2.0” ของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนใหม่ การกลับมาส่งออกข้าวของอินเดีย และการส่งเสริมการค้าชายแดนและผ่านแดน ตามยุทธศาสตร์ปี 2567-2570 ที่ตั้งเป้าหมายในการเพิ่มมูลค่าให้ได้ที่ 2 ล้านล้านบาทต่อปี หรือขยายตัวที่ 3%

เตรียมมาตรการรับมือทรัมป์ 2.0

การแข่งขันทางการค้าในปี 2568 ภายใต้การกลับมาของนายโดนัลด์ ทรัมป์ เชื่อว่าการแข่งขันจะมีความรุนแรงขึ้น และจะมีการออกมาตรการต่าง ๆ มีความเข้มข้น โดยเชื่อว่าทุกประเทศจะได้รับผลกระทบ รวมถึงประเทศไทย ดังนั้น ประเทศต่าง ๆ จะมีการออกมาตรการปกป้องประเทศ สำหรับประเทศไทยเองจำเป็นจะต้องปกป้องตัวเองและอุตสาหกรรมภายในประเทศให้มากขึ้น

รวมไปถึงผู้ประกอบการ นักธุรกิจต้องยกระดับตัวเอง เพื่อตั้งรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง โดยกรมพร้อมที่จะเป็นตัวแทนในการพูดในเวทีต่าง ๆ เพื่อให้ทุกฝ่าย องค์กร ทุกหน่วยงาน ปกป้องและรักษาอุตสาหกรรมภายในประเทศ

นอกจากนี้ คาดว่าการเคลื่อนย้ายฐานการผลิตเข้ามาในฝั่งเอเชียและอาเซียนจะมีมากขึ้น เช่น ไทย เวียดนาม มาเลเซีย หรือแม้กระทั่งฟิลิปปินส์ จากผลกระทบ ทรัมป์ 2.0 และการที่จะให้ความสำคัญ ปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ เป็นสิ่งจำเป็นที่กรมจะต้องติดตามดูแลและพิจารณามาตรการต่าง ๆ นำออกมาใช้อย่างจริงจังและเหมาะสม เช่น มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด หรือ AD มาตรการปกป้องการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น หรือ เซฟการ์ด มาตรการตอบโต้การอุดหนุน หรือ CVD รวมไปถึงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน หรือ AC

เดินสายดันส่งออกข้าวไทยปี’68

การส่งออกข้าวในปี 2568 กรมมีแผนจะเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศผู้นำเข้า โดยเฉพาะแอฟริกาใต้ สหรัฐอเมริกา ฟิลิปปินส์ และแคนาดา โดยกรมมีแผนที่จะเดินทางเยือนประเทศดังกล่าว เพื่อสานสัมพันธ์การนำเข้าข้าวจากไทยให้มากขึ้น ขณะที่จะยังคงมุ่งรักษาตลาดเดิมด้วย โดยจะหารือกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวในการผลักดันและรักษาตลาดข้าวของไทยไว้

นอกจากนี้จะเร่งกิจกรรมส่งเสริมตลาดข้าวเพื่อยังคงสร้างความประทับใจในมาตรฐาน คุณภาพข้าวไทย ผ่านงานประชุมข้าวนานาชาติ Thailand Rice Convention 2025 ในเดือนพฤษภาคม 2568 รวมถึงการนำผู้ประกอบการข้าวไทย ร่วมงานแสดงสินค้าอาหารหรือไทยเฟคของไทยที่จะมีการจัดทุกปีด้วย และงานแสดงสินค้านานาชาติ อาทิ BIOFACH ANUGA Foodex รวมไปถึงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าข้าวไทย โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ ข้าวพรีเมี่ยม ที่ยังเป็นที่ต้องการของตลาดและผู้นำเข้าในต่างประเทศ

“แต่ต้องยอมรับการทำตลาดข้าวปีหน้าจะเป็นอีกปีที่ค่อนข้างเหนื่อย เพราะมีหลายปัจจัย โดยเฉพาะเรื่องผลผลิต ทั้งของประเทศผู้ผลิต ผู้ส่งออก ผู้นำเข้า และการกลับมาส่งออกข้าวของอินเดีย จะมีผลต่อการแข่งขันราคาที่รุนแรงขึ้น จึงมีโอกาสที่ตัวเลขการส่งออกปีหน้าจะลดลงจากปีนี้ ส่วนเป้าหมายการส่งออกข้าวในปีหน้าบางหน่วยงานมีการประเมินไว้ว่าจะส่งออกข้าวอยู่ที่ 6.7 ล้านตัน อย่างไรก็ดี กรมอยู่ระหว่างหารือกับผู้ส่งออกถึงเป้าหมายการส่งออกข้าวที่ชัดเจน คาดว่าจะสามารถระบุตัวเลขได้ในเร็ว ๆ นี้”

นอกจากนี้ กรมยังเตรียมเดินหน้านโยบายขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี อย่างต่อเนื่อง โดยจะเร่งเปิดโต๊ะเจรจาขายข้าวกับรัฐบาลอินโดนีเซีย และจีน เป็นต้น สำหรับการส่งออกข้าวในปี 2567 ลุ้นไทยส่งออกข้าวทั้งปีได้ 10 ล้านตัน แต่เบื้องต้นคาดว่าการส่งออกเข้าทั้งปีจะทะลุ 9 ล้านตันแน่นอน ซึ่งเป็นผลมาจากประเทศผู้นำเข้ายังคงมีความต้องการนำเข้าข้าวอย่างต่อเนื่อง

เป้าค้าชายแดน โต 2 ล้านล้าน

ด้านการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยในปี 2568 เชื่อว่าจะยังขยายตัวตามยุทธศาสตร์ที่ตั้งเป้าหมายไว้ โดยปี 2567-2570 ตั้งเป้ามูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนโต 2 ล้านล้านบาท หรือขยายตัวเฉลี่ยปีละ 3% ซึ่งกรมพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกและลดปัญหาอุปสรรคการค้าชายแดน-ผ่านแดนอย่างเต็มที่ และหากไม่มีสถานการณ์รุนแรง คาดว่าจะมีมูลค่าการค้าชายแดน-ผ่านแดนในปีหน้า จะอยู่ที่ 1.84 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ กรมมีแผนจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าชายแดนและผ่านแดน 6 ครั้งในเขตพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ระเบียงเศรษฐกิจ เป็นต้น

สำหรับแผนการผลักดันและส่งเสริมการค้าชายแดนและผ่านแดน ตามโครงการมหกรรมการค้าชายแดน ณ จังหวัดเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ปี 2568 มีแผนที่จะดำเนินการทั้งหมด 6 ครั้ง ในพื้นที่จังหวัดเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษและจังหวัดชายแดน หรือระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาค ดำเนินงานและมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลไกความร่วมมืออนุภูมิภาคระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านมาอย่างต่อเนื่อง และปี 2567 ที่ผ่านมาจัดแล้ว 3 ครั้ง ได้แก่ จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดสงขลา

ส่วนสถานการณ์การติดตามการเปิด-ปิดจุดผ่านแดน ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 กระทรวงมหาดไทยออกประกาศเปิดจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา (หนองเอี่ยน-สตึงบท) ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยเป็นการเปลี่ยนสถานะจากจุดผ่านแดนชั่วคราวเพื่อการก่อสร้าง เป็นจุดผ่านแดนถาวร และปิดจุดผ่านแดนถาวรบ้านปากห้วย อ.ท่าลี่ จ.เลย เนื่องจากมีการเปิดใช้งานจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำเหือง ไทย-ลาว บ้านนากระเซ็ง อ.ท่าลี่ จ.เลย ทำให้ไม่มีการใช้งานจุดผ่านแดนถาวรบ้านปากห้วย

ส่งผลให้ปัจจุบัน มีจุดผ่านแดนฝั่งไทยเปิดแล้ว 86 แห่ง จากทั้งหมด 94 แห่ง ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเปิด 73 แห่ง ซึ่งกระทรวงพาณิชย์มีนโยบายสนับสนุนผลักดันการเปิดด่านอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการประสานประเทศเพื่อนบ้านให้เปิดด่านตรงข้ามกับที่ฝั่งไทยเปิดแล้วหรือมีความพร้อมที่จะเปิดด่าน

ส่วนมูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดน ในปี 2567 คาดว่าจะขยายตัวได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ประมาณ 4% ตามอัตราการขยายตัวเฉลี่ยต่อปีที่ตั้งไว้ตามยุทธศาสตร์การค้าชายแดน ที่จะเป็น 2 ล้านล้านบาทในปี’70 หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.77 ล้านล้านบาท

กระตุ้นไทยใช้สิทธิประโยชน์ FTA

ในปี 2568 คาดการณ์แนวโน้มการใช้สิทธิ FTA ของไทยทั้งหมด 12 ฉบับ มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น เป็นผลจากนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมการส่งออกผ่านการใช้สิทธิ FTA และการแข่งขันของการค้าระหว่างประเทศที่มีความเข้มข้น เนื่องจากการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก FTA เป็นการสร้างแต้มต่อให้สินค้าไทยได้เพิ่มมากขึ้น โดยอันดับหนึ่งคาดว่าจะยังคงเป็นตลาดอาเซียน สินค้าที่มีแนวโน้มใช้มากที่สุด เช่น ทุเรียน ที่ส่งออกไปตลาดจีน

“FTA ทั้งหมด 12 ฉบับที่มีอัตราการใช้สิทธิเพิ่มขึ้นในปี 2567 เช่น ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย-เปรู ความตกลงการค้าเสรีไทย-ชิลี ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (ส่งออกไปออสเตรเลียและนิวซีแลนด์) ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน ความตกลงเร่งรัดการลดภาษีไทย-อินเดีย ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-อินเดีย (ส่งออกไปอินเดีย) ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) และความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย”

อย่างไรก็ดี กรมจะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยสร้างแต้มต่อทางการค้าผ่านการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ FTA โดยจัดกิจกรรมเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้สิทธิประโยชน์จาก FTA โดยเฉพาะการอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ในการขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าผ่านระบบการให้บริการด้วยนวัตกรรมดิจิทัลของกรมการค้าต่างประเทศ การเปิดคลินิกให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเกี่ยวกับการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า หรือแม้แต่การอบรมแบบโฟกัสกรุ๊ปให้ความรู้และตอบข้อซักถามเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้สิทธิในแต่ละกรอบ FTA ที่น่าสนใจด้วย