เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
ดูทั้งหมด

ปลดล็อกหนี้ครัวเรือน 9 แสนล้าน ฟื้นกำลังซื้อ-ลุยต่อแก้หนี้ “น็อนแบงก์”

15 ธ.ค. 2567 | 10:01น.
unlock

โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” เดินหน้าเปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้ว ตั้งแต่วันที่ 12 ธ.ค. 2567 ไปจนถึงวันที่ 28 ก.พ. 2568 โดยโครงการนี้ออกมาเพื่อแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน 16 ล้านล้านบาท ที่มีสัดส่วนกว่า 89.6% ของ GDP ที่เริ่มไหลเป็นหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) มากขึ้น ด้วยการแก้ปัญหาหนี้ให้กับประชาชนรายย่อยและธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) ครอบคลุมลูกหนี้รวมจำนวน 2.1 ล้านบัญชี เป็นลูกหนี้ 1.9 ล้านราย และมียอดหนี้รวมประมาณ 8.9 แสนล้านบาท

เดินหน้าแก้หนี้ผ่าน 2 มาตรการ

ทั้งนี้ “คุณสู้ เราช่วย” เป็นความร่วมมือกันของรัฐบาล โดยกระทรวงการคลัง สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงิน (Nonbank) บางแห่ง

ซึ่งประกอบด้วย 2 มาตรการหลัก คือ มาตรการแรก “จ่ายตรง คงทรัพย์” มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่วงเงินไม่สูงมาก ให้สามารถรักษาทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน ทั้งบ้าน รถ และสถานประกอบการไว้ได้ ได้แก่ สินเชื่อบ้าน/บ้านแลกเงิน วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท สินเชื่อเช่าซื้อ/จำนำทะเบียนรถยนต์ วงเงินไม่เกิน 8 แสนบาท สินเชื่อเช่าซื้อ/จำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ วงเงินไม่เกิน 5 หมื่นบาท และสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท

ทั้งหมดนี้ ต้องเป็นสินเชื่อที่ทำสัญญาก่อนวันที่ 1 ม.ค. 2567 เป็นหนี้ที่ค้างชำระ (ณ 31 ต.ค. 2567) เกินกว่า 30 วัน แต่ไม่เกิน 365 วัน หรือเป็นหนี้ที่ไม่ค้างชำระ หรือค้างชำระไม่เกิน 30 วัน แต่เคยมีประวัติการค้างชำระเกิน 30 วัน และได้รับการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2565

กราฟฟิก ปลอดล็อกหนี้

โดยการช่วยเหลือตามมาตรการ “จ่ายตรง คงทรัพย์” คือ จะลดค่างวดเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยปีแรกจะลดค่างวดที่ 50% ปีที่สอง 70% และปีที่สาม 90% โดยจะนำค่างวดทั้งหมดไปตัดเงินต้น ส่วนดอกเบี้ยจะพักไว้ เป็นระยะเวลา 3 ปี และจะยกเว้นทั้งหมดให้ หากลูกหนี้ปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ตลอดสัญญาในช่วงที่อยู่ในมาตรการ

ส่วนมาตรการที่ 2 “จ่าย ปิด จบ” เป็นการช่วยลดภาระหนี้ให้แก่ลูกหนี้บุคคลธรรมดาที่เป็นหนี้เสีย (สถานะ NPL) แต่มียอดคงค้างหนี้ไม่สูง ไม่เกิน 5,000 บาท (ณ 31 ต.ค. 2567) ไม่จำกัดประเภทสินเชื่อ และสามารถเข้าร่วมมาตรการได้มากกว่า 1 บัญชี

โดยลูกหนี้จะต้องเข้ามาเจรจาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ เพื่อชำระหนี้บางส่วน หรือ 10% ของยอดหนี้ค้าง จากนั้นเจ้าหนี้จะปิดบัญชี และสถานะลูกหนี้จะเป็นบัญชีปกติ สามารถเปลี่ยนสถานะการเป็นหนี้ จาก “หนี้เสีย” เป็น “ปิดจบหนี้” และเริ่มต้นใหม่ได้เร็วขึ้น สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้

เงื่อนไขต้องหยุดก่อหนี้ 1 ปี

“สุวรรณี เจษฎาศักดิ์” ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธปท. ระบุว่า มาตรการ “จ่ายตรง คงทรัพย์” กำหนดเงื่อนไขให้ชำระ 50% จะทำให้ลูกหนี้มีสภาพคล่องเหลือในปีแรก และกำหนดให้หยุดก่อหนี้ 1 ปี ซึ่ง 2 เงื่อนไขนี้หากทำได้ จะยกดอกเบี้ยให้ทั้ง 3 ปี แต่หากทำไม่ได้ จะต้องออกจากมาตรการ อย่างไรก็ดี ในส่วนเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอีให้เป็นดุลพินิจของเจ้าหนี้ เนื่องจากอาจจะมีออร์เดอร์เข้ามาระหว่างมาตรการ

ขยับหนี้บ้าน-SMEs ไม่เกิน 5 ล้าน

ขณะที่การที่ขยับวงเงินสินเชื่อบ้าน และสินเชื่อเอสเอ็มอี เป็นไม่เกิน 5 ล้านบาท จากเดิมไม่เกิน 3 ล้านบาทนั้น เนื่องจากในช่วง 5-6 เดือนล่าสุด เห็นตัวเลขหนี้ในกลุ่มหนี้ 3-5 ล้านบาท เริ่มไหลเป็น SM และเอ็นพีแอลมากขึ้น จากก่อนหน้านั้นจะเป็นกลุ่มไม่เกิน 3 ล้านบาทเป็นหลัก ดังนั้น การออกมาตรการ จึงอยากให้จบในครั้งเดียว จึงมีการขยับวงเงินเพิ่มจากเดิม

ดึง “น็อนแบงก์” ร่วมช่วยลูกหนี้

ทั้งนี้ มาตรการจะครอบคลุมลูกหนี้ ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ และกลุ่ม Nonbank ที่เป็นบริษัทลูกของธนาคารพาณิชย์ รวมทั้งสิ้น 45 แห่ง

อย่างไรก็ดี ในระยะต่อไป จะมีผู้ประกอบธุรกิจกลุ่ม Nonbank อื่น ๆ เข้ามาให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม ซึ่งอาจมีรายละเอียดที่แตกต่างไป เพื่อร่วมกันผลักดันให้การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนเดินหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรมในวงกว้างและครอบคลุมลูกหนี้ได้มากขึ้น

“สุวรรณี” กล่าวด้วยว่า สำหรับลูกหนี้ที่ชำระดีนั้น ธปท. อยู่ระหว่างผลักดันให้สถาบันการเงินพิจารณาให้สินเชื่อด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง ตามความเสี่ยงที่ลดลง

กสิกร หนุนแก้หนี้ประคองลูกค้า

นายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ทิศทางเศรษฐกิจไทยมีสัญญาณในทางที่ดีขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่จากวิกฤตต่าง ๆ ที่ต่อเนื่องยาวนานมาหลายปีอาจทำให้ลูกค้ามีสภาพคล่องทางการเงินลดลง เห็นได้ชัดจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งธนาคารกสิกรไทยมีความห่วงใยและพยายามให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด

“ในครั้งนี้ธนาคารมีความยินดีร่วมโครงการ ‘คุณสู้ เราช่วย’ เพื่อช่วยประคับประคองลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจจนกว่าจะผ่านพ้นสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ไปได้ ซึ่งเมื่อลงทะเบียนสำเร็จ ธนาคารจะเริ่มติดต่อลูกค้าตั้งแต่ 2 ม.ค. 2568 เป็นต้นไป”

คลังลุยเฟส 2 เติมเงิน 1 ล.ล้าน

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่า รัฐบาลมีโจทย์ที่จะช่วยเหลือเป็นเฟส 2 ในการเติมเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจที่มั่นใจว่าจะเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งระยะต่อไปรัฐบาลจะพิจารณาเติมเงินเข้าไปช่วยผู้เข้าไม่ถึงสินเชื่อที่อยู่ในชนบทผ่านกลไกแบงก์รัฐ เกือบ 1 ล้านล้านบาท ส่วนธนาคารพาณิชย์ จะมีการหารือร่วมกันอีกครั้ง เพื่อหาแนวทางดำเนินนโยบายการให้สินเชื่อผ่อนปรน

ผลบวกต่อภาค อสังหา-ยานยนต์

ด้าน “ธนวรรธน์ พลวิชัย” อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า มาตรการพักชำระดอกเบี้ย และเงินต้น จะทำให้ธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์และยานยนต์ฟื้นตัวได้ดีขึ้น สินทรัพย์บ้านและรถยนต์ราคาจะไม่ลดลงจากปัญหาการถูกขายทอดตลาด ขณะที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีก็จะสามารถประคองธุรกิจต่อไป และรักษาการจ้างงานโดยไม่ปลดคนงาน เนื่องจากธนาคารพาณิชย์จะผ่อนปรนการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น

จากทั้งหมดนี้ แม้ว่ามาตรการจะไม่ได้ทำให้หนี้ครัวเรือนลดลงทันควัน แต่จะช่วยแก้ปัญหาหนี้เสียในระบบ ให้ลูกหนี้กลับมาหายใจได้อีกครั้ง และมีโอกาสที่จะฟื้นแล้วเดินต่อไปได้นั่นเอง