เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

หนุน “สปอร์ตทัวริสซึ่ม” สร้างรายได้สู่ “เมืองรอง-ท้องถิ่น”

06 ส.ค. 2560 | 16:25น.

จากการที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน “แอร์ เรซ วัน เวิลด์ คัพ ไทยแลนด์ 2017” ที่สนามบินอู่ตะเภา จังหวัดชลบุรี ในวันที่ 17-19 พฤศจิกายนนี้ หลายฝ่ายได้คาดการณ์กันว่า นอกจากจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงกีฬา หรือ “สปอร์ตทัวริสซึ่ม” ของเขตพัฒนาการท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศไทยแล้ว ยังถือเป็นอีเวนต์สำคัญที่ช่วยเปิดตัวสนามบิน “อู่ตะเภา” ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในระดับนานาชาติอีกด้วย

“กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บอกว่า ทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้ประเมินว่า ตลอดการแข่งขัน “แอร์ เรซ วัน” ในครั้งนี้จะมีนักท่องเที่ยวที่ติดตามการแข่งขัน รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจากหลากหลายประเทศมาเมืองไทยไม่ต่ำกว่า 1 แสนคน และมีเม็ดเงินสะพัดกว่า 400 ล้านบาท จึงได้มอบหมายให้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดทำแพ็กเกจท่องเที่ยวเพื่อจูงใจให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา มีจำนวนวันพักในไทยนานขึ้น โดยเพิ่มจาก 3 คืน เป็น 7 คืนให้ได้ โดยจะเน้นโปรโมตเส้นทางเชื่อมโยงจุดหมายใน 4 จังหวัดภาคตะวันออก สอดรับกับเป้าหมายกระจายเม็ดเงินท่องเที่ยวไปยังแหล่งท่องเที่ยวเมืองรอง

นอกจากนี้ ไทยยังเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพการจัดแข่งขัน “โมโต จีพี” ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2561-2563 โดยการแข่งขันในปีแรกจะจัดขึ้นในเดือนตุลาคมปีหน้า ซึ่งทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ก็คาดการณ์ว่างานนี้จะช่วยสร้างรายได้ให้ภาคการท่องเที่ยวของไทยอีกไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท และยังช่วยสร้างความคึกคักและเม็ดเงินสะพัดแก่ “ภาคอีสาน” ในภาพรวมด้วย

และจากเป้าหมายที่รัฐบาลเตรียมประกาศให้ปี 2561 ให้เป็น “ปีแห่งการท่องเที่ยวไทย” นั้น หนึ่งในภารกิจสำคัญของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ “การกระจายรายได้” ภาคการท่องเที่ยวสู่ “เมืองรอง” และ “ชุมชน” มากขึ้น โดยเครื่องมือสำคัญที่กระทรวงหมายมั่นนำมาโปรโมต คือ การนำเมนูอาหารท้องถิ่นในแต่ละชุมชนมาพัฒนาและต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนไม่น้อยกว่า 5% จากรายได้ปัจจุบัน

โดยที่ผ่านมา “พีทีที โกลบอล เคมิคอล” ได้จัดโครงการ “เชฟชุมพล สร้างเชฟชุมชน” นำนายชุมพล แจ้งไพร ผู้เชี่ยวชาญเมนูอาหารไทย คัดเลือกสุดยอดเชฟชุมชนในจังหวัดระยองแล้ว ซึ่งภาคตะวันออกจะเป็นภาคแรกที่นำร่องการทำตลาดท่องเที่ยวเชิงอาหาร หรือ แกสโตรโนมี่ ทัวริสซึ่ม เพื่อกระตุ้นผลเชิงเศรษฐกิจมากขึ้น เพราะมีความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน ทั้งตัวจุดหมายหาดทรายชายทะเลที่ได้รับความนิยมอยู่แล้ว รวมถึงแหล่งวัตถุดิบ เช่น สวนผลไม้ และความพร้อมของชุมชนต่าง ๆ อาทิ ชุมชนหมู่บ้านน้ำเชี่ยว จังหวัดตราด และตลาดจีนโบราณชากแง้ว จังหวัดชลบุรี ที่องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ได้เข้าไปเตรียมความพร้อมของชุมชนไว้แล้ว

ขณะที่ “พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์” ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เสริมว่า ภายในสัปดาห์นี้ กระทรวงจะเปิดตัวเรื่องการท่องเที่ยวโดยชุมชน ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของปีแห่งการท่องเที่ยวไทย 2561 โดยได้เตรียมดึงกิจการเพื่อสังคม หรือ โซเชียลเอ็นเตอร์ไพรส์)เข้าไปสนับสนุนชุมชน เพราะ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจเองได้ยืนยันว่า พร้อมจะสนับสนุนทุกมาตรการที่ลงไปในชุมชน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อู่ตะเภา เมืองรอง