สารัชถ์ รัตนาวะดี
ไม่เกินความคาดหมาย เมื่อบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ได้รับการประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ปี 2567 ในระดับสูงสุด AAA กลุ่มทรัพยากร (Resources) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืนปีที่ 6
จากการจัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีไทย ประจำปี 2567 โดย Forbes สารัชถ์ รัตนาวะดี มหาเศรษฐีธุรกิจพลังงานและโทรคมนาคมอยู่อันดับที่ 5 ของประเทศไทย โดยมีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งในปีนี้เขามีความมั่งคั่งถึง 9.2 พันล้านเหรียญ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 3 แสนล้านบาท
อีกทั้งยังครองบัลลังก์แชมป์เศรษฐีหุ้นไทยเป็นปีที่ 6 จากการจัดอันดับเศรษฐีหุ้นไทย โดยวารสารการเงินธนาคาร ร่วมกับอาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
หุ้นที่สารัชถ์ถือครองในปี 2567 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 240,341.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49,513.84 ล้านบาท หรือคิดเป็น 25.95%
สำหรับหุ้นที่สารัชถ์ถือครอง ประกอบด้วย หุ้น GULF ในสัดส่วน 35.81% สูงเป็นอันดับ 1 บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC ผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงที่เป็นบริษัทลูกของไทยยูเนี่ยน 0.67% และบริษัท ร็อคเทค โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ ROCTEC บริษัทในเครือบีทีเอส กรุ๊ป ที่ให้บริการด้านงานระบบครบวงจร 4.89%
ทั้งนี้ ตลอด 6 ปีของการครองแชมป์เศรษฐีหุ้นไทย มูลค่าหุ้นที่สารัชถ์ถือครองอยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาทต่อเนื่องทุกปี จนมาในปี 2567 มูลค่าหุ้นที่ถือครองได้พุ่งขึ้นสูงสุดอยู่ที่ 240,341.89 ล้านบาท
การประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ปี 2567 GULF คว้าคะแนนในระดับสูงสุด “AAA” กลุ่มทรัพยากร (Resources) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดย GULF ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืนต่อเนื่องเป็นปีที่ 6
เนื่องจากมีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกมิติ พร้อมปรับตัวให้เข้ากับแนวโน้มของโลก และการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว โดยเดินหน้านโยบายและแนวทางปฏิบัติลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้เป้าหมายการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593
พร้อมเพิ่มสัดส่วน “พลังงานหมุนเวียน” ให้มีไม่น้อยกว่า 40% ของการผลิตทั้งหมด ภายในปี 2578 เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวมและสังคมคาร์บอนต่ำ
การประเมินหุ้นยั่งยืนครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัท ในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ภายใต้กรอบการกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหารความเสี่ยงอย่างครอบคลุม และการนำข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social, Governance : ESG) มาดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน