เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

บิ๊กธุรกิจจี้รัฐ ‘ปิดจ่ายใต้โต๊ะ’ ชูกฎหมายใหม่ Super License ใบเดียวจบ

10 มิ.ย. 2569 | 07:25น.

เปิดวาระ 3 สมาคมผู้นำธุรกิจเอกชน ชงรัฐสางปัญหากฎหมายทำธุรกิจ-อุตสาหกรรม-ส่งออก 7 กลุ่มเป้าหมาย รวม 7,600 ฉบับ “ปกรณ์” รองนายกฯกฎหมาย นัดถก 10 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล สั่งสำนักงาน ก.พ.ร.เตรียมพร้อมออกกฎหมายลูก รอ พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกประกาศราชกิจจานุเบกษา ออกแบบตั๋วพิเศษ Super License ขออนุญาตใบเดียวจบครบทุกขั้นตอน สภาอุตสาหกรรมฯ แห่หนุนปลดล็อก พ.ร.บ.โรงงาน ขั้นตอนยุ่บยั่บ ธุรกิจโรงแรมหวังรวบ 20 ใบเหลือใบเดียว ผู้ส่งออกทางเรือตั้ง 5 วาระสางกติกาลดต้นทุนแฝงพันล้าน

รื้อกฎหมาย 7,600 ฉบับ

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงเป้าหมายการรับฟังข้อเสนอภาคเอกชนจากคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) และสมาคมธนาคารไทย ในวันที่ 10 มิ.ย. เกี่ยวกับการแก้กฎหมายลำดับรองเพื่อขจัดอุปสรรคต่อการขับเคลื่อนประเทศไทย ว่า การหารือดังกล่าวสืบเนื่องจากที่ประชุมร่วมกับผู้นำภาคเอกชนเมื่อ 15 พ.ค. รัฐบาลต้องการรับฟังข้อเสนอต่าง ๆ ของเอกชน เพื่อนำมาช่วยทำให้การขับเคลื่อนภาคธุรกิจ
คล่องตัวมากขึ้น

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จุดประสงค์ในการนัดผู้นำภาคเอกชนทั้งหมดมาหารือ เพื่อประโยชน์ต่อรัฐบาลและธุรกิจ รวมถึงการเตรียมความพร้อมใช้พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. …. ซึ่งอยู่ในระหว่างรอมีผลบังคับใช้ ขณะนี้ได้ซักซ้อมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เตรียมพร้อมบังคับใช้กฎหมายลูกฉบับต่าง ๆ อาทิ การออกใบอนุญาต Super License การแก้ปัญหาความซ้ำซ้อนในการยื่นเอกสารประกอบธุรกิจ

ทั้งนี้ ในการหารือรอบแรก ประเด็นที่ภาคธุรกิจเอกชนต้องการให้รัฐบาลแก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรค ตามแผนงาน Reinvent Thailand ของ กกร. เน้นใน 7 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ประกอบด้วย เกษตร ยานยนต์ สื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ สุขภาพ ท่องเที่ยว ค้าปลีก และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่อยากให้รัฐบาลผลักดัน เพราะเอกชนมองว่าจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศ

กฎกระทรวงตัดขั้นตอนทำธุรกิจ

ฉะนั้นหลังรับฟังความเห็นและข้อเสนอภาคเอกชน รัฐบาลจะมาทบทวนสแกนกฎกระทรวง กฎหมายลำดับรอง ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดประมาณ 7,600 กว่าฉบับ ว่าตรงกับปัญหาของภาคเอกชนเรื่องใด จากนั้นจะนำไปรับฟังความคิดเห็นต่อสาธารณะ ก่อนสรุปรายละเอียดให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการแก้ไขกฎกระทรวงของตัวเอง

รองนายกฯ ด้านกฎหมายชี้ว่า กรณีนี้ถ้าให้หน่วยงานรัฐสแกนกฎหมายที่เกี่ยวข้องเองคำตอบก็อาจจะไม่มีปัญหา ฉะนั้นต้องให้เอกชนที่เป็นผู้บังคับใช้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาเพื่อแก้ไขได้อย่างตรงจุด “กฎหมายที่ต้องดำเนินการ คือเรื่องการอนุมัติ อนุญาตการประกอบธุรกิจ ทำให้ขั้นตอนเร็วขึ้น อาจนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อลดใช้ดุลพินิจให้น้อยที่สุด”

ส่วนความชัดเจนระยะเวลาดำเนินการนั้น นายปกรณ์ระบุว่า ถ้าเป็นไปตามไทม์ไลน์หากวันที่ 10 มิ.ย.นี้ได้การบ้านจากภาคเอกชน หลังจากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนรับฟังความคิดเห็นสาธารณะประมาณ 1 เดือนตามกฎหมาย ถ้าได้ข้อสรุปเดือนถัดไปจะเสนอ ครม. ก่อนเข้าสู่กระบวนการให้หน่วยงานต่าง ๆ นำไปแก้ไขพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประมาณ 2 เดือน ภาพรวมไม่เกิน 4 เดือนน่ามีความชัดเจน

ใช้ Super License ใบเดียวจบ

ภายหลังจากที่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชนฉบับใหม่ ซึ่งผ่านเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และวุฒิสภา (สว.) อยู่ระหว่างการประกาศในราชกิจจานุเบกษา

หลักการสำคัญคือ เปิดทางให้ใช้ระบบอนุญาตหลัก หรือ Super License ในกิจการที่ต้องขออนุญาตจากหลายหน่วยงาน ที่เมื่อได้รับใบอนุญาตหลักแล้วให้ถือว่าได้รับใบอนุญาตรองที่เกี่ยวข้องตามเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อลดปัญหาผู้ประกอบการต้องเดินเอกสารหลายหน่วยงาน และให้มีศูนย์รับคำขอกลาง เพื่อรับคำขอและส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

“กฎหมายนี้จะทำให้การขออนุญาตดำเนินธุรกิจคล่องตัวรวดเร็วขึ้น ส่วนการเตรียมความพร้อมบังคับใช้ ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เตรียมกฎหมายลูกพร้อมแล้ว เมื่อได้ข้อมูลจากภาคเอกชน กกร. จะนำมาพิจารณาประกอบดูว่าข้อเสนอ กับกฎหมายที่จะดำเนินการอะไรตรงกันบ้าง” รองนายกฯ กล่าว

นายปกรณ์ย้ำว่า หลักการใบอนุญาต Super License ต้องพิจารณาว่าธุรกิจใดต้องขออนุญาตหลายใบ เช่น โรงแรม โรงงาน ก็จะได้ไม่ต้องขออนุญาตซ้ำซ้อน การออกใบอนุญาตจะออกในครั้งเดียวไป ไม่ต้องมาขอซ้ำซ้อน สาเหตุที่ต้องรับฟังข้อเสนอภาคเอกชนเพราะรัฐบาลนี้ต้องการฟังเสียงจากผู้ใช้จริง หากให้ภาครัฐพิจารณาฝ่ายเดียวอาจจะไม่ตรงกับความต้องการและแก้ปัญหาไม่ตรงจุด

เปิดช่องคู่สัญญารัฐปรับราคา

สำหรับกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 พ.ค. เห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบกลุ่มคู่สัญญาภาครัฐที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ผ่อนผันวิธีคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ หรือค่า K เป็นการชั่วคราว จะครอบคลุมธุรกิจใดบ้าง

รองนายกฯ ปกรณ์ยืนยันว่า มติ ครม.ดังกล่าวครอบคลุมกับทุกเรื่องของภาคเอกชนขนาดเล็กและใหญ่ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง เพราะรัฐบาลมองว่าค่าก่อสร้างที่เป็นต้นทุนการก่อสร้างมีการปรับตัวสูงขึ้นมาก ซึ่งสถานการณ์ต่าง ๆ ปรับเปลี่ยนไปหมด พร้อมย้ำว่าคำสั่งดังกล่าวไม่เจาะจงเฉพาะโครงการใดโครงการหนึ่ง

ส่วนภาคเอกชนจะนำวิกฤตนี้มาเป็นข้ออ้างในการยกเลิกหรือยื่นสัญญาหรือไม่ มือกฎหมายรัฐบาลกล่าวว่า เอกชนทุกบริษัทเล็กและใหญ่สามารถยื่นเรื่องเข้ามาได้ ไม่มีการปิดกั้น ไม่เช่นนั้นจะถูกมองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ แต่ท้ายที่สุดจะต้องยื่นคำขอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการคู่สัญญาเจ้าโครงการที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาให้ความเห็นต่อไป

เปิดวาระเอกชนถกรองนายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วาระการปฏิรูปกฎหมาย ที่คาดว่าผู้นำภาคเอกชนจะหารือร่วมกับรองนายกรัฐมนตรี อาทิ การรวบรวมกฎหมายลำดับรอง ระเบียบ และประกาศที่เป็นปัญหา การคัดกรองกฎระเบียบที่ซ้ำซ้อนหรือไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ การปรับปรุงขั้นตอนออกใบอนุญาตของรัฐให้มีความคล่องตัวมากขึ้น และการใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ช่วยในการอนุมัติ อนุญาต และติดตามสถานะคำขอของภาคธุรกิจ เพื่อลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ เพิ่มความโปร่งใส และลดความเสี่ยงจากการทุจริตคอร์รัปชั่น

และวาระผลักดันแนวคิด “Super License” หรือระบบใบอนุญาตพวง สำหรับกิจกรรมทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกัน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถขออนุญาตผ่านกระบวนการเดียว แทนการติดต่อหลายหน่วยงานและยื่นเอกสารซ้ำหลายครั้ง ขณะเดียวกันภาครัฐและเอกชนจะร่วมกันพิจารณาการกำกับดูแลบางกิจการ จากระบบ “ต้องรออนุญาตก่อนดำเนินการ” ไปสู่ระบบ “ตรวจสอบภายหลัง” หรือ Post Audit ในกิจการที่มีความเสี่ยงต่ำ เพื่อให้ภาคธุรกิจเดินหน้าได้รวดเร็วขึ้น

การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนงาน Reinvent Thailand ของภาคเอกชน ที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยปรับโครงสร้างกฎระเบียบ ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น และยกระดับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจให้แข่งขันได้ เตรียมความพร้อมเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ภายในปี 2571

สรท.จี้แก้กฎลดต้นทุนส่งออก

นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย หรือ สรท. เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาคเอกชนเห็นด้วยกับการทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจกว่า 7,000 ฉบับ เนื่องจากปัจจุบันผู้ประกอบการไทยต้องแข่งขันในตลาดโลกที่มีแรงกดดันสูง ขณะที่ต้นทุนการดำเนินธุรกิจของไทยยังอยู่ในระดับสูงจากข้อกำหนดและขั้นตอนราชการจำนวนมาก

รัฐบาลควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกกับการลดขั้นตอนการอนุญาต และการยกเลิกกฎระเบียบที่ซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงานรัฐ เพราะเป็นต้นทุนที่กระทบธุรกิจทุกขนาดและทุกอุตสาหกรรม สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการไม่ใช่เพียงการแก้ไขกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ แต่ต้องรวมถึงการทบทวนกฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ และขั้นตอนการอนุญาตต่าง ๆ ที่ซ้ำซ้อน ซึ่งเป็นภาระที่ภาคธุรกิจต้องเผชิญในทางปฏิบัติ

จัด 5 กลุ่ม กม.เร่งปฏิรูป

สำหรับข้อเสนอของภาคผู้ส่งออกต่อการปฏิรูปกฎหมายและกฎระเบียบ แบ่งเป็น 5 กลุ่มสำคัญ กลุ่มแรก คือ กฎหมายและระบบการอนุญาต หรือ Licensing ที่ซ้ำซ้อนต้องยื่นเอกสารชุดเดิมซ้ำหลายครั้ง และใช้เวลารออนุมัตินาน เกิดต้นทุนทางการเงินและเสียโอกาสทางธุรกิจ จึงเสนอให้ภาครัฐใช้ระบบ One Stop Service อย่างแท้จริง ใช้หลัก “ยื่นครั้งเดียว ใช้ได้ทุกหน่วยงาน” และผลักดันแนวทาง Super License สำหรับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกัน

กลุ่มที่สอง คือ กฎหมายศุลกากรและการค้าระหว่างประเทศ ลดขั้นตอนการตรวจซ้ำ ใช้ระบบ Digital Document 100% ขยายการยอมรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ข้ามหน่วยงาน และเพิ่มระบบ Post Audit แทนการตรวจทุกกรณีก่อนส่งออก

กลุ่มที่สาม คือ กฎหมายแรงงานและการจ้างงานต่างด้าว เนื่องจากหลายอุตสาหกรรมกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะภาคการผลิต เกษตรแปรรูป โลจิสติกส์ และอาหาร ต้องการลดขั้นตอนการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว รวมระบบอนุญาตทำงานและวีซ่าให้อยู่ในระบบเดียว เปิดให้ดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด

กลุ่มที่สี่ คือ กฎหมายสิ่งแวดล้อมและการอนุมัติโครงการลงทุน ข้อเสนอคือ กำหนดกรอบระยะเวลาการพิจารณาอนุมัติของภาครัฐ หรือ Service Level Agreement (SLA) ลดการพิจารณาซ้ำซ้อน ใช้ระบบดิจิทัลในการติดตามสถานะ และกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน

กลุ่มที่ห้า คือ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจดิจิทัลและข้อมูล เนื่องจากธุรกิจจำนวนมากกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ Digital Economy แต่กฎหมายยังไม่สอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจใหม่ จึงเสนอให้เร่งปรับปรุงกฎหมายธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ กฎหมายลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ระบบ Digital ID และ Digital Documentation

ขอรัฐเปิดทางพลังงานสะอาด

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ให้รัฐบาลทบทวนกฎหมายด้านพลังงาน ปลดล็อกข้อจำกัดการซื้อขายไฟฟ้าสะอาดแบบ Direct PPA ระหว่างเอกชน ปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าและกฎเกณฑ์ที่ทำให้ต้นทุนพลังงานสูง ทบทวนกติกาที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนพลังงานหมุนเวียน

ปรับกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างหนุนสินค้าไทย ยกเลิกกฎหมายที่ล้าสมัยและเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ เช่น พ.ร.บ.โรงงานและกฎกระทรวงที่เกี่ยวกับการขออนุญาตโรงงาน ลดขั้นตอนการขออนุญาตตั้งโรงงาน ขยายโรงงาน และเปลี่ยนแปลงเครื่องจักร จำเป็นต้องลดการขออนุญาตซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงานรัฐ

ผ่อนคลายกฎเกณฑ์การจ้างแรงงานต่างด้าว ลดข้อจำกัดการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือ ปรับปรุงกระบวนการ EIA/EHIA ให้รวดเร็วขึ้น ลดความซ้ำซ้อนของการอนุมัติ

ส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ที่ขอให้ปรับกฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน เพื่อดึงดูดอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น AI, ดาต้าเซ็นเตอร์, เซมิคอนดักเตอร์, พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมดิจิทัล ลดข้อจำกัดที่ไม่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจ

โรงแรมตีปีกรอ พ.ร.บ.บังคับใช้

นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า Super License ทุกฝ่ายเห็นด้วย หากประกาศใช้จะเป็นผลดีและสามารถอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการอย่างมาก เนื่องจากปัจจุบันการเปิดให้บริการแห่งหนึ่งต้องมีใบอนุญาตมากกว่า 10-20 ใบอนุญาต และแต่ละใบมีวันหมดอายุไม่ตรงกันทำให้เกิด “สุญญากาศ” ในช่วงรอการตรวจเพื่อต่ออายุ

โดยกฎหมายใหม่จะเน้นการตรวจให้เรียบร้อยตั้งแต่ครั้งแรก หากผ่านแล้วควรได้ใบอนุญาตทั้งหมด การต่ออายุในอนาคตจะใช้วิธีชำระเงินแล้วถือว่าต่ออายุได้เลย ส่วนการตรวจมาตรฐานจะตามมาทีหลัง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมี Super License แต่ในทางปฏิบัติก็ยังมีความกังวลเรื่องความซับซ้อน เพราะใบอนุญาตบริการต่าง ๆ อยู่ภายใต้การดูแลของหลายกระทรวงและหน่วยงาน เช่น กรมการปกครอง, กระทรวงสาธารณสุข, พลังงาน, สำนักงานเขต ฯลฯ

เช่นเดียวกับ นายวรพล อึ่งตระกูล ประธานฝ่ายกฎหมายสมาคมโรงแรมไทย และเหรัญญิกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ ที่กล่าวว่า หลังจากมีการโปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ ต้องมีการออกกฎหมายลูก (พระราชกฤษฎีกา) เพื่อระบุรายละเอียดว่าจะมีใบอนุญาตตัวใดบ้างที่จะถูกรวมเข้ามาเป็นซูเปอร์ไลเซนส์ตามนโยบายใหม่ของรัฐบาล

สมาคมโรงแรมไทยต้องรีบเข้าไปหารือกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เพื่อตั้งคณะทำงานร่างกฎหมายลูกทันที หลังจากที่กฎหมายมีผลบังคับใช้

“ระบบใบอนุญาต Super License ภายใต้กฎหมายใหม่ ผู้ประกอบการโรงแรมสามารถขออนุญาตที่เดียวและรวมทุกใบอนุญาตไว้ในใบเดียว จะช่วยอำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนที่ซับซ้อนได้อย่างมาก”

ต้นทุนซ้ำซ้อนพันล้าน

นายวรพลกล่าวด้วยว่า สมาคมโรงแรมไทยทำงานร่วมกับหอการค้าไทยเพื่อนำเสนอแผนการปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ เตรียมหารือกับรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ในการประชุม 10 มิ.ย. นี้ อาทิ กรณีที่โรงแรมต้องส่งรายชื่อแขกที่เข้าพักให้หน่วยงานราชการซ้ำซ้อนกันถึง 2 หน่วยงานในทุกวัน ซึ่งสมาคมเสนอให้หน่วยงานภาครัฐแชร์ข้อมูลระหว่างกันเองเพื่อลดภาระ ลดต้นทุนแฝง เสียเวลาจัดเตรียมเอกสาร ซึ่งหากรวมทั้งอุตสาหกรรมแล้วอาจมีมูลค่าความเสียหายถึงหลักพันล้านบาท

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กฎหมาย ธุรกิจ