Skip to content

คปภ. ยกระดับกำกับ “บริษัทประกัน” เสี่ยงฐานะอ่อนแอ

30 ธ.ค. 2567 | 10:30น.
คปภ. ยกระดับกำกับ “บริษัทประกัน” เสี่ยงฐานะอ่อนแอ

สำนักงาน คปภ. ยกระดับมาตรการกำกับดูแลเชิงป้องกัน กรณี “บริษัทประกันภัย“ มีฐานะหรือการดำเนินการอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน เพิ่มความเข้มข้นยก 2 ประกาศ ใช้มาตรการทางกฎหมายเข้าแทรกแซง แก้ไขได้ทันทีที่พบเหตุโดยไม่ต้องรอให้เกิดความเสียหาย หรือยับยั้งความเสียหายไม่ให้ลุกลามบานปลาย มีผลบังคับตั้งแต่ 24 ธ.ค.67

นายโสรัจจ์ แรกสกุลชัย ผู้ช่วยเลขาธิการ สายตรวจสอบ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า คปภ. โดยสายตรวจสอบได้บูรณาการร่วมกับ นายจอม จีระแพทย์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สายกฎหมายและคดี และสายงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับปรุงประกาศนายทะเบียน เรื่อง กำหนดกรณีที่ถือว่าบริษัทประกันชีวิต/ประกันวินาศภัย มีฐานะหรือการดำเนินการอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย พ.ศ. 2557 และได้นำเสนอ นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. ในฐานะนายทะเบียน

พิจารณาออกประกาศนายทะเบียน เรื่อง กำหนดกรณีที่ถือว่าบริษัทประกันวินาศภัยมีฐานะหรือการดำเนินการอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย พ.ศ. 2567 และประกาศนายทะเบียน เรื่อง กำหนดกรณีที่ถือว่าบริษัทประกันชีวิตมีฐานะหรือการดำเนินการอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย พ.ศ. 2567

ทั้งนี้ เพื่อกำหนดกรอบการใช้ดุลพินิจตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย และมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม แล้วแต่กรณีให้ครอบคลุมและเกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยประกาศฯ ทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว เริ่มมีผลให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2567 เป็นต้นไป

การปรับปรุงประกาศนายทะเบียนทั้ง 2 ฉบับ เป็นการกำหนดกรณีตัวอย่างของพฤติการณ์ การกระทำ หรือการดำเนินการของบริษัทประกันภัย ซึ่งสำนักงาน คปภ. เน้นใช้มาตรการเชิงป้องกันเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อฐานะการเงิน หรือการดำเนินการของบริษัทประกันภัยที่อาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน

ในขณะเดียวกันเพื่อเป็นการยกระดับในการกำหนดมาตรการแทรกแซงเชิงป้องกันในแต่ละกรณีให้เหมาะสมสอดคล้องกับมาตรา 52 ของกฎหมายประกันวินาศภัยและมาตรา 53 ของกฎหมายประกันชีวิต โดยมีผลใช้บังคับกับทุกบริษัท ไม่มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติ และยังสอดคล้องกับกติกาการกำกับดูแลที่เป็นสากล โดยมีการปรับปรุงให้ครอบคลุมกรณีตัวอย่าง

เช่น กรณีที่ให้ถือว่าบริษัทมีฐานะหรือการดำเนินการอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายให้ครอบคลุมไปถึงการกระทำของกรรมการ ผู้จัดการ และบุคคล ซึ่งมีอำนาจกระทำการแทนบริษัทด้วย กรณีที่บริษัท กรรมการ ผู้จัดการ บุคคลซึ่งมีอำนาจกระทำการแทนบริษัท ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สั่งให้ชี้แจงข้อเท็จจริง

หรือส่งเอกสารหลักฐานเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบกิจการและฐานะการเงินของบริษัทโดยไม่มีเหตุอันควร หรือชี้แจงข้อเท็จจริงอันเป็นเท็จ หรือส่งเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จ ตลอดจนกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา ครอบคลุมไปถึงผู้ใช้และผู้สนับสนุน และให้ถือว่า

สำนักงาน คปภ. เป็นผู้เสียหายในกรณีนี้ด้วย กรณีที่บริษัทประกันภัยหยุดรับประกันภัยหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนายทะเบียนนี้โดยไม่มีเหตุอันควร และกรณีบริษัทประกันภัยมีผลการประกอบการขาดทุนและมีเหตุอันสมควรคาดได้ว่า บริษัทนั้นไม่อาจดำรงเงินกองทุนได้ตามกฎหมาย ทั้งนี้ ไม่ว่าบริษัทประกันภัยจะดำรงไว้ซึ่งเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์ หนี้สิน ภาระผูกพันหรือความเสี่ยงตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เป็นต้น

ทั้งนี้ หากปรากฏหลักฐานตามกรณีข้างต้น นอกจากนายทะเบียนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ คปภ. จะมีคำสั่งให้บริษัทประกันภัยแก้ไขฐานะหรือการดำเนินการแล้ว ให้มีอำนาจสั่งห้ามรับประกันภัยรายใหม่ หรือสั่งให้ถอดถอนกรรมการหรือบุคคล ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทประกันภัยได้ด้วย

ทั้งนี้ การออกประกาศดังกล่าวจะไม่กระทบต่อผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน แต่จะเป็นการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ทั้งยังเป็นมาตรการที่จะทำให้ฐานะการเงินของบริษัทมีความมั่นคง แข็งแรง มากยิ่งขึ้น

ผู้ช่วยเลขาธิการ สายตรวจสอบ กล่าวด้วยว่า การออกประกาศนายทะเบียนทั้ง 2 ฉบับ เป็นการมองไปข้างหน้าและเป็นมาตรการการกำกับดูแลเชิงป้องกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลของสำนักงาน คปภ. ที่สอดคล้องกับบทบัญญัติของกฎหมาย

ทั้งในส่วนมาตรา 52 ของกฎหมายว่าด้วยประกันวินาศภัยและมาตรา 53 ของกฎหมายว่าด้วยประกันชีวิตกับทั้งเป็นการปรับปรุงเพื่อให้ตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมประกันภัย หากตรวจสอบแล้วปรากฏหลักฐานที่เข้าเงื่อนไขตามกรณีตัวอย่างดังกล่าว

สำนักงาน คปภ. สามารถยกระดับและเพิ่มความเข้มข้นในการใช้มาตรการทางกฎหมายเข้าแทรกแซงให้บริษัทประกันภัยได้แก้ไขหรือปรับปรุงได้ทันทีที่พบเหตุโดยไม่ต้องรอให้เกิดความเสียหาย หรือยับยั้งความเสียหายไม่ให้ลุกลามบานปลายจนกระทบต่อผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน

“ประกาศนายทะเบียนทั้ง 2 ฉบับนี้ นอกจากจะเป็นกรอบการใช้อำนาจที่มีความชัดเจนเป็นมาตรฐานสอดคล้องกติกาการกำกับสากล ไม่เลือกปฏิบัติแล้ว ยังจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจของบริษัทประกันภัยที่มีฐานะการเงินที่มั่นคง น่าเชื่อถือรวมถึงมีการดำเนินการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพ ทั้งยังเป็นการช่วยส่งเสริมและเสริมสร้างความมั่นคงให้บริษัทประกันภัยให้สามารถแก้ไขฐานะการเงินและการดำเนินการให้เกิดความมั่นคง ยั่งยืน และน่าเชื่อถือ

รวมถึงบริษัทประกันภัยได้ทราบกรอบการกำกับดูแลล่วงหน้า นอกจากนี้ ยังเป็นการเสริมสร้างและช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นของผู้เอาประกันภัยและประชาชนในการทำประกันภัยเพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงและต่ออุตสาหกรรมประกันภัยอีกด้วย” ผู้ช่วยเลขาธิการ สายตรวจสอบ กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คปภ. บริษัทประกันภัย