เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยศชนัน ชี้ หน้าที่ ก.พ.ร.ประเมินยุบ ป.ย.ป. เผย ที่ผ่านมา ปรับบทบาทเชื่อมทุนวัฒนธรรม-สานต่อกฎหมายคั่งค้าง
Politics ยศชนัน ชี้ หน้าที่ ก.พ.ร.ประเมินยุบ ป.ย.ป. เผย ที่ผ่านมา ปรับบทบาทเชื่อมทุนวัฒนธรรม-สานต่อกฎหมายคั่งค้าง
ราคาทองวันนี้ (4 ส.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณ 65,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ส.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณ 65,050 บาท
ยศชนัน ยันรัฐบาลเป็นปึกแผ่น ปัดข่าวจับขั้ว ‘เขียว-แดง’ ชี้ทำงาน ‘อนุทิน’ ดี
Politics ยศชนัน ยันรัฐบาลเป็นปึกแผ่น ปัดข่าวจับขั้ว ‘เขียว-แดง’ ชี้ทำงาน ‘อนุทิน’ ดี
ดับฝันคุมธุรกิจส่งด่วน? ดองเค็ม พ.ร.บ.ไปรษณีย์ อายุ 100 ปี ข้าม 2 รัฐบาล
Politics ดับฝันคุมธุรกิจส่งด่วน? ดองเค็ม พ.ร.บ.ไปรษณีย์ อายุ 100 ปี ข้าม 2 รัฐบาล
สิริพงศ์ เร่งประสาน สกมช. สอบปมทะเบียนรถ-ข้อมูลส่วนตัวหลุดจากกรมขนส่งทางบก
Politics สิริพงศ์ เร่งประสาน สกมช. สอบปมทะเบียนรถ-ข้อมูลส่วนตัวหลุดจากกรมขนส่งทางบก
นายกฯ เปิดเวทีธุรกิจไทย-อินโดนีเซีย ดัน 4 ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจขยายตลาดภูมิภาค
Politics นายกฯ เปิดเวทีธุรกิจไทย-อินโดนีเซีย ดัน 4 ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจขยายตลาดภูมิภาค
FETCO ชี้นักลงทุนทุกกลุ่มมองตลาดหุ้นไทย ‘ร้อนแรง’-หุ้นแบงก์โดดเด่น
Finance FETCO ชี้นักลงทุนทุกกลุ่มมองตลาดหุ้นไทย ‘ร้อนแรง’-หุ้นแบงก์โดดเด่น
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังทรัมป์ส่งสัญญาณชะลอการโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่อีกครั้ง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังทรัมป์ส่งสัญญาณชะลอการโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่อีกครั้ง
TRUE ชี้แจงปม ‘China Mobile’ จ่อขายหุ้นบริษัท ยันตรวจสอบแล้วแค่ปรับพอร์ต พร้อมยืนยันถือระยะยาว
Finance TRUE ชี้แจงปม ‘China Mobile’ จ่อขายหุ้นบริษัท ยันตรวจสอบแล้วแค่ปรับพอร์ต พร้อมยืนยันถือระยะยาว
ทองคำแกว่ง “Sideways” ดีลสหรัฐ–อิหร่านยังคลุมเครือ แนวรับสำคัญยัง 4,000 ดอลลาร์
Finance ทองคำแกว่ง “Sideways” ดีลสหรัฐ–อิหร่านยังคลุมเครือ แนวรับสำคัญยัง 4,000 ดอลลาร์
ดูทั้งหมด

“เพาเวอร์มอลล์-สปอร์ตมอลล์” รุกหนัก ชิง Easy E-Receipt โต 20% สวนเศรษฐกิจ

04 ม.ค. 2568 | 14:27น.
power mall

เพาเวอร์มอลล์รุดชิงเม็ดเงิน Easy E-Receipt ลากยาวงานอิเล็คทรอนิก้า ถึงสิ้น ก.พ. พร้อมเสริมโปรโมชั่น-การตลาดเต็มสูบ ด้านสปอร์ตมอลล์ เดินสายอัพเกรดพื้นที่งามวงศ์วาน-ท่าพระ พร้อมดึงแบรนด์ใหญ่เปิดตัวสินค้า ชิงโพซิชั่นผู้นำร้านสินค้ากีฬา ตั้งเป้าปี’68 โต 20% ต่อเนื่อง

นายรัชตะ สุทธาพัฒน์ธานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริหารสินค้า POWER MALL, SPORTS MALL, BETREND, WATCH GALLERIA และ KIDS’ PLANET บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าไอทีช่วงต้นปี 2568 นี้ มีแนวโน้มคึกคัก ด้วยแรงหนุนจากโครงการ Easy E-Receipt ที่กระตุ้นให้กลุ่มผู้มีเงินเดือนประจำตัดสินใจจับจ่ายช่วง 16 ม.ค.-28 ก.พ. 68 และสภาพอากาศซึ่งคาดว่าจะร้อน ทำให้มีดีมานด์เครื่องปรับอากาศตามมาในช่วงหน้าร้อน

อย่างไรก็ตาม สภาพตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าไอทีตลอดทั้งปี 2568 นั้น หากประเมินจากเงื่อนไขปัจจุบันอาจทรงตัวหรือเติบโตเล็กน้อย โดยต้องจับตาปัจจัยลบที่ต่อเนื่องและอาจเกิดขึ้นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสภาพเศรษฐกิจไทยและโลกที่ยังชะลอตัว, สงครามการค้า, สงครามในยุโรป-ตะวันออกกลาง นโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาคนล่าสุด เป็นต้น

ส่วนตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าไอทีปี 2567 ที่ผ่านมา ณ ข้อมูลล่าสุดช่วง 10 เดือน (ม.ค.-ต.ค. 67) ตลาดมีมูลค่าประมาณ 240,000 ล้านบาท เติบโตประมาณ 1-2% จากช่วงเดียวกันเมื่อปี 2566 เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจ และหลายกลุ่มสินค้ายังไม่มีนวัตกรรมใหม่มากระตุ้นให้ผู้บริโภคอัพเกรด

สำหรับตลาดสินค้ากีฬาปี 2568 คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจากเทรนด์สปอร์ตไลฟ์สไตล์หรือการแต่งตัวด้วยชุดกีฬาซึ่งเข้มข้นขึ้นอีก แบรนด์กีฬาหลายแบรนด์จะส่งสินค้าแนวไลฟ์สไตล์ออกมาเยอะขึ้น ขณะที่กระแสสุขภาพที่ยังแรง และดีมานด์สินค้ากอล์ฟมีแนวโน้มฟื้นตัว หลังปี 2567 คาดว่าตลาดสินค้ากีฬาเติบโตประมาณ 20% ด้วยแรงหนุนจากกระแสสุขภาพ และโอลิมปิกที่กระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาเล่นกีฬาตามนักกีฬาที่ตนชื่นชอบ โดยมีเพียงสินค้ากอล์ฟที่ได้รับผลกระทบจากการอ่อนค่าของเงินเยน

ชิงเม็ดเงิน Easy E-Receipt

นายรัชตะกล่าวต่อไปว่า สำหรับยุทธศาสตร์ปี 2568 ของกลุ่มธุรกิจภายใต้การดูแลนั้น ยุทธศาสตร์สำหรับช่วง 2 เดือนแรกจะเป็นการชิงเม็ดเงินในช่วงโครงการ Easy E-Receipt ที่จะจัดระหว่าง 16 ม.ค.-28 ก.พ. 68 ซึ่งเชื่อว่าผู้บริโภคจะพร้อมจับจ่ายสินค้ากันอย่างคึกคักไม่น้อยกว่าโครงการปีที่ผ่านมา เนื่องจากกลุ่มผู้มีเงินเดือนต้องการตัวช่วยลดหย่อนภาษี รวมถึงเห็นสัญญาณการชะลอจับจ่ายแบบกะทันหันตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธันวาคม 2567 หลังเริ่มมีกระแสข่าวโครงการออกมา แม้ช่วง 2 สัปดาห์แรกจะคึกคัก สะท้อนถึงการวางแผนของผู้บริโภค

โดยยุทธศาสตร์ช่วงโครงการ Easy E-Receipt นั้นจะโฟกัสการชิงผู้บริโภคจากคู่แข่ง ด้วยการใช้อีโคซิสเต็มของเครือเดอะมอลล์ เช่น M Card, M Point และอื่น ๆ เป็นผลประโยชน์เสริมให้ผู้บริโภครู้สึกคุ้มค่าที่จะมาช็อปในเดอะมอลล์ ร่วมกับโปรโมชั่นราคา และการสื่อสารถึงสินค้าและร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ

หนึ่งในอีเวนต์ไฮไลต์ คือ งาน “เพาเวอร์มอลล์ อิเล็คทรอนิก้า” THE GREAT CELEBRATION นวัตกรรมแห่งความสุข ช็อปสนุกสิ้นปี ซึ่งจะจัดแบบลากยาวกว่า 3 เดือน ตั้งแต่เมื่อเดือนธันวาคม 2567 ไปจนถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ POWER MALL เดอะมอลล์, เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ทุกสาขา, เอ็มโพเรียม และพารากอนดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ทั้งนี้เพื่อให้ครอบคลุมตลอดระยะเวลาโครงการ และเทศกาลต่าง ๆ อย่างวันเด็ก และตรุษจีน ด้วย

นอกจากนี้จะมีอีเวนต์ต่าง ๆ เสริมด้วย เช่น ตรุษจีน ซึ่งเริ่มวางแผนมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนธันวาคม 2567 แล้ว โดยจะมีการประกาศรายละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้คาดว่าโครงการ Easy E-Receipt’68 น่าจะกระตุ้นการจับจ่ายได้ 25-30% ซึ่งน้อยกว่าปี’67 เล็กน้อย เนื่องจากวงเงินที่ลดลงเหลือ 30,000 บาท แต่ทั้งนี้ต้องจับตาสถานการณ์จริงอีกครั้ง

ทั้งนี้ตั้งเป้าการเติบโตของเพาเวอร์มอลล์ในปี 2568 ไว้ที่ 20% เช่นเดียวกับปี 2567 ซึ่งได้รับแรงผลักดันจากหมวดสินค้าทำความเย็น

“ในช่วงโครงการ Easy E-Receipt ผู้บริโภคพร้อมที่จะซื้อสินค้าอยู่แล้วโดยเฉพาะช่วง 2 สัปดาห์สุดท้าย ดังนั้นจุดสำคัญคือการจูงใจให้ผู้บริโภคมาซื้อในช่องทางของบริษัท โดยสินค้าที่คาดว่าจะมีความต้องการสูง อาทิ มือถือตัวแพง, ลู่วิ่ง, อุปกรณ์กอล์ฟ, นาฬิกาข้อมือ, ทีวี 75 นิ้วขึ้นไป ฯลฯ”

ปั้นสปอร์ตฮับ เพิ่มอีเวนต์ 2 เท่า

อีกยุทธศาสตร์สำคัญยังคงเป็นการดึงแบรนด์สินค้ามาจัดงานเปิดตัวในพื้นที่ทั้งเพาเวอร์มอลล์, สปอร์ตมอลล์, บีเทรนด์ ฯลฯ โดยเฉพาะในสาขาพารากอน เพื่อให้เป็นแม็กเนตดึงดูดกลุ่มผู้ที่ต้องการสินค้ารุ่นใหม่ล่าสุด, แฟนของแบรนด์ ไปจนถึงนักสะสม พร้อมกับสร้างการรับรู้และย้ำโพซิชั่นผู้นำด้านช่องทางจำหน่ายสินค้าของแต่ละวงการทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้ากีฬา และอื่น ๆ

ด้วยการจัดสรรพื้นที่ในสไตล์ Shop in Shop เพื่อให้แต่ละแบรนด์มีพื้นที่สำหรับจัดแสดงสินค้า-ทำการตลาดได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันผู้บริโภคจะสามารถเลือกและเปรียบเทียบสินค้าได้ง่ายขึ้นจึงช่วยเพิ่มประสบการณ์ในการช็อปปิ้งให้ดีขึ้นด้วย

ในปี 2568 นี้จะเดินสายปรับพื้นที่สปอร์ตมอลล์ในสาขาต่าง ๆ ให้เป็น Shop in Shop เช่น เดอะมอลล์ฯ งามวงศ์วาน, เดอะมอลล์ฯ ท่าพระ ส่วนสาขาพารากอนใกล้แล้วเสร็จ พร้อมกับปั้นให้เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ เป็นสปอร์ตฮับ รวมถึงเพิ่มจำนวนกิจกรรมให้มากขึ้นเป็น 2 เท่าทั้งการเปิดตัวสินค้าใหม่ และกิจกรรมเกี่ยวกับกีฬา

เชื่อว่าปี 2568 นี้ สปอร์ตมอลล์จะเติบโตตามตลาดสินค้ากีฬาเช่นเดียวกับปี 2567 โดยนอกจากสินค้าวิ่งแล้ว สินค้าแบดมินตัน และกอล์ฟ เป็นอีก 2 กลุ่มที่จะเติบโตดี

ส่วนบีเทรนด์จะโฟกัสกับการจับกระแสต่าง ๆ ให้ทันไม่ว่าจะเป็นสินค้าคอลแลบส์ กล่องสุ่ม ฯลฯ เพื่อนำสินค้านั้น ๆ เข้ามาวางจำหน่าย ส่วนวอตช์ แกลเลอเรีย จะเน้นนาฬิการะดับลักเซอรี่ ราคาระดับ 100,000 บาทขึ้นไป ซึ่งยังมีดีมานด์สูงต่อเนื่อง