เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เอกนิติ สั่งรับมือมวลน้ำเจ้าพระยา เตือนน้ำเพิ่ม 0.5-1.5 เมตร กระทบ 6 อำเภออยุธยา
News เอกนิติ สั่งรับมือมวลน้ำเจ้าพระยา เตือนน้ำเพิ่ม 0.5-1.5 เมตร กระทบ 6 อำเภออยุธยา
Big Bad Wolf Books 2026 ขนหนังสือกว่าล้านเล่มจัดเทศกาล-นิยายโตเท่าตัว
Biz Movement Big Bad Wolf Books 2026 ขนหนังสือกว่าล้านเล่มจัดเทศกาล-นิยายโตเท่าตัว
ปปง.ยึดทรัพย์ ‘หมอบุญ’ เพิ่ม 1,799 ล้าน – ชงอัยการริบทรัพย์ เครือข่ายพนัน ‘ชนนพัฒฐ์’
Business ปปง.ยึดทรัพย์ ‘หมอบุญ’ เพิ่ม 1,799 ล้าน – ชงอัยการริบทรัพย์ เครือข่ายพนัน ‘ชนนพัฒฐ์’
ราคาทองวันนี้ (22 ก.ย. 69) ร่วงลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ก.ย. 69) ร่วงลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,850 บาท
เปิดบัญชีทรัพย์สิน ‘ยศชนัน’ 347 ล้าน เงินฝาก 109 ล้านบาท ที่ดิน 28 แปลง
Politics เปิดบัญชีทรัพย์สิน ‘ยศชนัน’ 347 ล้าน เงินฝาก 109 ล้านบาท ที่ดิน 28 แปลง
Melody of Life 17 ดนตรีคือภาษารักษ์โลก จัดใหญ่ 16-18 ต.ค. นี้
SD Melody of Life 17 ดนตรีคือภาษารักษ์โลก จัดใหญ่ 16-18 ต.ค. นี้
SCB WEALTH – ฮั่วเซ่งเฮง มองทองคำปลายปีนี้มีโอกาสแตะ 5,000 USD/ออนซ์
Finance SCB WEALTH – ฮั่วเซ่งเฮง มองทองคำปลายปีนี้มีโอกาสแตะ 5,000 USD/ออนซ์
เอกนิติ มั่นใจยังบริหารน้ำภาคกลางได้ แผนรับมือฝนมากผันลงคลองสาขา
Politics เอกนิติ มั่นใจยังบริหารน้ำภาคกลางได้ แผนรับมือฝนมากผันลงคลองสาขา
สรุปรายละเอียด ‘ไทยช่วยไทยพลัส 60/40’ เฟส 2 แจก 1,000 บาท 2 เดือน
Economic สรุปรายละเอียด ‘ไทยช่วยไทยพลัส 60/40’ เฟส 2 แจก 1,000 บาท 2 เดือน
รัฐบาลแจงปมตีตก พ.ร.บ.THACCA เสี่ยงซ้ำซ้อน-เพิ่มภาระงบ ควรปรับปรุงก่อน
Politics รัฐบาลแจงปมตีตก พ.ร.บ.THACCA เสี่ยงซ้ำซ้อน-เพิ่มภาระงบ ควรปรับปรุงก่อน
ดูทั้งหมด

เอกนิติ สั่งรับมือมวลน้ำเจ้าพระยา เตือนน้ำเพิ่ม 0.5-1.5 เมตร กระทบ 6 อำเภออยุธยา

22 ก.ย. 2569 | 16:03น.

เอกนิติ นั่งหัวโต๊ะประชุมรับมืออุทกภัยภาคกลาง หลังปรับการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา 1,000-1,300 ลบ.ม./วินาที คาดระดับน้ำเพิ่ม 0.5-1.5 เมตร กระทบพื้นที่ลุ่มต่ำ 6 อำเภออยุธยา พร้อมเร่งพร่องน้ำและเตรียมรับฝนหนัก

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคกลาง เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคกลาง ครั้งที่ 2/2569 เพื่อติดตามการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์และแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง รวมถึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน

นายเอกนิติ เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีหลายจังหวัดที่ประสบอุทกภัย โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 18 – 20 กันยายน 2569 ได้เกิดฝนตกหนักหลายพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่ลุ่มทั่วประเทศ โดยภาคกลางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งได้มีการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำฝน – น้ำท่า

ล่าสุดได้มีการปรับการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตรา 1,000 – 1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงจากปัจจุบันประมาณ 0.5 – 1.5 เมตร ส่งผลกระทบต่อบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ใน 6 อำเภอของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ อำเภอเสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และอำเภอบางไทร

การประชุมในวันนี้ จึงเป็นการร่วมติดตามสถานการณ์พร้อมร่วมเสนอแนวทางการบูรณาการการทำงาน เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยของภาคกลาง โดยเฉพาะการวางแผนแก้ไขปัญหา ทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาวให้ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้อยที่สุด

ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับดำเนินการเชิงรุก โดยให้กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับเกณฑ์ควบคุมปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ให้ยืดหยุ่นตามเส้นทางพายุและข้อมูลคาดการณ์สภาพอากาศล่วงหน้า 7–15 วัน พร้อมเร่งพร่องน้ำในลำน้ำสายหลักและคลองสาขาในพื้นที่ภาคกลางตอนล่างก่อนช่วงฝนตกหนัก เพื่อเพิ่มพื้นที่รับน้ำและลดความเสี่ยงน้ำล้นตลิ่ง

นอกจากนี้ ให้กระจายการระบายน้ำผ่านระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างสมดุล เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พร้อมตรวจสอบความแข็งแรงของคันกั้นน้ำ กระสอบทราย และประตูระบายน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดแนว

รวมถึงเตรียมเครื่องสูบน้ำ เครื่องจักรกลสาธารณภัย และเจ้าหน้าที่ให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยหากเกิดสถานการณ์วิกฤตให้เร่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก โดยยึดหลักประชาชนเป็นที่ตั้ง ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี

“หน่วยพยากรณ์ต้องอัปเดตสถานการณ์ให้เร็ว ติดตามสถานการณ์ปริมาณน้ำ ปริมาณฝน และการผันน้ำในพื้นที่ โดยบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นทางเพื่อให้มีข้อมูลชุดเดียวกันวางแผนบริหารจัดการน้ำ สร้างความตระหนักในการแก้ไขสถานการณ์ รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนรับทราบข้อมูลการแจ้งเตือนภัยและสถานการณ์น้ำในพื้นที่ อย่างต่อเนื่อง” นายเอกนิติ กล่าว

นายเอกนิติ ระบุเพิ่มเติมว่า ได้มอบหมายสำนักงานชลประทานที่ 10 และ 12 เตรียมการผันน้ำในพื้นที่ พร้อมสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง จัดทำ Check List เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ อาทิ การจัดเตรียมอุปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัย สิ่งของช่วยเหลือ รวมไปถึงการจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อรองรับประชาชนในพื้นที่ ที่สำคัญจะต้องสื่อสารไปยังประชาชนในพื้นที่ทราบอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง ซึ่งเป็นการดำเนินการเชิงรุกก่อนเกิดภัย

ขณะที่ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธานกรรมการฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้หน่วยปฏิบัติวางแผนบริหารจัดการน้ำตามสภาพอากาศและปริมาณฝนที่คาดว่าจะตกลงในพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดที่อยู่ใต้สถานี C.2 ที่จังหวัดนครสวรรค์ลงมา

เนื่องจากพื้นที่ต้องรับมวลน้ำจากภาคเหนือมารวมกับมวลน้ำที่มาจากแม่น้ำสะแกกรัง ที่จะไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยา เพื่อรับมือก่อนที่เกิดสถานการณ์ให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการหน่วงน้ำและผันน้ำออกทางด้านฝั่งซ้ายและขวา เข้าทุ่งรับน้ำ โดยพื้นที่นั้นจะต้องไม่มีบ้านเรือนประชาชน เพื่อลดผลกระทบของประชาชนที่จะได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยในพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา โดยเฉพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และสุพรรณบุรี รวมไปถึงการวางแผนเรื่องพื้นที่เพาะปลูก และการเกษตร เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการฯ จะนำแนวทางข้อสั่งการไปประสานบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเดินหน้ามาตรการเชิงรุกบริหารจัดการน้ำภาคกลาง ตามแนวทางของคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคกลาง เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับการดูแลจากภัยพิบัติ