ธปท.ดีเดย์ “Stablecoin” เงินบาทลุยจัดระเบียบ “ธุรกิจแลกเงิน” สกัดทุนเทา
ธปท. ดีเดย์ประกาศใช้เกณฑ์ THB Stablecoin มี.ค. 2570 เผยระยะแรกอาจจะกำหนดผู้ออกเหรียญ 2 รายก่อนชี้ช่วยรองรับการทำธุรกรรมช็อปปิ้ง-เทรดคริปโตฯ “Ethereum-Bitcoin” สะดวกขึ้น พร้อมเดินหน้าจัดระเบียบ “ธุรกิจแลกเปลี่ยนเงิน” ยกระดับสกัดทุนเทา-คอร์รัปชั่น ลุยจัดการ “เศรษฐกิจสีเทา” ที่มีสัดส่วนถึง 13% ของ GDP
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. มีกำหนดประกาศหลักเกณฑ์การออกเหรียญสเตเบิลคอยน์อ้างอิงเงินบาท (THB Stablecoin) ในเดือน มี.ค. 2570 ปัจจุบันอยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อเอกสารหลักการ (Principle Paper Hearing) โดยได้ขยายระยะเวลารับฟังความคิดเห็นรอบที่ 2 จากเดิม 10 วัน เป็น 30 วัน ตามคำเรียกร้องของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง หลังจากสรุปความคิดเห็นแล้ว จะนำมาจัดทำร่างหลักเกณฑ์และเปิดรับฟังความคิดเห็นอีกครั้งก่อนประกาศใช้
สำหรับ THB Stablecoin กำหนดให้มีมูลค่า 1 ต่อ 1 กับเงินบาท และมีสินทรัพย์รองรับเต็มจำนวน เพื่อไม่ให้เกิดการเพิ่มปริมาณเงินในระบบโดยไม่มีสินทรัพย์รองรับ โดยมีเป้าหมายเป็นจุดพักเงินของนักลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลที่ขายคริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) เช่น บิตคอยน์ (Bitcoin) หรืออีเธอเรียม (Ethereum) แต่ยังไม่ต้องการแปลงเงินกลับเป็นเงินบาทเข้าบัญชีธนาคารทันที สามารถนำเงินมาพักไว้ใน THB Stablecoin ซึ่งมีมูลค่าเทียบเท่ากับเงินบาท แทนการใช้เหรียญอ้างอิงเงินตราต่างประเทศ เช่น USDT
ซึ่งในระยะต่อไป THB Stablecoin ยังสามารถนำไปใช้กับการชำระเงิน การโอนเงินข้ามระบบ และการตั้งเงื่อนไขให้ระบบดำเนินการจ่ายเงินโดยอัตโนมัติ (Programmable Money)

ทั้งนี้ ธปท. ได้กำหนดให้มีการกำกับดูแล THB Stablecoin แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ผู้ออกเหรียญ (Issuer) และผู้ให้บริการกระเป๋าเงินดิจิทัล (Wallet Provider) โดยในช่วงแรกอาจจำกัดจำนวนผู้ออกเหรียญไว้ประมาณ 2 ราย เพื่อควบคุมคุณภาพและดูแลเสถียรภาพของระบบ ก่อนพิจารณาขยายจำนวนผู้เล่นในอนาคต ตามแนวทางของฮ่องกงและสิงคโปร์
“Thai Baht Stablecoin จะมี 2 ฝั่ง คือ ฝั่งที่เป็นตัว Issuer กับฝั่งที่เป็น Wallet Provider โดยฝั่งของ Issuer ก็อาจจะมีจำนวนจำกัด อย่างที่เล่าก็ประมาณ 2 ราย จะได้ก็เหมือนฮ่องกง เหมือนสิงคโปร์ ที่ให้มีจำนวนน้อยรายไปก่อน ควบคุมคุณภาพก่อน แล้วก็ 1 ต่อ 1 กับเงินบาท จะได้ไม่เป็นการเพิ่มปริมาณเงิน ปริมาณการใช้อาจจะไม่มากนักในช่วงแรก แต่จะค่อย ๆ เพิ่ม เพราะคือพัฒนาการเชิงระบบชำระเงินของประเทศไทย”
นายวิทัยกล่าวต่อว่า THB Stablecoin ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการปราบปรามเงินเทา แต่เป็นการพัฒนานวัตกรรมระบบการชำระเงิน ส่วนการตรวจสอบ USDT ที่ ธปท. ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นมาตรการสกัดกั้นเงินเทา หลังพบปริมาณการซื้อขาย USDT ในไทยสูงผิดปกติ จึงต้องตรวจสอบและกำกับดูแลการนำไปใช้ในกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย โดยทั้งสองเรื่องเป็นคนละมาตรการกัน
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดหลักเกณฑ์การกำกับดูแล THB Stablecoin ของ ธปท. มีทั้งกำหนดให้เหรียญมีมูลค่าอ้างอิงเงินบาทในอัตรา 1 ต่อ 1 และมีสินทรัพย์หนุนหลังเต็มจำนวน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบการชำระเงิน ลดต้นทุน และรองรับธุรกรรมบนเทคโนโลยีบัญชีแยกประเภทแบบกระจายศูนย์ (Distributed Ledger Technology: DLT) การแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน (Tokenization) การทำธุรกรรมได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ ตลอดจนการชำระราคาและส่งมอบสินทรัพย์พร้อมกันทันที (Atomic Settlement)
ทางด้านผู้ออกเหรียญ (Issuer) ต้องรับผิดชอบการออกเหรียญ การไถ่ถอนคืน และการรักษามูลค่าของเหรียญ โดยต้องมีเงินฝากเป็นสินทรัพย์หนุนหลัง 100% กำหนดให้ผู้ถือสามารถไถ่ถอนคืนได้ในอัตรา 1 ต่อ 1 ภายใน 1 วันทำการ และห้ามจ่ายดอกเบี้ยแก่ผู้ถือเหรียญ นอกจากนี้ ต้องเปิดเผยข้อมูลจำนวนเหรียญและเงินฝากที่ใช้หนุนหลัง ใช้งานได้เฉพาะผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ผ่านกระบวนการรู้จักลูกค้า (KYC) และต้องมีกลไกระงับหรือทำลายเหรียญเมื่อพบการใช้งานที่ผิดกฎหมาย
ขณะที่ผู้ให้บริการกระเป๋าเงินดิจิทัล (Wallet Provider) มีหน้าที่เก็บรักษา โอน และรับชำระเหรียญ โดยต้องดูแลสินทรัพย์ของลูกค้าอย่างปลอดภัย ตรวจสอบตัวตนผู้ใช้บริการทุกราย และอนุญาตให้โอนเหรียญได้เฉพาะระหว่างกระเป๋าเงินที่ผ่าน KYC พร้อมจัดเก็บบันทึกธุรกรรมให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ มีกลไกดูแลผู้ใช้บริการเมื่อเกิดปัญหา และไม่ให้บริการแก่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในต่างประเทศ
“เวลาคนช็อปปิ้งหรือเทรดคริปโตเคอร์เรนซี เวลาเขาขายสินทรัพย์ออกมา เช่น ขาย Bitcoin หรือ Ethereum มา เขาก็ไม่เหมือนคนรุ่นเราที่ขายหุ้นแล้วได้เงินเข้าบัญชีธนาคาร เพราะเขาอาจไม่ต้องการ Convert เป็นเงินบาททันที จึงต้องหาที่พักเงิน ซึ่งวันนี้เขาต้องไป USDT แต่การมี Thai Baht Stablecoin จะทำให้ผู้ซื้อขายสามารถขาย Ethereum หรือ Bitcoin แล้วนำเงินมาพักซื้อ Thai Baht Stablecoin ได้ เพราะมีมูลค่าเทียบเท่ากับเงินบาท 1 บาท”
ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทย (ตามบัญชีรายได้ประชาชาติ) จะเป็นเศรษฐกิจในระบบประมาณ 65% ขณะที่เศรษฐกิจนอกระบบมีขนาดใหญ่ถึง 48% ของ GDP แบ่งเป็นส่วนที่อยู่ใน GDP 35% กับเศรษฐกิจสีเทาที่ไม่อยู่ใน GDP อีกประมาณ 13%
ทั้งนี้ การจัดการภัยไซเบอร์ สกัดเงินเทา และคอร์รัปชั่น เป็น 1 ใน 4 มาตรการเฉพาะจุดที่ ธปท. ได้เข้าไปดำเนินการ
ด้านนางสาวพิมพ์พันธ์ เจริญขวัญ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า ธปท. เตรียมยกระดับมาตรฐานและจัดระเบียบผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตเป็นผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนเงิน (Money Changer: MC) เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกใช้เป็นช่องทางในการสนับสนุนกิจกรรมผิดกฎหมาย ทั้งนี้ จะปิดรับสมัครผู้ประกอบธุรกิจ MC รายใหม่เป็นการชั่วคราว ในปี 2570 โดยผู้ที่ประสงค์จะขอรับใบอนุญาตเพื่อเริ่มประกอบธุรกิจในปี 2570 ยังสามารถยื่นคำขอต่อ ธปท.ได้ระหว่างวันที่ 1-30 ธ.ค. 2569 ส่วนการเปิดรับใบอนุญาตตามเกณฑ์ใหม่จะเริ่มปี 2571