ธปท.เหนือ เผย “สินเชื่อ Q3 หดตัวลึก -1.3%” ฉุด SMEs – อสังหาฯ ซบเซาหนัก
ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ เผยภาพรวมเศรษฐกิจการเงินภาคเหนือ ไตรมาส 3 ปี 2569 ชี้ “สินเชื่อรวมหดตัวลึก” -1.3% จากการที่สถาบันการเงินเพิ่มความระมัดระวังขั้นสูง ส่งผลให้ SMEs ขาดสภาพคล่อง และสินเชื่อบ้านปล่อยใหม่ทรุดหนัก ระบุแม้ภาพรวมเศรษฐกิจ Q3 จะได้แรงกระตุ้นชั่วคราวจากมาตรการแจกเงินภาครัฐและการท่องเที่ยว คาด Q4 มีแนวโน้มแผ่วลงต่อเนื่อง
นายณัฏฐ์ ลุมพิกานนท์ ผู้อำนวยการ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ เปิดเผยว่า เครื่องชี้เศรษฐกิจสำคัญของภาคเหนือในไตรมาส 3/2569 ที่เป็นปัจจัยกดดันหลักก็คือ ภาพรวมสินเชื่อที่หดตัวลึกมากขึ้น -1.3% (YoY) ซึ่งเป็นผลจากการที่สถาบันการเงินยังคงมีความเข้มงวดและระมัดระวังในการอนุมัติสินเชื่อเนื่องจากความกังวลเรื่องคุณภาพหนี้
โดยอัตราการปฏิเสธสินเชื่อได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อภาคธุรกิจ SMEs ซึ่งพบว่าสินเชื่อธุรกิจหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายย่อยขาดสภาพคล่องหมุนเวียน ไม่สามารถขยายการลงทุนใหม่ได้ เช่นเดียวกับภาคอสังหาริมทรัพย์และสินเชื่อบ้าน พบว่ามูลค่าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่หดตัวลึกถึง -16.1% (YoY) ในทุกระดับราคา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) ของธนาคารพุ่งสูงขึ้น และกำลังซื้อของประชาชนซบเซาลง
อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมสินเชื่อจะค่อนข้างตึงตัวหนัก แต่ภาพรวมเศรษฐกิจภาคเหนือในไตรมาส 3/2569 ยังคงประคองตัวและขยายตัวได้เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับอานิสงส์จากปัจจัยพยุงชั่วคราว โดยเฉพาะมาตรการอัดฉีดภาครัฐดันการบริโภคโต +4.1% ซึ่งเป็นแรงหนุนจากเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 8.5 พันล้านบาทต่อเดือน (ผ่านโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40) ที่ช่วยพยุงการใช้จ่ายในหมวดสินค้าไม่คงทน รวมถึงยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เติบโตขึ้น (+16.9%)

ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวมีการขยายตัว โดยอัตราการเข้าพักปรับขึ้นมาอยู่ที่ 67.2% และผู้โดยสารผ่านสนามบินเพิ่มขึ้น +3.4% จากกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยช่วงวันหยุดยาวและนักท่องเที่ยวต่างชาติ (โดยเฉพาะชาวจีน) ในช่วงปิดภาคเรียน
ด้านรายได้เกษตรกรปรับดีขึ้น +5.7% (YoY) โดยปรับขึ้นตามราคาพืชผลสำคัญ เช่น ข้าวเปลือก (+17.0%) และลำไย (+80.0%) แม้ปริมาณผลผลิตจะลดลงจากผลกระทบด้านสภาพอากาศก็ตาม ขณะที่การเบิกจ่ายภาครัฐโต +9.4% (YoY) จากการเร่งรัดเบิกจ่ายงบฯลงทุนและงบฯประจำของ อปท. กรมทางหลวง และกรมชลประทาน ก่อนสิ้นปีงบประมาณ
นายณัฏฐ์กล่าวต่อว่า สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจภาคเหนือในไตรมาส 4/2569 คาดว่าจะหดตัวลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เนื่องจากเม็ดเงินจากมาตรการกระตุ้นของภาครัฐเริ่มลดลง ค่าครองชีพยังทรงตัวสูง ผลกระทบต่อผลผลิตเกษตรจากภัยธรรมชาติ (เอลนีโญ) และที่สำคัญคือภาวะสินเชื่อตึงตัวที่จะยังคงกดดันการลงทุนและการใช้จ่ายของภาคเอกชนต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม คาดว่าการท่องเที่ยวจะมีการขยายตัวตามช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว แต่ก็มีปัจจัยกดดันในเรื่องต้นทุนค่าเดินทางที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและชาวไทย
ทั้งนี้ ประเด็นที่ต้องติดตามในไตรมาส 4 ก็คือ ผลกระทบจากค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง ความเสี่ยงจากภาวะเอลนีโญ และผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
“ประมาณการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคเหนือ (GRP) ในปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวได้ที่ 1.1%-2.1% และปี 2570 คาดว่าจะชะลอตัวลงเหลือเพียง 0.4%-1.4%” นายณัฏฐ์กล่าว