เพาเวอร์มอลล์ พลิกยุทธศาสตร์ “เพิ่มมูลค่า” ผุดโปรโมชั่น บุฟเฟต์-บันเดิล ปลุกยอดโค้งท้าย หลังคนไทยซื้อของขวัญลด-แค่ลดราคาธรรมดาเกินไป พร้อมชูธง AI แทนพรีเมี่ยมเหตุจับต้องง่าย-ปิดการขายสะดวก ด้านสปอร์ตมอลล์ มุ่งต่อยอดกระแสฮิตแบดมินตัน ส่วนบีเทรนด์เฟ้นเทคใหม่นำหน้ากระแส มั่นใจสิ้นปี’68 ยอดขายโตดับเบิลดิจิตตามเป้าแน่นอน
นายรัชตะ สุทธาพัฒน์ธานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริหารสินค้า POWER MALL, SPORTS MALL, BETREND, WATCH GALLERIA และ KIDS’ PLANET บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ฉายภาพว่า ช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2568 หน่วยธุรกิจของเดอะมอลล์สามารถทำผลงานได้ดีกว่าช่วงไตรมาสแรก แม้สภาพเศรษฐกิจจะยังท้าทาย โดยรายได้ของเพาเวอร์มอลล์และสปอร์ตมอลล์ ต่างสามารถเติบโตจากช่วงเดียวกันของปี’67 ในระดับเฉลี่ยประมาณเลขสองหลัก โดยเพาเวอร์มอลล์ในเฉพาะเดือนสิงหาคม 2568 เติบโตถึง 18% ส่วนบีเทรนด์นั้นทรงตัวเท่ากับปีก่อน
กลยุทธ์ชัดเจนกว่าได้เปรียบ
การเติบโตนี้เป็นผลจากกลยุทธ์ที่เน้นความชัดเจนของการทำตลาด ทั้งการนำเสนอสินค้าในพื้นที่ขาย และการจัดอีเวนต์อย่าง เพาเวอร์มอลล์ อิเล็กโทรนิกา โดยใช้ธีม “AI” เป็นไฮไลต์ แทนคำว่า “พรีเมี่ยม” เหมือนในอดีต
ทั้งนี้ เนื่องจากเชื่อว่าคำว่า AI สามารถดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคจากการสามารถมองเห็นภาพ-รู้สึกจับต้องได้-ใช้งานได้จริง รวมถึงช่วยให้พนักงานขายต่อยอดไปยังการนำเสนอสินค้า และปิดการขายได้ดีกว่า คำว่า “พรีเมี่ยม” ซึ่งอาจคลุมเครือ ไม่เห็นภาพ โดยเฉพาะกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นกลุ่มบนและนักธุรกิจที่มีความเข้าใจเทคโนโลยี
ขณะเดียวกันกลยุทธ์นี้ยังได้รับความร่วมมือจากแบรนด์สินค้าเป็นอย่างดี เนื่องจากตอบโจทย์ที่ในปีนี้แต่ละแบรนด์ต่างเน้นการขายสินค้าที่มี AI อยู่แล้ว ทำให้พนักงานขายได้รับการฝึกให้สาธิตและอธิบายคุณสมบัติของ AI ในสินค้าแต่ละตัวอย่างชัดเจน
โดยบริษัทวางแผนให้เกิดประสบการณ์ที่ครบวงจรตั้งแต่เดินเข้ามาในพื้นที่ขาย จนถึงการตัดสินใจซื้อ พร้อมช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ AI ให้กับลูกค้า
เริ่มต้นด้วยการอัพเกรดสื่อ ณ จุดขายตามกลยุทธ์นี้ อาทิ ป้ายระบุสินค้าที่เป็น AI อย่างชัดเจนในพื้นที่ขาย เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถมองเห็น และเข้ามาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากพนักงานได้ง่าย เมื่อลูกค้าเห็นป้าย AI เกิดความสนใจสอบถาม จากนั้นพนักงานสามารถให้ข้อมูลได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน พร้อมด้วยโปรโมชั่นที่ตอบโจทย์จะนำไปสู่การตัดสินใจซื้อในที่สุด
“กลยุทธ์นี้ชัดเจน ตั้งแต่ระดับแนวคิดไปจนถึงการปฏิบัติงาน ทั้งพนักงานและลูกค้าก็สามารถรับรู้และเข้าใจได้ทันที สินค้าที่เป็น AI ในปัจจุบันก็มักจะเป็นกลุ่มสินค้าระดับบนอยู่แล้ว ทำให้การใช้ AI เป็นจุดขายสอดคล้องกับภาพลักษณ์พรีเมี่ยมของเพาเวอร์มอลล์”
ชิงแรงหนุนแบรนด์สินค้า
นายรัชตะกล่าวต่อไปว่า ช่วงโค้งท้ายของปี’68 นี้ เพาเวอร์ มอลล์ จะเดินหน้าด้วยกลยุทธ์ AI อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเชื่อว่าเทรนด์ AI จะยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่องไปอีก 2-3 ปี นอกจากนี้ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ทำให้แบรนด์สินค้าหลายรายปรับเปลี่ยนการใช้งบฯการตลาด โดยลดความหวือหวาในการเปิดตัวสินค้าใหม่ลง และหันมาใช้งบฯกับกิจกรรมการตลาดที่สร้างยอดขายได้โดยตรงมากขึ้น เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรวดเร็ว
ดังนั้นเมื่อเพาเวอร์มอลล์ มีกลยุทธ์ที่สร้างการเติบโตได้ชัดเจน แบรนด์จึงพร้อมให้การสนับสนุนทั้งในด้านโปรโมชั่นและกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะส่งเข้ามาจัดในพื้นที่ของบริษัทมากขึ้นตามไปด้วย ช่วยให้บริษัทมีโอกาสสร้างยอดขายและการเติบโตได้มากยิ่งขึ้น
โดยในช่วงท้ายไตรมาสสาม-ต้นไตรมาสสี่นี้ จะมีแคมเปญฤดูฝน “Rainy Campaign” ก่อนตามด้วยแคมเปญรับการเปิดตัว iPhone 17 ในเดือนหน้า
ซื้อของขวัญลดส่ง “บุฟเฟต์” รับมือ
อย่างไรก็ตามในช่วงโค้งท้ายของปีมีเทรนด์ที่ต้องจับตามอง โดยโค้งท้ายนั้นเดิมเป็นฤดูกาลของการซื้อของขวัญสำหรับจับสลาก-มอบให้แก่กัน จนเป็นไฮซีซั่นของเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็ก แต่ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาการซื้อของสินค้าเพื่อเป็นของขวัญในช่วงท้ายปีลดลงต่อเนื่อง
เทรนด์การลดลงนี้เชื่อว่ามาจาก 2 ปัจจัย คือ นโยบายขององค์กรขนาดใหญ่ที่ไม่รับของขวัญ และงานจับสลากที่ลดความนิยมลง
ด้วยเหตุนี้ ในช่วงท้ายปีเพาเวอร์มอลล์จะเน้นจูงใจผู้บริโภค ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่ม หรือ (Value-Added) ในรูปแบบแปลกใหม่ แทนการลดราคาโดยตรงซึ่งผู้บริโภคคุ้นชินแล้ว ตัวอย่างเช่น การนำเสนอสินค้าในรูปแบบบันเดิล หรือการซื้อสินค้าร่วมกันในราคาพิเศษ, จัดเซต รวมถึงโปรโมชั่นแบบ “บุฟเฟต์” ที่เป็นการซื้อหลายชิ้นในราคาเดียว สำหรับกลุ่มสินค้าที่กำหนด เป็นต้น
“การสร้างสรรค์เมคานิกใหม่ ๆ ที่ให้มูลค่าเพิ่มนี้ จะเป็นหัวใจสำคัญในการดึงดูดลูกค้าและสร้างยอดขายในช่วงที่เหลือของปี’68”
พร้อมกันนี้มีอีเวนต์ใหญ่เป็นงาน Power Mall Electronica รอบที่ 2 ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งยังเน้นคอนเซ็ปต์ AI ที่ชัดเจน รวมถึงจัดในพื้นที่ Grand Hall ซึ่งเป็นจุดเด่นที่สุดของสาขาต่าง ๆ เช่น บางกะปิ, บางแค และโคราช
สปอร์ตมอลล์ มุ่งแบดมินตัน
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริหารสินค้า POWER MALL, SPORTS MALL, BETREND ฯลฯ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของสปอร์ตมอลล์ ไม่เพียงเทรนด์กีฬาวิ่งยังคงมาแรงต่อเนื่อง แต่ยังมีแบดมินตันเป็นอีกหนึ่งกระแสที่สามารถต่อยอดได้ หลังเติบโตโดดเด่นด้วยอานิสงส์จากกระแสความนิยมจากการแข่งขันโอลิมปิกและผลงานของ “น้องวิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์
“กระแสการเติบโตของสินค้ากีฬาแบดมินตัน แม้ด้านมูลค่าจะยังไม่ใหญ่เท่าตลาดกีฬาวิ่ง แต่อัตราการเติบโตที่เร็วและแรงนี้มีส่วนสำคัญที่ผลักดันให้ยอดรวมช่วงไตรมาสสองของ สปอร์ตมอลล์ เติบโตเป็นสองหลักได้”
ด้วยเหตุนี้ บริษัทจะใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างออกไป โดยสปอร์ตมอลล์จะมุ่งสร้างคอมมิวนิตี้ของผู้เล่นกีฬา และจะขยายพื้นที่สำหรับสินค้าแบดมินตัน รวมถึงจัดกิจกรรมให้ลูกค้าได้ทดลองไม้แบดจากหลายยี่ห้อ
ด้านบีเทรนด์ จะเน้นนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อรักษาโพซิชั่นผู้นำเทรนด์ ควบคู่กับเทคนิคการขายที่สร้างความคุ้มค่า เช่น โปรโมชั่นแบบ “บุฟเฟต์” เช่นเดียวกับเพาเวอร์มอลล์
มั่นใจปี’68 โตดับเบิลดิจิตแน่
นายรัชตะย้ำว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะท้าทาย แต่ยังคงเป้าหมายการเติบโตในปี’68 ที่ระดับเลขสองหลักหรือดับเบิลดิจิต โดยนอกจากกลยุทธ์เพิ่มมูลค่า และโปรโมชั่นบุฟเฟต์, บันเดิล ฯลฯ รวมถึงความพยายามของทีมงานทุกคนแล้ว
ยังเดินหน้าคุมค่าใช้จ่าย ด้วยการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับการขายโดยตรง หรือค่าใช้จ่ายที่ลูกค้ามองไม่เห็น เช่น ค่าเอกสารในการดำเนินงานลง จึงมั่นใจว่าจะสามารถสร้างการเติบโตได้ตามเป้าหมายแน่นอน