MTL รุกตลาดสูงวัย เปิดบำนาญยืดหยุ่น จ่อขยายสิทธิสู่กรมธรรม์สะสมทรัพย์
เมืองไทยประกันชีวิต (MTL) เปิด “Flexi Retire Series” รับสังคมสูงวัย เลือกรับบำนาญถึงอายุ 70 ปี ปรับแผนได้โดยไม่ตรวจสุขภาพใหม่ พร้อมเปิดทางนำเงินบำนาญจ่ายตรงค่าดูแลผู้สูงอายุ เผยไตรมาส 1/70 เตรียมขยายสู่กรมธรรม์สะสมทรัพย์พอร์ต 4-5 หมื่นล้านบาท
นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL เปิดเผยว่า บริษัทเปิดตัว “Muang Thai Flexi Retire Series” แบบประกันบำนาญที่เพิ่มความยืดหยุ่นในการวางแผนเกษียณ รองรับพฤติกรรมการทำงานและการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป โดยสามารถเลือกเริ่มรับเงินบำนาญได้เมื่ออายุ 55, 60, 65 หรือสูงสุด 70 ปี พร้อมเลือกวิธีรับเงินแบบรายปีหรือรายเดือน และรับเงินบำนาญเพิ่มขึ้นแบบขั้นบันไดตามช่วงอายุ เพื่อรองรับเงินเฟ้อและค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ
โดยผู้เอาประกันสามารถเลือกชำระเบี้ยได้ทั้งแบบครั้งเดียว 5 ปี หรือจ่ายถึงอายุที่กำหนด รวมถึงสามารถปรับเปลี่ยนแผนการรับเงินบำนาญภายหลังได้ โดยไม่ต้องจ่ายเบี้ยเพิ่มเติมและไม่ต้องพิจารณารับประกันภัยใหม่ พร้อมทางเลือกรับเงินบำนาญงวดแรกเป็นเงินก้อน 30% ขณะที่แบบประกันสามารถพิจารณารับประกันภัยแบบการันตีโดยไม่ตรวจสุขภาพ และใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
สำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มดังกล่าวประกอบด้วย “Flexi Retire Pro 90/1” และ “Flexi Retire Next 90/1” แบบชำระเบี้ยครั้งเดียว รวมถึง “Flexi Retire 90/5” และ “Flexi Retire 9055, 9060, 9065” โดยมีกำหนดเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569
นายปาณัท สุทธินนท์ รองกรรมการผู้จัดการ MTL กล่าวว่า บริษัทได้ปรับเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันบำนาญทั้งแบบเดิมและแบบใหม่ เปิดทางให้ผู้เอาประกันแสดงเจตนารมณ์ล่วงหน้าในการนำเงินบำนาญไปใช้กับบริการดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง เช่น Home Care, Nursing Home และ Senior Living ได้โดยตรง
ทั้งนี้ หากผู้ถือกรมธรรม์เข้าใช้บริการบ้านพักผู้สูงอายุในเครือข่ายพันธมิตร สามารถแจ้งความประสงค์ให้บริษัทจ่ายเงินบำนาญตรงไปยังสถานบริการได้ เพื่อนำเงินที่สะสมไว้มาใช้ดูแลคุณภาพชีวิตของผู้เอาประกัน และช่วยลดภาระของครอบครัว
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนขยายแนวทางดังกล่าวไปยังกรมธรรม์ประเภทสะสมทรัพย์ ในไตรมาส 1/2570 ซึ่งเป็นหนึ่งในพอร์ตธุรกิจขนาดใหญ่ของบริษัท มีมูลค่าประมาณ 40,000-50,000 ล้านบาท
นางสาวนิรัตน์ บูชาสุข รองกรรมการผู้จัดการ MTL กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีเครือข่าย Smile Nursing Home Network ครอบคลุมสถานดูแลผู้สูงอายุกว่า 44 แห่ง ทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล เชียงใหม่ ขอนแก่น และสงขลา โดยมีทีมแพทย์เข้าประเมินมาตรฐานด้านความสะอาด คุณภาพบริการ และการดูแลเป็นประจำทุกปี
ขณะเดียวกัน เครือข่ายพันธมิตรยังครอบคลุม Senior Living และ Nursing Home สำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลตลอด 24 ชั่วโมง บริการรถรับส่งพร้อมผู้ดูแลสำหรับการเดินทางไปพบแพทย์ รวมถึงการดูแลผู้ป่วยระยะท้าย
นายสาระกล่าวเพิ่มเติมว่า การปรับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความท้าทายจากการเข้าสู่สังคมสูงวัยและปัญหา “แก่ก่อนรวย” ของประเทศไทย โดยเศรษฐกิจไทยขยายตัวเฉลี่ยเพียงกว่า 2% ขณะที่เงินเฟ้อทางการแพทย์ อยู่ในระดับสูงถึง 10.8% ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นเร็วกว่าความสามารถในการสร้างรายได้และสะสมเงินออม
ข้อมูลการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมความพร้อมทางการเงินเพื่อวัยเกษียณ พบว่าคนไทยประมาณ 30% ยังมีเงินออมไม่เพียงพอสำหรับชีวิตหลังเกษียณ ขณะที่มากกว่า 60% มีเงินออมในบัญชีต่ำกว่า 200,000 บาท สะท้อนช่องว่างระหว่างรายได้หลังเกษียณกับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น
อีกความเสี่ยงคือ คนมีอายุยืนขึ้นแต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีสุขภาพดีตลอดช่วงชีวิต โดยข้อมูลจากกลุ่มประเทศ OECD ระบุว่า อายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 82 ปี แต่มีช่องว่างระหว่างอายุขัยกับช่วงเวลาที่มีสุขภาพดี ประมาณ 11 ปี ซึ่งอาจเป็นช่วงที่ต้องเผชิญโรคเรื้อรัง ภาวะทุพพลภาพ หรือจำเป็นต้องได้รับการดูแลต่อเนื่อง
“การวางแผนเกษียณไม่ควรมองเพียงจำนวนเงินสำหรับใช้จ่ายหลังหยุดทำงาน แต่ต้องรวมค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและการดูแลระยะยาวเข้าไปด้วย โดยธุรกิจประกันชีวิตต้องตอบโจทย์ทั้งความพร้อมด้านการเงินและสุขภาพควบคู่กัน” นายสาระกล่าว