เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

โตโยต้า แผนผลิตรถยนต์ในบ้าน 3 ล้านคันต่อปี อาจถูกคุกคามจากทรัมป์ 2.0

03 ม.ค. 2568 | 15:34น.

แผนของโตโยต้าในการผลิตรถยนต์ในประเทศ 3 ล้านคันต่อปี ท่ามกลางการคุกคามจากรัฐบาลทรัมป์สมัยที่ 2 และการเตรียมรับแรงกดดันให้ย้ายการผลิตไปยังสหรัฐอเมริกา 

โตโยต้า มอเตอร์ (Toyota Motor) ติดตามสถานการณ์การขึ้นภาษีครั้งใหม่และการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบในการทำธุรกิจในสหรัฐอย่างใกล้ชิด หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์หวนคืนทำเนียบขาวปลายเดือนมกราคมนี้ หลายมาตรการที่อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตและแผนการลงทุนของบริษัท แม้กระทั่งตลาดในบ้านอย่างญี่ปุ่น

นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า โตโยต้าเคยเผชิญกับแรงกดดันจากทรัมป์ก่อนที่เขาจะเริ่มดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรกในเดือนมกราคม 2017 จากการวางแผนสร้างโรงงานแห่งใหม่ในเม็กซิโกเพื่อผลิตรถเก๋งโคโรลล่าสำหรับตลาดสหรัฐ ซึ่งในครั้งนั้นทรัมป์ทวีตข้อความเมื่อ 5 มกราคม 2017 ว่า ไม่มีทาง และให้โตโยต้าเลือกเอาระหว่างการสร้างโรงงานในสหรัฐหรือเสียภาษีจำนวนมหาศาล

หลายวันต่อมา ในงานแสดงรถยนต์ดีทรอยต์ นายอากิโอะ โตโยดา ประธานบริษัทโตโยต้าในขณะนั้นประกาศการลงทุน 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 344,000 ล้านบาท) ในสหรัฐตลอด 5 ปี นอกจากนี้ โตโยต้าเข้าสู่การเป็นหุ้นส่วนกับมาสด้า มอเตอร์ (Masda Motor) ในเดือนสิงหาคมในปีนั้นและต่อมาเตรียมแผนลงทุนสร้างโรงงานร่วมกับมาสด้าในรัฐแอละแบมา

เม็กซิโกยังคงเป็นจุดชนวนความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นกับโตโยต้า ขณะที่ทรัมป์กำลังจะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยที่สอง ซึ่งหลังจากทรัมป์ชนะการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน โตโยต้ากล่าวว่า จะลงทุน 1.45 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 49,000 ล้านบาท) สร้างโรงงาน 2 แห่งในเม็กซิโกเพื่อเพิ่มการผลิตรถกระบะป้อนตลาดสหรัฐ

ยิ่งไปกว่านั้น การที่ทรัมป์ตั้งใจที่จะเก็บภาษีศุลกากร 25% จากสินค้าที่มาจากเม็กซิโกและแคนาดา ซึ่งโตโยต้าประกอบชิ้นส่วนรถยนต์ในสองประเทศนี้ ทำให้โตโยต้าอาจได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้า นอกเหนือจากผลกระทบจากการเพิ่มปริมาณการผลิตในเม็กซิโก

โตโยต้ามีโรงงานรถยนต์และชิ้นส่วนในสหรัฐ 10 แห่ง โดยเกือบทั้งหมดอยู่ในรัฐที่ทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง และผลิตรถยนต์ 1.2 ล้านคันในสหรัฐในปี 2023 ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดขายในประเทศสหรัฐ

โตโยต้ายังลงทุนประมาณ 14,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 480,000 ล้านบาท) ในโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าแห่งใหม่ในรัฐนอร์ธแคโรไลนา

นโยบายของทรัมป์อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตของโตโยต้าในญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน โดยในปี 2023 ผู้ผลิตรถยนต์รายนี้ส่งออกรถยนต์ประมาณ 600,000 คันไปยังสหรัฐ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 30% ของการส่งออกจากญี่ปุ่น และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้โตโยต้าตั้งเป้าผลิตรถยนต์ 3 ล้านคันต่อปีในประเทศญี่ปุ่น

ผู้บริหารระดับสูงของผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ญี่ปุ่นรายหนึ่งกล่าวว่า การผลิตที่เพิ่มเติมขึ้นมาอาจย้ายไปยังสหรัฐ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเป้าหมาย 3 ล้านคันในประเทศ และระบุอีกว่า ภาษีคืออีกปัญหา ชิ้นส่วนและวัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบรถยนต์จำนวนมากในสหรัฐถูกส่งออกไปยังญี่ปุ่นและว่า นอกจากนี้ยังมีช่วงเวลาที่ยากลำบากในการปรับราคาเมื่อภาษีเหล็กสูงขึ้นในรัฐบาลทรัมป์สมัยแรก

ในสมัยแรกของทรัมป์ โตโยต้าพึ่งพาไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีในขณะนั้น เพื่อทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่างโตโยต้ากับรัฐบาลทรัมป์ และเพนซ์เคยเป็นผู้ว่าการรัฐอินเดียนา ซึ่งโตโยต้าดำเนินการโรงงานผลิตรถยนต์ อย่างไรก็ตาม เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีคนใหม่มาจากรัฐโอไฮโอ ซึ่งไม่มีโรงงานของโตโยต้าแต่อย่างใด โตโยต้ากำลังเพิ่มการล็อบบี้เพื่อคอยจับตาดูนโยบายอย่างใกล้ชิด

ยอดขายของโตโยต้าในสหรัฐแข็งแกร่ง โดยเพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วตามปริมาณในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2024 ปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งรวมถึงรถยนต์ไฮบริด คิดเป็นมากกว่า 40% ของรถยนต์ที่ขายในประเทศสหรัฐ การที่ทรัมป์ลังเลใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าอาจไปช่วยส่งเสริมโตโยต้า ซึ่งมีจุดแข็งในด้านรถยนต์ไฮบริด ยิ่งขึ้นไปอีก