เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (10 ก.ย.) ปรับลง 0.86% อยู่ที่ 77,807 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (10 ก.ย.) ปรับลง 0.86% อยู่ที่ 77,807 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (10 ก.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (10 ก.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
Tech เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
Biz Movement เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
Biz Movement พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
การศึกษา ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
“ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
Interview “ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ข่าวในพระราชสำนัก โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
Biz Movement ‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
ดูทั้งหมด

ว่าด้วยเรื่อง “ส้วมส่วนตัว” ของ “คิม จอง อึน”

12 มิ.ย. 2561 | 12:27น.

ในการเดินทางไปร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐอเมริกาและเกาหลีเหนือ ที่ประเทศสิงคโปร์ มาตรการรักษาความปลอดภัยของนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เป็นหนึ่งในเรื่องที่มีการพูดถึงกันอย่างมาก เนื่องจากผู้นำเกาหลีเหนือไม่ค่อยได้ออกเดินทางไปต่างประเทศ การเดินทางมาหารือเรื่องปลดอาวุธนิวเคลียร์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐครั้งนี้ จึงทำให้โลกได้เห็นเรื่องราวมากมายของผู้นำเกาหลีเหนือมากขึ้น

สื่อต่างชาติรายงานว่า ในการเดินทางมาสิงคโปร์ครั้งนี้ เกาหลีเหนือมีการหลอกล่อเรื่องการเดินทางของนายคิม ทำให้ไม่มีใครรู้ได้ว่า ผู้นำเกาหลีเหนือขึ้นเครื่องบินลำใดเพื่อไปสิงคโปร์ และยังได้นำอาหารส่วนตัวมาเองเพื่อป้องกันการถูกวางยาพิษ นอกจากนี้ ก็ยังมีรถยนต์กันกระสุน และเครื่องใช้จำเป็นอื่นๆ ที่ถูกนำมาที่สิงคโปร์ครั้งนี้ด้วย

และที่สำคัญ คิม จอง อึน ยังนำ “ส้วมส่วนตัว” มาใช้ที่ประเทศสิงคโปร์ แม้ว่าโรงแรมที่นายคิมพักจะเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวก็ตาม

รายงานของโชซุน อิลโบ ระบุว่า นายคิมปฏิเสธที่จะใช้ห้องน้ำใดๆในประเทศสิงคโปร์ เนื่องจากเกรงว่า จะมีผู้เก็บอุจจาระของเขา ไปเพื่อนำการวิเคราะห์เกี่ยวกับสุขภาพร่างกายของเขา จึงต้องนำส้วมส่วนตัวขึ้นเครื่องบินมาด้วย เพื่อใช้สำหรับการปลดทุกข์ระหว่างอยู่ต่างถิ่น

รายงานระบุว่า เมื่อครั้งที่ที่นายคิม พบกับนายมุน แจ อิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ที่ฝั่งเกาหลีใต้ นายคิมก็ได้นำส้วมส่วนตัวไปใช้ด้วยเช่นกัน

อี ยุน โคล ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าหน่วยคุ้มกันความปลอดภัยของเกาหลีเหนือ ก่อนหน้าที่จะแปรพักตร์ไปอยู่เกาหลีใต้ เมื่อปี ค.ศ.2005 เปิดเผยกับวอชิงตันโพสต์ว่า “แทนที่จะใช้ห้องน้ำสาธารณะ ผู้นำเกาหลีเหนือมีส้วนส่วนตัวนำติดตัวไปด้วยทุกครั้งที่ต้องเดินทาง” นายอี กล่าว และว่า นายคิม มีความเป็นกังวลว่าอาจจะมีใครนำของเสียจากร่างกายของเขาไปตรวจสอบจนได้ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพของเขา และการนำส้วมไปเอง ก็เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

ข่าวระบุด้วยว่า แม้แต่การเดินทางในเกาหลีเหนือ นายคิมก็ยังนำส้วมส่วนตัวไปด้วยทุกครั้งในการเดินทาง โดยสำนักข่าวเดลีเอ็นเค ของเกาหลีใต้ เคยรายงานไว้เมื่อปี 2015 ว่า นายคิม ได้นำส้วมส่วนตัวไปด้วยระหว่างเดินทางไปตรวจฐานทัพต่างๆทั่วประเทศ โดยนำส้วมส่วนตัวดิดตั้งไว้ในรถไฟ และยานพาหนะอื่นๆที่ใช้สำหรับการเดินทาง และแพทย์ของนายคิม ก็จะนำตัวอย่างของเสียของนายคิมไปตรวจเพื่อดูเรื่องสุขภาพของนายคิม

อย่างไรก็ตาม เดลีเอ็นเค รายงานด้วยว่า มีนายคิมเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ส้วมส่วนตัวดังกล่าว และแม้แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูง ก็ห้ามใช้ หากพบว่ามีใครใช้จะต้องถูกลงโทษอย่างรุนแรง บางรายอาจถึงกับต้องโทษประหารชีวิตเลยทีเดียว

Advertisement

 

ที่มา:มติชนออนไลน์