โตเกียวมารีนกรุ๊ปผงาด ธุรกิจประกันในต่างประเทศโตพุ่ง หนุนกำไรกลุ่ม รุกกลยุทธ์ “ควบรวมกิจการ” กางแผนระยะกลาง 3 ปี ดันเบี้ยรวมโตเกียวมารีนประกันชีวิตไทยแตะ 8,000 ล้านบาท โต 10% ต่อปี ส่วนเบี้ยประกันวินาศภัยราว 9,100 ล้านบาท โต 4-5% ต่อปี กำไรพุ่งเป็น 20%
นายชินอิจิ ฮิโรเสะ กรรมการบริหารอาวุโส บริษัท โตเกียวมารีนโฮลดิ้งส์ กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีแรกที่กลุ่มโตเกียวมารีน เริ่มใช้แผนการบริหารระยะกลาง (ปี 2561-2563) ฉบับใหม่ ซึ่งจะเน้นกลยุทธ์ส่งเสริมการเติบโตจากภายใน (organic growth) ผ่านความร่วมมือกลุ่มบริษัทในเอเชีย และมองโอกาสการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันกำลังศึกษาทำ M&A ธุรกิจประกันวินาศภัย เนื่องจากธุรกิจประกันในต่างประเทศมีบทบาทสำคัญช่วยขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนของผลกำไรของกลุ่ม โดยเฉพาะในเอเชียที่มีสัดส่วนกำไร 5-6% ของกำไรทั้งกลุ่ม ขณะที่ตลาดในญี่ปุ่นอยู่ในสภาวะอิ่มตัว
ทั้งนี้ ปี 2560 บริษัทมีกำไรที่ปรับปรุงแล้วที่ 116,040 ล้านบาท มาจากธุรกิจประกันภัยในต่างประเทศกว่า 43,230 ล้านบาท คิดเป็น 37% ของพอร์ตรวมทั้งกลุ่ม เทียบเท่าสัดส่วนธุรกิจประกันวินาศภัยในญี่ปุ่น ส่วนธุรกิจประกันชีวิตในญี่ปุ่นมีสัดส่วน 25% ซึ่งอัตราส่วนรายได้จาก 3 ธุรกิจหลักใกล้เคียงกับความสมดุลของพอร์ตโฟลิโอที่ตั้งเป้าไว้
“ส่วนธุรกิจประกันชีวิตในไทย ภายใน 3 ปีจะเติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปี มีเบี้ยรับรวม 8,000 กว่าล้านบาท เนื่องจากช่องทางตัวแทนมีคุณภาพ ทำให้โตดี เฉลี่ย 3 ปีเบี้ยรับปีแรกอยู่ที่ 13% โตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดประกันชีวิตในไทย แม้จะเป็นสภาวะที่ขายประกันได้ยากลำบาก เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยอยู่ระดับต่ำตลอด 3 ปี” นายฮิโรเสะกล่าว
นายสมโพชน์ เกียรติไกรวัล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปีนี้บริษัทตั้งเป้าเบี้ยรับรวม 6,924 ล้านบาท โต 12% จากปีก่อน ขายผ่านตัวแทนเป็นหลัก และคาดการณ์เบี้ยรับที่ 5,064 ล้านบาท โต 15% จากที่บริษัทมีแผนเพิ่มตัวแทนเป็น 4,500 คน
ทั้งนี้ ช่วง 4 เดือนปีนี้ (ม.ค.-เม.ย.) ตัวแทนของบริษัทมีเบี้ยแล้ว 1,082 ล้านบาท จากการขายโปรดักต์วางแผนเกษียณอายุ และขายกลุ่มคนทำงานเพิ่มขึ้น โดยเน้นชำระเบี้ยรายเดือน ส่งผลให้สัดส่วนลูกค้าจ่ายเบี้ยรายเดือนขยับขึ้นเป็น 15% ที่เหลือเป็นลูกค้ารายปี นอกจากนี้ ในเดือน ก.ค.นี้ บริษัทจะมีโปรดักต์เกษียณอายุตัวใหม่ออกมาขาย
นายชินคิจิ ไมค์ มิกิ กรรมการผู้จัดการ โตเกียวมารีนเอเชีย กล่าวว่า ปัจจุบันโตเกียวมารีนประกันวินาศภัยในอินเดียและไทยเป็นตลาดที่เติบโตสูงมาก โดยตลาดอินเดียมีประชากรกว่าพันล้านคน จะนิยมซื้อประกันภัยรถยนต์ ส่วนฝั่งไทย จะโดดเด่นด้านประกันภัยขนส่งทางทะเล ยังครองเป็นอันดับ 1
จึงคาดว่าใน 3 ปีนี้ เบี้ยรับรวมจะอยู่ที่ 9,100 ล้านบาท เติบโต 4-5% ต่อปี มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 20% จากเดิมที่ระดับ 5% ซึ่งจะมาจากการดำเนินธุรกิจและการวางกลยุทธ์ควบรวมกิจการ แม้ที่ผ่านมาจะมีข้อเสนอเข้ามาที่ส่วนใหญ่เป็นบริษัทใหม่และกลุ่มสตาร์ตอัพ แต่ยังไม่มีข้อมูลมากพอตัดสินใจ เพราะหลักการชี้วัดต้องดูภาระความเสี่ยงและต้องมีกำไรจากผลการดำเนินงานที่คาดหวังจะได้รับเมื่อเทียบเงินลงทุนซื้อกิจการ
“แนวโน้มการทำ M&A ในไทยจะมีทิศทางที่เพิ่มขึ้น และถ้ามีโอกาสเป็นดีลที่น่าสนใจ เราก็จะทำแน่” นายมิกิกล่าว
นายฮิโระโนะริ คิริว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปีนี้บริษัทตั้งเป้าเบี้ยรับรวม 8,346 ล้านบาท โตกว่า 4% จากปีก่อน จากยอดขายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะไตรมาส 1/61 ประกันรถยนต์รายใหม่โตสูงกว่า 13% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ประกอบกับบริษัทมีการสร้างธุรกิจใหม่ เช่น ประกันสินเชื่อคุ้มครองผู้เช่าซื้อ ประกันสินเชื่อเครื่องจักร และประกันจัดงานอีเวนต์ รวมถึงเตรียมรับประกันรถไร้คนขับด้วย