เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (10 ก.ย.) ปรับลง 0.86% อยู่ที่ 77,807 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (10 ก.ย.) ปรับลง 0.86% อยู่ที่ 77,807 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (10 ก.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (10 ก.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
Tech เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
Biz Movement เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
Biz Movement พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
การศึกษา ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
“ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
Interview “ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ข่าวในพระราชสำนัก โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
Biz Movement ‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
ดูทั้งหมด

ค่าเงินผันผวน เนื่องจากความไม่แน่นอนด้านสงครามการค้าโลก

14 ก.พ. 2568 | 17:59น.

ค่าเงินผันผวน เนื่องจากความไม่แน่นอนด้านสงครามการค้าโลก

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการณ์เคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินราประจำวันที่ 10-14 กุมภาพันธ์ 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (10/2) ที่ระดับ 33.87/88 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (7/2) ที่ระดับ 33.64/65 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ จากการแข็งค่าของดอลลาร์ภายหลังการเปิดเผยตัวเลขภาคแรงงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐ

โดยในวันศุกร์ (7/2) กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 143,000 ตำแหน่งในเดือน ม.ค. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 169,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้น 307,000 ตำแหน่งในเดือน ธ.ค. โดยมีการปรับตัวเลขการจ้างงานในเดือน ธ.ค. เป็นเพิ่มขึ้น 307,000 ตำแหน่ง จากเดิมรายงานว่าเพิ่มขึ้นเพียง 256,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานปรับตัวลงสู่ระดับ 4.0% ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 4.1%

ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งเสริมการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะสามารถยืดระยะเวลาในการตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยออกไป นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า เขาวางแผนที่จะประกาศใช้ภาษีศุลกากรตอบโต้ ซึ่งจะเป็นการยกระดับการทำสงครามการค้ากับพันธมิตรทางเศรษฐกิจของสหรัฐ และกล่าวว่าการดำเนินการดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อทุกคน โดยไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนถึงมาตรการที่วางแผนจะดำเนินการ ซึ่งภาษีตอบโต้อาจจะมาแทนแผนภาษีนำเข้าพื้นฐานในอัตรา 10-20% ซึ่งถูกใช้ในการหาเสียง โดยทรัมปกล่าวว่าเขามีแนวโน้มที่จะใช้ภาษีตอบโต้เป็นหลักมากกว่าอัตราภาษีศุลกากรพื้นฐานทั่วไป และกำลังพิจารณาการเก็บภาษีสินค้านำเข้าที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์เป็นพิเศษ

ขณะที่ในวันอังคาร (11/2) นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีกำหนดกล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อสภาคองเกรส โดยนายพาวเวลล์กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐยังคงมีความแข็งแกร่ง เช่นเดียวกับตลาดแรงงาน ขณะที่เงินเฟ้อกำลังชะลอตัวลง แต่ยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟด ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ไม่เฟดไม่ต้องรีบผ่อนคลายนโยบายการเงิน

นอกจากนี้ในวันพุธ (12/2) กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปรับตัวสูงขึ้นเกินคาดในเดือน ม.ค. ซึ่งเปิดเผยว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.0% ในเดือน ม.ค. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.9% และเพิ่มขึ้นจากระดับ 2.9% ในเดือน ธ.ค.

ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.3% ในเดือน ม.ค. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.1% และเพิ่มขึ้นจากระดับ 3.2% ในเดือน ธ.ค. โดยในวันพฤหัสบดี (13/2) กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ปรับตัวขึ้น 3.5% ในเดือน ม.ค.หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.5% ในเดือน ธ.ค.เช่นกัน

ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และหนึ่งในมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จับตาอย่างใกล้ชิด ปรับตัวขึ้น 3.6% ในเดือน ม.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งชะลอตัวลงจากระดับ 3.7% ในเดือน ธ.ค. ตลาดติดตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ ยอดค้าปลีก รวมถึงยอดผลผลิตอุตสาหกรรม ในเดือน มกราคม ที่จะมีการรายงานในคืนนี้

Advertisement

สำหรับปัจจัยภายในภูมิภาค ในวันอาทิตย์ (9/2) สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนเปิดเผยรายงานว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือน ม.ค. เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเร่งตัวขึ้นจากเดือน ธ.ค. ที่เพิ่มขึ้น 0.1% และสูงกว่าคาดการณ์ที่ 0.4% และเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ปรับตัวขึ้น 0.7% จากระดับ 0% ในเดือน ธ.ค. แต่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.8%

ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในเดือน ม.ค. หดตัว 2.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเท่ากับอัตราการลดลงในเดือน ธ.ค. และต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะหดตัว 2.1% โดยนักวิเคราะห์มองว่า จีนยังมีความเสี่ยงที่จะเผชิญภาวะเงินฝืดต่อเนื่องตลอดปีนี้ หากภาครัฐไม่สามารถกระตุ้นการบริโภคที่ซบเซาให้ฟื้นตัวได้ อีกทั้งยังมีปัจจัยกดดันเพิ่มเติมจากการที่สหรัฐปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีน

นอกจากนี้ธนาคารกลางจีน (PBOC) เพิ่มปริมาณทองคำสำรองเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันในเดือน ม.ค. แม้ราคาทองคำจะพุ่งขึ้นทุบสถิติใหม่นับตั้งแต่ต้นปีก็ตามปริมาณทองคำแท่งที่ PBOC ถือครองอยู่เพิ่มขึ้น 0.16 ล้านทรอยออน์เมื่อเดือนที่แล้ว

โดย PBOC เริ่มกลับมาเพิ่มทองคำเข้าทุนสำรองอีกครั้งในเดือน พ.ย. หลังจากหยุดพักไปเป็นเวลา 6 เดือน หลังจากที่เข้าซื้ออย่างต่อเนื่อง 18 เดือนติดต่อกัน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า PBOC มีความมุ่งมั่นที่จะกระจายความเสี่ยงของทุนสำรอง แม้ราคาทองจะอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งการเข้าซื้อของ PBOC สะท้อนให้เห็นว่าจีนมีมุมมองเชิงบวกต่อทองคำ โดยระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 33.62-34.22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (14/2) ที่ระดับ 33.64/67 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดวันจันทร์ (10/2) ที่ระดับ 1.0305/06 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (7/2) ที่ระดับ 1.0390/91 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร จากการแข็งค่าของดอลลาร์ ท่ามกลางการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจยุโรปที่ยังคงไร้ทิศทาง โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีรายงานในวันศุกร์ (7/2) ว่า การส่งออกเดือน ธ.ค.เพิ่มขึ้น 2.9% เมื่อเทียบกับเดือน พ.ย. สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 0.6% ยอดส่งออกไปยังกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป (EU) เพิ่มขึ้น 5.9% ในเดือน ธ.ค.

ขณะที่การส่งออกไปยังประเทศนอก EU หดตัว 0.5% ด้านการนำเข้าเพิ่มขึ้น 2.1% เมื่อเทียบกับเดือน พ.ย. ส่งผลให้เดือน ธ.ค. เยอรมนีมีดุลการค้าเกินดุล 2.07 หมื่นล้านยูโร เพิ่มขึ้นจาก 1.92 หมื่นล้านยูโรในเดือน พ.ย. อย่างไรก็ตาม สำนักงานสถิติรายงานว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ธ.ค. ลดลง 2.4% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ว่าจะลดลงเพียง 0.6% ในวันพฤหัสบดี ค่าเงินยูโรได้แรงหนุนจากการที่รัสเซียกับยูเครนใกล้บรรลุข้อตกลงสันติภาพ ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0291-1.0472 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (14/2) ที่ระดับ 1.0466/67 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดวันจันทร์ (10/2) ที่ระดับ 152.06/07 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (7/2) ที่รดับ 151.82/83 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ จากการแข็งค่าของดอลลาร์ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่แท้จริงของญี่ปุ่นจะขยายตัว 1% ในไตรมาส 4/2567 เมื่อเทียบรายปี ซึ่งชะลอตัวลงเล็กน้อยจากไตรมาส 3 ที่ขยายตัว 1.2% และเมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส คาดว่า GDP จะขยายตัว 0.3%

ขณะเดียวกันนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า การอุปโภคบริโภคในภาคเอกชน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่าครึ่งหนึ่งของผลผลิตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นนั้น มีแนวโน้มลดลง 0.3% ในไตรมาส 4 หลังจากที่ปรับตัวลง 0.7% ในไตรมาส 3 โดยระบุว่า ผลกระทบจากการที่ค่าจ้างที่แท้จริงปรับตัวลงเป็นเวลานานถึง 3 ปี ได้สร้างแรงกดดันต่อกำลังซื้อของภาคครัวเรือน อย่างไรก็ดี คาดว่าการใช้จ่ายด้านทุน (CapEX) ในไตรมาส 4 จะเพิ่มขึ้น 1%

นอกจากนี้ ชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ตกลงกันเมื่อวันศุกร์ (7/2) ที่จะมุ่งสู่ “ยุคทองใหม่” ของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ และญี่ปุ่นในการพบปะกันครั้งแรก โดยสัญญาว่าจะผลักดันความร่วมมือในด้านการป้องกัน, เศรษฐกิจ, เทคโนโลยี และด้านอื่น ๆ ในการแถลงข่าวร่วมที่ทำเนียบขาวหลังการประชุมสุดยอด ทรัมป์กล่าวว่า เขาได้ยืนยันกับอิชิบะว่าพันธมิตรทวิภาคีระหว่างสหัฐและญี่ปุ่นยังคงเป็นเสาหลักของสันติภาพ, ความมั่นคง และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ท่ามกลางความท้าทายด้านความมั่นคงจากจีนและเกาหลีเหนือ

นอกจากนี้ ในวันพฤหัสบดี (13/2) ญี่ปุ่นมีการรายงาน ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อภาคการผลิตรายปีของญี่ปุ่นในเดือน ม.ค. 2568 พุ่งขึ้นสู่ระดับ 4.2% นับเป็นการเร่งตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันด้านราคาที่ยังคงอยู่ในระดับสูง พร้อมทั้งตอกย้ำการคาดการณ์ของตลาดที่ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในเร็ววันนี้

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ข้อมูลดังกล่าวได้เผยแพร่ออกมาภายหลังจากที่คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ ได้ส่งสัญญาณเตือนเมื่อวันพุธ (12 ก.พ.) ว่าการที่ราคาอาหารปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลต่อการคาดการณ์เงินเฟ้อของประชาชน สะท้อนให้เห็นว่า BOJ กำลังจับตามองความเสี่ยงที่ราคาสินค้าอาจปรับตัวสูงขึ้นอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ในช่วงระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 151.24-154.79 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (14/2) ที่ระดับ 152.56/61 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ