Skip to content
ดูทั้งหมด

บท ‘ดมิทรีเยฟ’ ในศึกยูเครน เผยครั้งแรกอเมริกาสูญกว่า 3 แสนล้าน จากแซงก์ชั่น

19 ก.พ. 2568 | 14:18น.

คิริลล์ ดมิทรีเยฟ (Kirill Dmitriev) ร่วมคณะผู้เจรจารัสเซียที่มีเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย และยูริ อูชาคอฟ ผู้ช่วยด้านนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลรัสเซีย ซึ่งสองคนหลังเป็นผู้มากประสบการณ์ที่ดำรงตำแหน่งปัจจุบันรวมกันกว่า 34 ปี ได้เจรจากับผู้ช่วยของทรัมป์ 3 คนในเดือนแรกที่เข้ารับตำแหน่ง ซึ่งได้แก่ นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ นายไมค์ วอลทซ์ ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติประจำทำเนียบขาว และนายสตีฟ วิทคอฟ ทูตพิเศษในประเด็นตะวันออกกลาง

ดมิทรีเยฟรับผิดชอบประเด็นเศรษฐกิจโดยเฉพาะ เขาคือหัวหน้ากองทุนการลงทุนโดยตรงของรัสเซีย (Russian Direct Investment Fund หรือ RDIF) ซึ่งเป็นกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติและที่ปรึกษาใกล้ชิดวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย

“เป็นไปในเชิงบวกหลังจากที่รัฐบาลไบเดนทำลายการสื่อสารทั้งหมด ทำลายการหารือทั้งหมด” ดิมิทรีเยฟกล่าวถึงผลการหารือ

ดมิทรีเยฟ อดีตนายธนาคารวัย 49 ปีได้รับการศึกษาจากตะวันตก ซึ่งศึกษาที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและฮาร์วาร์ด ก่อนจะทำงานในช่วงต้นอาชีพที่โกลด์แมน แซคส์ เคยทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานระหว่างรัฐบาลรัสเซียและสหรัฐในช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งในสมัยแรก

สำหรับกองทุนเพื่อการลงทุนโดยตรงของรัสเซียก่อตั้งขึ้นในปี 2011 เพื่อร่วมมือกับนักลงทุนต่างชาติในโครงการต่าง ๆ ในรัสเซีย และต่อมาสนับสนุนวัคซีนโควิด-19 กองทุนดังกล่าวถูกระงับไปชั่วคราว หลังจากที่รัสเซียบุกยูเครนเต็มรูปแบบ เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติถอนตัวหรือลดการเปิดรับความเสี่ยงจากรัสเซีย และไม่นานก่อนที่ปูตินจะสั่งส่งทหารรัสเซีย กองทุนนี้ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้หาทางแก้ไขความขัดแย้งทางการทูต

ก่อนการเจรจาที่กรุงริยาด ดมิทรีเยฟเน้นย้ำถึงความสำคัญของกองทุนว่า ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสหรัฐและรัสเซียมีความสำคัญมากสำหรับทั้งโลก รัสเซียและสหรัฐสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ของโลก แก้ไขความขัดแย้งระดับโลกได้มากมาย และเสนอทางออกร่วมกันได้ ซึ่งดมิทรีเยฟกล่าวว่าเขาและทีมงานจะเน้นที่ประเด็นเศรษฐกิจในการเจรจาครั้งนี้

การหารือด้านเศรษฐกิจ

รัฐมนตรีรูบิโอและรัฐมนตรีลาฟรอฟได้ตกลงที่จะร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องเพื่อโอกาสทางเศรษฐกิจและการลงทุน ซึ่งจะเป็นผลจากการยุติความขัดแย้งในยูเครนได้สำเร็จ โดยคิริลล์ ดมิทรีเยฟได้หารือด้านเศรษฐกิจกับฝ่ายสหรัฐแยกต่างหากจากการประชุมของรัฐมนตรี

จากข้อมูลของสำนักข่าวอินเตอร์แฟกซ์ สื่อรัสเซีย ดมิทรีเยฟ นักธุรกิจอาวุโสชาวรัสเซียเผยถึงตัวเลขความสูญเสียของธุรกิจอเมริกาเป็นครั้งแรก ซึ่งสูญเสียเงินมากกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 10 ล้านล้านบาท) จากการออกจากตลาดรัสเซีย ซึ่งเป็นผลกระทบของมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย ตามนโยบายอดีตประธานาธิบดีไบเดน ซึ่งสินทรัพย์จำนวนมากถูกขายออกไปในราคาที่ถูกมาก ด้วยราคาประเมินที่ต่ำมาก มีการลดราคาสินทรัพย์จำนวนมาก

ดมิทรีเยฟกล่าวว่า การหาแนวทางเศรษฐกิจร่วมกัน แนวทางแก้ไขปัญหาในเชิงบวก ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับสหรัฐและอีกหลายประเทศที่เริ่มเข้าใจว่าตลาดรัสเซียมีความน่าดึงดูดใจเป็นอย่างยิ่ง และจำเป็นต้องเข้าไปมีส่วนร่วม

เขาคาดว่าบริษัทของสหรัฐหลายแห่งจะกลับเข้ามาในรัสเซียเร็วที่สุดในไตรมาสที่ 2 ของปี 2025 จากข้อดีที่รัสเซียมีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติสำรองมากที่สุดในโลก แต่กระบวนการกลับเข้ามาของบริษัทสหรัฐจะไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากช่องทางต่างๆ มากมายถูกบริษัทของชาติอื่นๆครอบครองจับจองกันไปแล้ว โดยเชื่อว่าบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐที่ทำธุรกิจประสบความสำเร็จอย่างมากในรัสเซียจะกลับมาในสักวันหนึ่ง

 

นอกจากมิติเศรษฐกิจ ผลการเจรจาได้ข้อตกลงที่มุ่งฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศและยุติสงครามในยูเครนโดยสรุปมี 3 ข้อ

การหารือที่ไม่มีผู้แทนจากชาติยุโรปและยูเครนที่กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ถือเป็นครั้งแรกที่สหรัฐและรัสเซียพบหารือเรื่องสงครามยูเครน ซึ่งเป็นความขัดแย้งที่นองเลือดที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เป็นข้อตกลงที่มุ่งฟื้นความสัมพันธ์สหรัฐและรัสเซียและยุติสงครามในยูเครนมี 3 ข้อได้แก่ ข้อแรก ฟื้นคืนช่องทางการติดต่อทางการทูตระหว่างกัน โดยให้มีการแต่งตั้งทูตระหว่างกันโดยเร็วที่สุด นับเป็นท่าทีที่เป็นมิตร หลังจากสองประเทศมีความสัมพันธ์ที่เย็นชามาอย่างยาวนาน

ข้อสอง การเริ่มกระบวนการเจรจายุติสงครามในยูเครน โดยสหรัฐกับรัสเซียจะจัดตั้งคณะผู้แทนเจรจาของตัวเอง โดยแต่งตั้ง “คณะระดับสูง” เพื่อเริ่มดำเนินการตามเส้นทางสู่การยุติความขัดแย้งในยูเครนโดยเร็วที่สุดด้วยวิธีที่ยั่งยืน และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย และข้อสาม การสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อเริ่มความร่วมมือระหว่างสองประเทศอย่างเต็มที่และขยายไปในหลายสาขา

ผลการเจรจารอบแรกถือเป็นการพลิกกลับท่าทีของสหรัฐต่อรัสเซียในรอบ 3 ปี จากที่โดดเดี่ยวรัสเซียทางเศรษฐกิจและการทูตเนื่องจากสงครามยูเครน เปลี่ยนเป็นการทำงานเพื่อฟื้นความสัมพันธ์สหรัฐและรัสเซียเป็นปกติและยุติสงคราม และการประชุมระดับรัฐมนตรีนี้ยังมีจุดมุ่งหมายเพื่อปูทางไปสู่การพบกันที่อาจเกิดขึ้นระหว่างผู้นำของประธานาธิบดีทรัมป์และปูตินในอนาคตอีกด้วย

 

อ้างอิง :

CBS News 

Reuters