เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
Automotive GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ดูทั้งหมด

เปิด 4 ภารกิจ ดันไทยเป็นฮับศิลปหัตถกรรมอาเซียน

13 มี.ค. 2568 | 16:59น.

“SACIT” เปิด 4 ภารกิจผลักดันและพลิกโฉมศิลปหัตถกรรมไทย ตั้งเป้าขยายตลาดไทย-ต่างประเทศ พร้อมชูโปรเจ็กต์เรือธงหนุนงานหัตถศิลป์ที่คิดถึง พลิกงานใกล้สูญหาย สู่งานมรดกทางภูมิปัญญา เตรียมดันไทยเป็นฮับศิลปหัตถกรรมแห่งอาเซียน

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT (Sustainable Arts and Crafts Institute of Thailand) เดินหน้าภารกิจการสืบสาน สร้างสรรค์ ส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมในทุกมิติ พร้อมเผยแนวทางยกระดับศิลปหัตถกรรมไทยภายใต้การดำเนินงาน 4 มิติ

  1. การรักษางานศิลปหัตถกรรมที่ใกล้สูญหายด้วยแนวคิดหัตถศิลป์ที่คิดถึง
  2. การมุ่งเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
  3. การยกระดับงานคราฟต์ผ่านเครือข่ายพันธมิตร
  4. การสร้างองค์กรแห่งความสุข

นอกจากนี้ ยังมีการทำงานเชิงรุก อาทิ เตรียมเปิดอีเวนต์ครั้งยิ่งใหญ่ ในงาน “SACIT Symposium 2025” และ “Crafts Bangkok 2025” เพื่อยกระดับงานคราฟต์ไทยสู่เวทีนานาชาติ การส่งเสริมช่องทางการตลาดแก่ผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรม และเตรียมความพร้อมสู่การเป็นฮับด้านงานศิลปหัตถกรรมในภูมิภาคอาเซียน พร้อมตั้งเป้าขยายฐานการตลาดส่งออกต่างประเทศ สู่ภูมิภาคตะวันออกกลางในปี 2568 นี้ นำร่องด้วยโครงการ “SACIT for Middle East” เพื่อศึกษาโอกาสการเข้าถึงช่องทางตลาดต่างประเทศแบบเชิงรุก

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย เปิดเผยว่า SACIT มุ่งการส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทยในปี 2568 ด้วยนโยบาย สืบสาน สร้างสรรค์ ส่งเสริม เพื่อยกระดับงานศิลปหัตถกรรมในทุกมิติ โดยการสืบสาน มุ่งการอนุรักษ์งานงานคราฟต์ดั้งเดิมที่กำลังเลือนหายไป เพื่อให้ยังคงอยู่ในตลาด และในวิถีชีวิตของคนไทยและมีความสอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง

ขณะที่สร้างสรรค์ เป็นการทำให้งานคราฟต์มีความร่วมสมัยผ่านการออกแบบ รูปลักษณ์ การคัดเลือกนำวัสดุมาใช้ให้เหมาะสม ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการสร้างการรับรู้ในงานศิลปหัตถกรรม ถ่ายทอดองค์ความรู้ และจัดการวัฒนธรรมศิลปหัตถกรรม

เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนในทุกเจเนอเรชั่นเกิดความชื่นชอบและใช้ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยเพิ่มมากขึ้น ตลอดจนส่งเสริมด้านการตลาดผ่านการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมให้แพร่หลาย และเพิ่มโอกาสทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ

SACIT Symposium 2025

ผศ.ดร.อนุชา กล่าวต่อ เพื่อให้งานศิลปหัตถกรรมไทยเกิดการเปลี่ยนที่เป็นรูปธรรม SACIT จึงมีการดำเนินงานใน 4 มิติ โดยมิติแรกคือ “หัตถศิลป์ที่คิดถึง” ซึ่งปี 2568 นี้ จะเน้นสร้างความตระหนักถึงกลุ่มงานหัตถศิลป์ประเภทเครื่องรัก-เครื่องมุก และงานหัตถศิลป์ล้านนาประเภทเครื่องเขินซึ่งปัจจุบันนับว่าเป็นงานศิลปหัตถกรรมที่ใกล้สูญหาย เหลือครูผู้สร้างสรรค์น้อยราย

SACIT จะมีการสืบสานทั้งในด้านองค์ความรู้ วัตถุดิบ ทักษะเชิงช่างหัตถกรรม และยังมองภาพใหญ่ในแง่มุมของการเชื่อมโยงองค์ความรู้ร่วมกันของทั้งไทยและต่างประเทศ จึงเป็นที่มาของการเตรียมเปิดงานประชุมวิชาการด้านศิลปหัตถกรรมครั้งที่ 1 “SACIT Symposium 2025” ภายใต้แนวคิด “Crafting Sustainability across ASEAN and Beyond”

เวทีเพื่อการนำเสนอและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เชิงวิชาการ และนวัตกรรมเกี่ยวกับงานคราฟต์ รวมถึงผลงานการสร้างสรรค์สำหรับกลุ่มงานหัตถกรรมที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์-สืบสาน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกระบวนการผลักดันงานศิลปหัตถกรรมไทยให้เติบโตและสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทั้งไทยและต่างประเทศ

มีกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 8 – 9 สิงหาคม 2568 ณ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) ซึ่งจะเปิดโอกาสให้กลุ่มคณาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา ครูช่างศิลปหัตถกรรม ประชาชนทั่วไปที่สนใจ รวมถึงเครือข่ายต่างประเทศสมาชิกอาเซียนและเอเซีย อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน ไต้หวัน และอินเดีย ได้มีส่วนร่วมนำเสนอและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ภายในงานฯ

โดย SACIT มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดกิจกรรมในครั้งนี้จะเป็นโอกาสที่นำพาประเทศไทยให้สามารถก้าวสู่การเป็นฮับด้านงานศิลปหัตถกรรมในภูมิภาคอาเซียนได้ต่อไปในอนาคต

การรังสรรค์งานหัตถศิลป์ไทยประเภทเครื่องรัก-เครื่องมุก ต้องอาศัยวัตถุดิบจากธรรมชาติดั้งเดิมอย่าง “ยางรัก” ซึ่งปัจจุบันนี้เริ่มกลายเป็นวัตถุดิบที่หายาก และยังต้องอาศัยการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน และเพื่อเป็นการบริหารจัดการความเสี่ยงต่อการขาดแคลนวัตถุดิบดังกล่าวในอนาคต SACIT จึงได้ประสานความร่วมมือกับหลายภาคส่วนเพื่อร่วมสร้างความตระหนักต่อปัญหาสถานการณ์ดังกล่าว ในการฟื้นฟูและสนับสนุนการปลูก-เก็บเกี่ยว อนุรักษ์พันธุ์พืชที่ให้ยางรัก

โดย SACIT เล็งเห็นถึงโอกาสของการผลักดันกลุ่มพืชพันธุ์ไม้ที่ให้ยางรักสู่การเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทยต่อไปในอนาคต ซึ่งไม่สามารถบรรลุผลสำเร็จได้ในปีงบประมาณเดียว แต่ต้องอาศัยระยะเวลาอย่างน้อย 10 ปี ขึ้นไปเพื่อร่วมกันรณรงค์การสืบสานวัตถุดิบสำคัญอย่างยางรักให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทย

ขับเคลื่อน SDGs

ผศ.ดร.อนุชา กล่าวเสริมว่า SACIT ยังมุ่งเน้นการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งไม่เพียงให้ความสำคัญต่อการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังใส่ใจต่อเรื่องชุมชน สังคม รวมถึงกลุ่มคนผู้ผลิตงานหัตถศิลป์ไทยทั่วทุกภูมิภาค ซึ่งให้ความสำคัญต่อเรื่องของสุขภาพ จึงได้มีการจัดทำงานวิจัยด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงต่อสุขภาพของกลุ่มผู้ผลิตงานคราฟต์ โดยศึกษาถึงความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยในการทำงานพร้อมหาแนวทางในการป้องกันและฟื้นฟู

นอกจากนี้ ยังมุ่งมั่นในการส่งเสริมและขยายโอกาสให้กลุ่มคนหลากหลายสามารถเข้าถึงกระบวนการผลิต และการบริโภคงานคราฟต์ ทั้งในมิติทางสังคมและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบางทั้งหลายที่มีศักยภาพ แต่ไม่ได้รับการเปิดโอกาส เช่น กลุ่มผู้ต้องขัง กลุ่มผู้สูงอายุในพื้นที่จังหวัดอยุธยาและบริเวณใกล้เคียง รวมถึงส่งเสริมกลุ่มครูช่างฯ และ สมาชิก SACIT ในกลุ่ม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อเปิดโอกาสให้นำเอาองค์ความรู้ ไปประกอบอาชีพในอนาคตได้ และสร้างอาชีพที่มีคุณค่า

อีกทั้งยังส่งเสริมเรื่องโอกาสช่องทางการตลาดโดยมุ่งพัฒนางานคราฟต์ภายใต้แนวคิด ESG ผ่านการเชื่อมโยงงานศิลปหัตถกรรมไทยให้สอดรับกับบริบททางด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล อาทิ ส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือการเชื่อมโยงเครือข่ายชุมชนหัตถกรรมเข้ากับภาคการท่องเที่ยว

เพื่อให้เกิดการสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงจากงานศิลปหัตถกรรม ผ่านการประสานความร่วมมือกับการท่าอากาศยาน โดยมีแผนการขยายพื้นที่รองรับผลิตภัณฑ์งานคราฟต์จากชุมชน เพื่อจัดจำหน่ายสินค้าที่ระลึกที่มีความร่วมสมัย ณ บริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ

สร้าง Ecosystem ในงานศิลปหัตถกรรม

ผศ.ดร.อนุชา กล่าวต่อว่า ในด้านการยกระดับงานคราฟต์ผ่านเครือข่ายพันธมิตร ที่ผ่านมา SACIT ได้มีการแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงองค์ความรู้เพื่อร่วมพัฒนางานหัตถกรรมระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง อาทิ ประเทศเมียนมา จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น โดยปี 2567 ที่ผ่านมา สรุปรายงานการส่งออกผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทย มูลค่าส่งออกรวม 379,198.64 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.34 กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าการส่งออกสูงสุด คือ เครื่องเงิน เครื่องทอง

และเพื่อเป็นการยกระดับงานศิลปหัตถกรรมไทยให้เป็นที่ประจักษ์สู่เวทีนานาชาติ ปี 2568 นี้ SACIT ยังได้ศึกษาโอกาสการเข้าถึงช่องทางตลาดต่างประเทศเชิงรุก โดยมีตลาดเป้าหมายเป็นกลุ่มประเทศศักยภาพ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง อาทิ ซาอุดีอาระเบีย บาห์เรน คูเวต โอมาน การตาร์ สหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ และเยเมน

จึงได้ริเริ่มโครงการ “SACIT for Middle East” โดยมีแผนการร่วมออกงานโรดโชว์ ในเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อสร้างการรับรู้ถึงเสน่ห์ของผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ไทย อาทิ งานเครื่องปั้นดินเผาที่มีเอกลักษณ์ และงานศิลป์ชั้นสูงอย่างเครื่องเบญจรงค์ ที่มีส่วนผสมของทองคำซึ่งตอบโจทย์ต่อรสนิยมของกลุ่มคนที่มีรายได้สูงในตลาดตะวันออกกลางที่ให้คุณค่ากับงานคราฟต์ที่มีความประณีต ให้กลิ่นไอความลักซ์ชัวรี

โครงการดังกล่าวยังนำมาสู่การศึกษาคุณลักษณะ-แนวโน้มความต้องการของตลาดตลอดจนข้อจำกัดต่าง ๆ ในการนำเข้าสินค้าในตลาดตะวันออกกลาง เพื่อนำข้อมูลจากการสังเกตการณ์มาประกอบข้อมูลจากการวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ และขยายผลไปยังตลาดอื่น ๆ ต่อไป

สำหรับบทบาทการส่งเสริมสร้างการรับรู้ในงานศิลปหัตถกรรมไทย SACIT ให้ความสำคัญกับการสร้าง Ecosystem ในงานศิลปหัตถกรรม เพื่อขยายฐานกลุ่มเป้าหมายที่มีความชื่นชอบในงานหัตถศิลป์ไทย สอดคล้องกับภารกิจสำคัญในด้านการจัดการวัฒนธรรมศิลปหัตถกรรม กระตุ้น สร้างภาพจำให้คนไทย โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่เกิดความรัก ความชื่นชอบ ความหลงใหลในงานศิลปหัตถกรรมไทยเพิ่มมากขึ้น

ได้มีการสื่อสาร ส่งต่อองค์ความรู้ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล อาทิ Facebook, Instagram, X, Thread, TikTok, YouTube ฯลฯ และถ่ายทอดองค์ความรู้ในรูปแบบคอนเทนต์ที่มีความหลากหลายตรงกับไลฟ์สไตล์การบริโภคสื่อของผู้คนในยุคปัจจุบัน รวมทั้งสื่อสารสร้างการรับรู้ในงานศิลปหัตถกรรมผ่านกลุ่ม Micro Influencer ที่มีผลต่อความชื่นชอบของกลุ่มคนรุ่นใหม่ สามารถสร้างแรงกระเพื่อม ผลักดันให้งานคราฟต์ไทยเป็นกระแส เกิดการรับรู้ และการยอมรับจากสาธารณชน

นอกจากการสื่อสาร SACIT มีการผลักดันตลาดงานคราฟต์ภายในประเทศ โดยเตรียมจัดงานแสดงและจำหน่ายงานคราฟต์ครั้งยิ่งใหญ่แห่งปีในงาน “Crafts Bangkok 2025” เพื่อส่งเสริมช่องทางการตลาดแก่ผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรม ควบคู่กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากที่จะนำมาสู่การสร้างความยั่งยืนในงานศิลปหัตถกรรมไทย

รวบรวมงานคราฟต์ร่วมสมัยจากผลงานครู ทายาท สมาชิก และผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไฮไลต์จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อาทิ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย จักสานกระจูด ไม้แกะสลัก ผ้าปัก ผ้าชาวเขา และเครื่องปั้นดินเผา ทั้งยังเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่ปรับประยุกต์เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคเพื่อตอบโจทย์เทรนด์ในยุคปัจจุบัน เช่น Craft Toy และงานคราฟต์หมวดหมู่อื่น ๆ ในจำนวนร้านค้ากว่า 300 คูหา โดยมีกำหนดการจัดงานระหว่างวันที่ 18 – 22 มิถุนายน 2568 ณ ฮอลล์ 5 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ทั้งนี้ SACIT ยังให้ความสำคัญกับภารกิจการดำเนินกลยุทธ์เพื่อยกระดับงานคราฟต์ผ่านเครือข่ายพันธมิตร
โดยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐทั้งในและต่างประเทศ อาทิ กระทรวงต่างประเทศ ผ่านการหารือร่วมกับสถานทูตไทยในต่างประเทศโดยมีแผนร่วมงาน Thai Festival 2025 เพื่อสร้างการตระหนักรับรู้ถึงงานหัตถศิลป์ไทยที่มีอัตลักษณ์ทรงคุณค่า

ซึ่งเป็นโอกาสการเพิ่มพูนมูลค่าที่จะก่อให้เกิดโอกาสการสร้างรายได้สู่เศรษฐกิจไทยได้ในอนาคต อีกทั้งให้ความสำคัญกับการเจรจาการค้าเพื่อจับคู่ธุรกิจ และขยายโอกาสทางการค้ากับภาคเอกชน อาทิ จิม ทอมป์สัน กลุ่มธุรกิจค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ สยามพิวรรธน์ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม ตลอดจนหน่วยงานระดับโลกอย่างองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก อีกด้วย

ผศ.ดร.อนุชา กล่าวทิ้งท้ายว่า SACIT ยังตั้งเป้าสร้างองค์กรแห่งความสุข หรือองค์กรแห่งประสิทธิภาพ ซึ่งให้ความสำคัญต่อด้านการพัฒนาบุคลากร เพื่อส่งต่อความสุขจากการทำงานไปยังกลุ่มเป้าหมายและผู้ที่มีความเกี่ยวข้อง ในปีนี้จึงมีการพัฒนาบุคลากรภายในองค์กรด้วยหลักธรรมาภิบาลอย่างเข้มข้น และยังมุ่งมั่นที่จะยกระดับสู่องค์กรดิจิทัลผลักดันให้เป็นองค์กรแห่งประสิทธิภาพได้ในที่สุด