เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 อสังหาสาดโปรฯคึก สถาพรตั้งเป้า 100 ล้าน
Real Estate มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 อสังหาสาดโปรฯคึก สถาพรตั้งเป้า 100 ล้าน
ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อโซลาร์ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี ช่วยเกษตรกรลดรายจ่าย เพิ่มรายได้
Finance ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อโซลาร์ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี ช่วยเกษตรกรลดรายจ่าย เพิ่มรายได้
เปิดวงถก UPOV 1991 กับทางเลือกของเกษตรกรไทย
Economic เปิดวงถก UPOV 1991 กับทางเลือกของเกษตรกรไทย
’อนุทิน‘ เข้าสภา เดินทักทาย สส.ฝ่ายค้าน
Automotive ’อนุทิน‘ เข้าสภา เดินทักทาย สส.ฝ่ายค้าน
ไฮไลต์เรียกเสียงกรี๊ด…มหกรรมหนังสือสุดคึกคัก
Biz Movement ไฮไลต์เรียกเสียงกรี๊ด…มหกรรมหนังสือสุดคึกคัก
‘iPhone Duo พับได้’ เจอปัญหา! หน้าจอร้าวหลังใช้งานไม่นาน แต่ Apple พร้อมรับมือ
Tech ‘iPhone Duo พับได้’ เจอปัญหา! หน้าจอร้าวหลังใช้งานไม่นาน แต่ Apple พร้อมรับมือ
ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,550 บาท
ธอส. เปิดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี มุ่งลดรายจ่าย ผ่อนเดือนละ 1,200 บาท
Finance ธอส. เปิดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี มุ่งลดรายจ่าย ผ่อนเดือนละ 1,200 บาท
อนุทิน ชี้ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ มีแต่เรื่องดี-ช่วย ปชช.หลังถูกติงเอื้อทุนใหญ่
Politics อนุทิน ชี้ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ มีแต่เรื่องดี-ช่วย ปชช.หลังถูกติงเอื้อทุนใหญ่
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ดูทั้งหมด

นายกฯ เผย เช็กท่าทีรอบด้าน ก่อนเจรจาทรัมป์ อาเซียนเล็งผนึกกำลังรับมือ

24 เม.ย. 2568 | 14:09น.

นายกรัฐมนตรียืนยันเก็บข้อมูลรอบด้าน ติดตามท่าทีใกล้ชิดก่อนถึงเวลาเจรจาสหรัฐ เผยกลุ่มประเทศอาเซียนเล็งจับมือผนึกกำลังต่อรอง-รับมือภาษีทรัมป์

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ระหว่างเดินทางเยือนกัมพูชา ว่าในระหว่างการหารือกับสมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาแนด นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ได้พูดคุยกรณีที่สหรัฐอเมริกาประกาศขึ้นภาษี และเชื่อว่าทุกคนที่ประเทศไทยติดตามสถานการณ์และเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังจากที่สหรัฐให้เวลา 90 วัน

ตอนนี้ผ่านมาระยะหนึ่งแล้ว มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง โดยประเทศไทยเลือกจะดูเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด ติดตามในทุกมุมทุกด้าน ทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ว่ามีความเคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง ต้องการอะไรเพิ่มเติม และเวลาผ่านไม่ถึง 30 วัน การเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเยอะ ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย แต่รวมถึงรอบโลก เห็นได้ว่าเรื่องของภาษีค่อย ๆ มีการปรับ

น.ส.แพทองธารกล่าวว่า สหรัฐต้องรอดูผลตอบรับที่ออกไปทั่วโลกเป็นอย่างไรมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน เพราะการคำนวณและกฎต่าง ๆ ที่ออกมานั้นค่อนข้างเป็นเรื่องแปลกใหม่ และเป็นสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก

ฉะนั้นสหรัฐต้องดูสถานการณ์เช่นเดียวกับเรา แต่อาจจะดูคนละมุม โดยต้องดูสถานการณ์ ดูอุณหภูมิ ดูความเป็นไปได้ของทั่วโลก ซึ่งตนมองว่าเป็นสิ่งที่แฟร์ ต้องดูก่อนว่าแต่ละประเทศจะมีท่าทีอย่างไร เราเองก็เช่นกัน เรื่องของความรอบคอบ การเตรียมข้อมูลให้พร้อม ที่ประเทศไทยทำอยู่ตอนนี้ยังอยู่ในทิศทางที่กำหนดไว้ เราไม่ปล่อยให้หลุดมือไปไหน เรายังโฟกัสว่าเราสามารถทำอะไรเพิ่มเติมได้บ้าง

การได้คุยกับนายกฯ กัมพูชาถึงกรอบความร่วมมือของอาเซียน ว่าแต่ละประเทศมีความแข็งแรงของตัวเองอย่างไรบ้าง ถ้ามารวมกันในกรอบของอาเซียนจะทำอะไรได้บ้าง แต่ละประเทศมีทรัพยากรธรรมชาติไม่เหมือนกันและมีจุดแข็งอีกมาก ถ้ามาร่วมกันแล้วเพิ่มอำนาจการต่อรองจะเป็นไปได้หรือไม่ ซึ่งตรงนี้ยังเป็นเพียงแค่แนวความคิด ยังไม่มีการลงนามหรือเซ็นเอกสารใด

ทั้งนี้ ตนได้คุยกับผู้นำในประเทศอาเซียน บ้างแล้ว เช่นเดียวกันกับนายกฯกัมพูชา ที่ได้คุยกับผู้นำในประเทศอาเซียนเช่นกัน และเห็นตรงกันว่าถ้าเราร่วมมือกันในกลุ่มอาเซียนจะเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ สามารถมีอำนาจในการต่อรอง

และเราพร้อมที่จะร่วมมือกัน หากมีการขึ้นกำแพงภาษีก็จะรอดไปด้วยกัน เพราะสิ่งที่มีความเฉพาะของประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทวีปอื่นไม่มี ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่เราต่อรองได้อย่างแข็งแรง เมื่อได้คุยแล้วก็ดีใจที่ประเทศในกลุ่มอาเซียนเห็นตรงกันในเรื่องนี้ การที่เราจะต่อรองต้องต่อรองอย่างคนที่เจรจาแบบเป็นเพื่อนกัน ต่อรองแบบไม่ต้องเสียเปรียบหรือได้เปรียบในช่องว่างที่ใหญ่จนรับไม่ได้ ต้องต่อรองให้ทั้งเราและเขาเข้มแข็ง ต้องวินวินทั้งคู่ เป็นสิ่งที่เราเห็นตรงกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่เรารอจังหวะสังเกตดูท่าทีของสหรัฐก่อนที่จะเจรจา เท่ากับเป็นผลดีต่อไทยใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คิดว่าเช่นนั้น เพราะสหรัฐก็สังเกตและดูท่าทีของรอบโลกเช่นกัน เราต้องดูว่าอะไรเกิดขึ้นและจุดไหนเป็นจุดที่เหมาะที่เราจะต่อรองในรายละเอียด เป็นสิ่งที่เราจับตาดูอยู่

“ไม่ต้องห่วง เพราะรัฐบาลปรึกษาทางเอกชน ผู้ประกอบการที่ลงทุนในสหรัฐ เพราะเราอยากรู้ความเคลื่อนไหวว่าสามารถจะทำอะไรได้บ้างให้ครบถ้วน” นายกฯ กล่าว