Skip to content

AREA สำรวจอสังหาฯ มีนาคม 68 เปิดใหม่หดตัว เหลือ 21,006 ล้านบาท

25 เม.ย. 2568 | 15:21น.
AREA สำรวจอสังหาฯ มีนาคม 68 เปิดใหม่หดตัว เหลือ 21,006 ล้านบาท

AREA เปิดผลสำรวจโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ในเดือนมีนาคม 2568 มียอดเปิดตัวโครงการใหม่รวมกัน 18 โครงการ จำนวน 3,524 หน่วย มูลค่ารวม 21,006 ล้านบาท

ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA เปิดเผยว่า ในเดือนมีนาคม 2568 ภาพรวมของอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล มีการเปิดตัวจำนวนโครงการลดลง

โดยมีโครงการเปิดขายใหม่รวม 18 โครงการ น้อยกว่าเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้จำนวนหน่วยขาย และมูลค่าโครงการลดลง แต่มีราคาเฉลี่ยต่อหน่วยเพิ่มขึ้น

โดยอาคารชุดยังคงครองสัดส่วนหน่วยขายสูงสุดถึง 50.1% ของหน่วยขายทั้งหมดในเดือนนี้ และมีสัดส่วนขายได้สูงสุดด้วยเช่นกัน

จำนวนอสังหาริมทรัพย์ที่เกิดขึ้นใหม่ในเดือนนี้มีทั้งหมด 3,524 หน่วย ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ จำนวน 1,207 หน่วย (เดือนกุมภาพันธ์ 2568 มีจำนวน 4,731 หน่วย) หรือลดลง 30.8%

ในเดือนมีนาคม พบด้วยว่า ผู้ประกอบการรายใหญ่มีการเปิดตัวมากกว่ารายเล็กเช่นเดิม โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 93 เป็นการพัฒนาโดยผู้ประกอบการในตลาดหลักทรัพย์ฯ และบริษัทในเครือ ซึ่งสัดส่วนหน่วยขายส่วนใหญ่มาจากอาคารชุดระดับราคาปานกลางค่อนข้างถูก และการพัฒนาบ้านเดี่ยวราคาค่อนข้างสูง

มูลค่ารวมของการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เกิดใหม่ในเดือนมีนาคม 2568 นี้มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 21,006 ล้านบาท ลดลงจากเดือนที่ผ่านมาจำนวน 320 ล้านบาท (เดือนกุมภาพันธ์ 2568 มีมูลค่า 21,326 ล้านบาท) หรือลดลง 1.5%

ซึ่งในเดือนมีนาคมลักษณะการพัฒนาที่อยู่อาศัยจะแตกต่างกับเดือนที่ผ่านมาเล็กน้อย โดยพบว่า อาคารชุดที่เข้าสู่ตลาดส่วนใหญ่จะเป็นระดับราคาปานกลางค่อนข้างถูก ส่วนบ้านแนวราบมีระดับราคาปานกลางค่อนข้างสูงถึงระดับราคาสูงเป็นสำคัญ

หากพิจารณาอัตราการขายได้ พบว่า เดือนมีนาคมมีอัตราการขายได้เฉลี่ยที่ 18.6% ลดลงจากเดือนที่ผ่านมาที่มีอัตราการขายได้ที่ 23.3% ต่อเดือน

ประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่มีอัตราการได้สูงสุด คือ อาคารชุด ระดับราคา 2-3 ล้านบาท จำนวน 379 หน่วย ขายได้แล้ว 255 หน่วย (67%) รองลงมาคือ อาคารชุดราคา 3-5 ล้านบาท จำนวน 389 หน่วย ขายได้แล้ว 224 หน่วย (58%) และอันดับ 3 คือ อาคารชุด ระดับราคา 5-10 ล้านบาท จำนวน 68 หน่วย ขายได้แล้ว 25 หน่วย (37%)

ผู้ประกอบการที่เปิดตัวโครงการใหม่ในเดือนนี้ จะพบว่าเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ (มหาชน) มีจำนวน 12 บริษัท คือ 1.บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) 3.บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) 4.บริษัท วิลล่า คุณาลัย จำกัด (มหาชน)

5.บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) 6.บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) 7.บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) 8.บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) 9.บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)

10.บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) 11.บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) และ 12.บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ตามลำดับ นอกจากนี้ก็ยังมีบริษัททั่วไปอีกจำนวนหนึ่ง

โครงการที่เปิดตัวใหม่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯชั้นในจำนวน 1 โครงการ และตั้งอยู่ในส่วนต่อขยายเมือง (Intermediate Area) จำนวน 5 โครงการ เช่น ย่านลาดพร้าว คู้บอน พระรามเก้า สุขุมวิทตอนปลาย ชัยพฤกษ์ เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีอีก 12 โครงการที่อยู่ในพื้นที่รอบนอกเมือง ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่อาศัยในย่านแหล่งงานและสถานศึกษา เช่น รังสิต ลำลูกกา บางพลี เทพารักษ์ บางนา-ตราด บางใหญ่ บางบัวทอง เป็นต้น

สำหรับมูลค่าโครงการ 3 เดือนแรกของปี 2568 มีมูลค่าการโครงการรวม 50,321 ล้านบาท ด้านจำนวนหน่วยขายรวมของ 3 เดือนแรกปี 2568 มีจำนวน 9,892 หน่วย

คาดว่าแนวโน้มปี 2568 ทั้งปี มูลค่าโครงการอาจมีรวมกันเพียง 260,000 ล้านบาท รวมจำนวนหน่วยเพียง 55,395 หน่วย ซึ่งถือว่าลดลงกว่าปี 2567 เสียอีก ประเมินจากผลกระทบแผ่นดินไหวและภาษีทรัมป์ซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนมีนาคม จนถึงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา

แต่ทั้งนี้เป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้น หากเศรษฐกิจดีขึ้นได้ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็อาจเติบโตตามไป