เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

JKN บอร์ดไฟเขียว แอน-จักรพงษ์ นั่ง CEO ต่อ แม้ถูก ก.ล.ต.ลงโทษ

28 เม.ย. 2568 | 11:49น.
Anne JKN แอน จักรพงษ์

Anne JKN แอน จักรพงษ์

บอร์ด JKN มีมติเห็นชอบให้ แอน-จักรพงษ์ นั่ง CEO ต่อ แม้ถูก ก.ล.ต.ลงโทษทางแพ่ง กรณีเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จหรืออาจก่อให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญ มองคำสั่งลงโทษทางแพ่ง ยังไม่ถึงที่สุด

จากกรณีสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ได้ดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 2 ราย ได้แก่ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (JKN) และนายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ (แอน จักรพงษ์) กรณีเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จหรืออาจก่อให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับข้อมูลของ JKN โดยให้ชำระเงินตามมาตรการลงโทษทางแพ่งรวม 4,124,078 บาท และกำหนดระยะเวลาห้ามผู้กระทำความผิด 1 ราย เป็นกรรมการหรือผู้บริหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) แจ้งต่อตลาดแห่งประเทศไทย ระบุว่า บริษัทขอแจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 7/2568 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2568 โดยที่
ประชุมได้พิจารณาและมีมติที่สำคัญสรุปได้ดังต่อไปนี้

สืบเนื่องจากสำนักงาน ก.ล.ต. แจ้งว่า คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) มีมติให้น้ามาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับบริษัท และคุณจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ในฐานะเป็นบุคคล ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคล ตามรายละเอียดในหนังสือที่อ้างถึงนั้น

ในการนี้ ที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่า ในส่วนความผิดของบริษัทนั้น เห็นควรยอมรับตามมาตรการลงโทษ
ทางแพ่งดังกล่าว แต่เนื่องจากบริษัทอยู่ในกระบวนการฟื้นฟูกิจการ ซึ่งค่าปรับไม่ใช่การดำเนินธุรกิจปกติของบริษัท บริษัทจึงจะดำเนินการขออนุญาตต่อศาลล้มละลายกลางในการชำระค่าปรับดังกล่าวต่อไป

ในส่วนของคุณจักรพงษ์นั้น เป็นความผิดเฉพาะบุคคล โดยตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณจักรพงษ์ถือเป็นผู้บริหารหลักในการผลักดันและการดำเนินงานของบริษัทอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการปฏิบัติตามแผมแผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่งบริษัทได้ยื่นแผนฟื้นฟูกิจการต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทร์พย์แล้วเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2568 ให้เกิดความสำเร็จ

ประกอบกับที่ประชุมพิจารณาแล้วพบว่า มาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด ยังมิใช่คำสั่งอันเป็นที่สุด ซึ่งส่งผลให้คุณจักรพงษ์ต้องห้ามการเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์

ดังนั้น ในปัจจุบัน คุณจักรพงษ์จึงยังมีสิทธิอย่างสมบูรณ์ตามกฎหมายในการดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์เช่นเดิม

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาเพิ่มเติมแล้วก็ไม่พบว่า คุณจักรพงษ์ ซึ่งเป็นกรรมการและผู้บริหารสูงสุดของบริษัท
มีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจอื่นใดในการดำรงตำแหน่งกรรมการและผู้บริหารของบริษัท ตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพรัพย์ ที่ กจ.3/2560 เรื่อง การกำหนดลักษณะขาดความน่าไว้วางใจของกรรมการและผู้บริหารของบริษัท

ดังนั้น เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบให้คุณจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ยังคงดำรงตำแหน่งกรรมการ กรรมการผู้มีอ้านาจลงนาม กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ประธานกรรมกรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการของบริษัทตามเดิมจนกว่าจะมีคำสั่งถึงที่สุดในเรื่องดังกล่าว