ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หลังศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษได้มีคำพิพากษากลับคำสั่งศาลล้มละลายกลาง โดยให้ยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป (JKN) ส่งผลให้อำนาจหน้าที่ในการจัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้กลับเป็นของผู้บริหารของลูกหนี้ และผู้ถือหุ้นของลูกหนี้กลับมีสิทธิตามกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนพิเศษ 8 ง เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 ได้เผยแพร่ ประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เรื่องยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ JKN ลูกหนี้ ในคดีหมายเลขแดงที่ ฟฟ 7/2567 ศาลล้มละลายกลาง
ประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า ขอแจ้งให้ทราบทั่วกันว่า ตามที่ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ลูกหนี้ เมื่อวันที่ 23 เมษายน2567 และได้มีคำสั่งตั้งบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ลูกหนี้ เป็นผู้ทำแผน เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2567
ต่อมาเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ได้มีคำสั่งตั้งบริษัท แกรนท์ ธอนตัน สเปเชียลิสท์ แอ็ดไวซอรี่เซอร์วิสเซส จำกัด เป็นผู้ทำแผนคนใหม่ นั้น
บัดนี้ เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษได้มีคำพิพากษากลับคำสั่งศาลล้มละลายกลาง โดยให้ยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ลูกหนี้ ดังนั้น อำนาจหน้าที่ในการจัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้กลับเป็นของผู้บริหารของลูกหนี้ และผู้ถือหุ้นของลูกหนี้กลับมีสิทธิตามกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ โดยมีบริษัท นอร์ธ เฮเวน ไทย ไพรเวท เอดวิตี้ เจ็มมิไน คอมพานี (ฮ่องกง) ลิมิเต็ด ผู้คัดค้านที่ 13 และในฐานะเจ้าหนี้รายที่ 1512
คดีนี้ศาลล้มละลายกลางพิจารณาแล้วเห็นควรให้บริษัท เจเคเอ็นฯ ฟื้นฟูกิจการได้ ต่อมา บริษัท นอร์ธ เฮเวนฯ ยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลอุทธรณ์และคำสั่งตั้งลูกหนี้เป็นผู้ทำแผนของศาลล้มละลายกลาง
ยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ
ต่อมาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกล้มละลายตรวจสำนวนแล้วเห็นว่าลูกหนี้ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนจำกัดประกอบธุรกิจเกี่ยวกับลิขสิทธิ์คอนเทนต์ การโฆษณา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และธุรกิจการบริหารจัดการลิขสิทธิ์องค์กรนางงามจักรวาล (Miss Universe Organization) โดยมีเงินทุนหลักมาจากการออกหุ้นกู้จำนวนมาก ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559-2566 รวม 17 ครั้ง ซึ่งในระยะแรกลูกหนี้ชำระหนี้หุ้นกู้คืนได้ครบทุกครั้ง จนถึงหุ้นกู้ครั้งที่ 7 ต่อมาลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ ครั้งที่ 8 (JKN239A) เมื่อครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 1 กันยายน 2566 ทำให้หุ้นกู้ชุดที่ 12-19 ต้องถึงกำหนดชำระโดยพลันตามข้อกำหนดสิทธิของหุ้นกู้
รวมยอดหนี้ที่ถึงกำหนดชำระในทันที 3.212 พันล้านบาท ทั้งนี้ลูกหนี้ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินจนตกเป็นบุคคลผู้ไม่สามารถที่จะชำระหนี้ตามกำหนด ต้องด้วยหลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/3 และมาตรา 90/4 (2) ที่จะยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการได้
อย่างไรก็ดี งบฯแสดงฐานะการเงินของลูกหนี้แสดงให้เห็นว่ากิจการของลูกหนี้เติบโตจากการก่อหนี้สินด้วยการออกหุ้นกู้หมุนเวียนเพื่อขยายธุรกิจ มิได้เติบโตจากความสามารถในการทำกำไร ข้อที่ลูกหนี้อ้างว่าได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ของบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น มีผลต่อการจำหน่ายหุ้นกู้ ของลูกหนี้นั้น เหตุการณ์ผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ของบริษัทดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังและไม่เกี่ยวข้องกับการผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ของลูกหนี้แต่อย่างใด
ส่วนที่ลูกหนี้อ้างว่าขายธุรกิจองค์กรนางงามจักรวาลเพื่อจะแก้ปัญหาสภาพคล่องทางการเงินในการทำธุรกรรมดังกล่าว ลูกหนี้ได้รับชำระเงินแล้วเพียง 3,700,000 ดอลลาร์สหรัฐ เหลือเงินที่ยังไม่ได้รับชำระอีก 10,800,000 ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งลูกหนี้ยังนำเงินเพิ่มทุนไปชำระหนี้กู้ยืม 300 ล้านบาท ให้แก่กรรมการผู้มีอำนาจบริหารลูกหนี้เสียเองก่อนเจ้าหนี้รายอื่น แสดงถึงการขาดธรรมาภิบาลของลูกหนี้
ปัญหาการประกอบธุรกิจของลูกหนี้จึงเกิดจากการบริหารงานอันเป็นปัจจัยภายในของลูกหนี้เอง และลูกหนี้ไม่ได้แสดงให้เห็นว่ามีช่องทางที่จะสามารถนำเงินมาชำระหนี้หรือบรรเทาความเสียหายแก่ประชาชน ซึ่งเป็นเจ้าหนี้หุ้นกู้ได้มากน้อยเพียงใด กรณีจึงไม่มีเหตุอันสมควรและไม่มีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ได้ตามมาตรา 90/3
สำหรับอุทธรณ์ในชั้นให้ความเห็นชอบตั้งลูกหนี้เป็นผู้ทำแผนซึ่งเป็นขั้นตอนเกี่ยวเนื่องในการฟื้นฟูกิจการนั้น เมื่อวินิจฉัยแล้วว่าไม่มีเหตุอันสมควรและไม่มีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ได้ตามกฎหมาย จึงไม่มีประโยชน์ที่จะต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ส่วนนี้อีกต่อไป
จึงพิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ และให้จำหน่ายคดีในส่วนอุทธรณ์คำสั่งตั้งลูกหนี้เป็นผู้ทำแผนออกจากสารบบความ
ก่อนหน้านี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ระบุว่า ก.ล.ต. มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เพิ่มเติม ตามข่าวของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ กรณีบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ทำให้บริษัทไม่ได้อยู่ภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายล้มละลายอีกต่อไป
ดังนั้น ก.ล.ต. โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ก.ล.ต. อาศัยอำนาจตามความมาตรา 267 พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ได้มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินของผู้กระทำผิดรายบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นระยะเวลา 180 วัน กรณีที่มีการเปิดเผยข้อมูลอันเป็นเท็จในสาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับที่มีการทุจริตและตกแต่งงบการเงินเพิ่มเติมจากผู้กระทำความผิด 4 ราย ที่ได้มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินไปก่อนหน้านี้ อันได้แก่ (1) นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ (2) นางสาวพิมพ์อุมา จักราจุฑาธิบดิ์ (3) นางสาวพิสมัย ห่างไธสง และ (4) นางสาวกมลรัตน์ มงคลครุธ
