ราชกิจจาฯ ประกาศ พ.ร.ฎ. NIA เปิดทางร่วมลงทุนสตาร์ทอัพ-ธุรกิจนวัตกรรม
ราชกิจจานุเบกษา
ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ พ.ร.ฎ. NIA ฉบับใหม่ เปิดทางใช้กลไกการร่วมลงทุนในสตาร์ทอัพและธุรกิจนวัตกรรม ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นถึงช่วงขยายกิจการ หวังผลักดันงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ เสริมความแข็งแกร่งระบบ Venture Capital และยกระดับเศรษฐกิจนวัตกรรมของประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2569
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการจัดตั้งสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. 2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์การมหาชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้
โดยเหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่สมควรแก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เพื่อรองรับภารกิจในการพัฒนานวัตกรรมของประเทศสู่เชิงพาณิชย์ และเพื่อให้การบริหารงานและการปฏิบัติภารกิจของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
อ่านพระราชกฤษฎีกาฯ ฉบับเต็ม ที่นี่

ด้านสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ระบุว่า พระราชกฤษฎีกาดังกล่าว ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศไทย โดยเปิดโอกาสให้ NIA มีเครื่องมือในการส่งเสริมและสนับสนุนธุรกิจนวัตกรรมได้หลากหลายมากขึ้น ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกำหนด จากเดิมที่มีบทบาทหลักในการสนับสนุนผ่านทุน โครงการพัฒนา และการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม
กฎหมายฉบับใหม่นี้ได้เพิ่มศักยภาพให้ NIA สามารถใช้กลไกด้านการลงทุน เพื่อช่วยผลักดันให้ธุรกิจนวัตกรรม สตาร์ทอัพ และ SMEs ไทย เติบโตได้อย่างก้าวกระโดดและยั่งยืน พร้อมสร้างผลตอบแทนเชิงเศรษฐกิจให้กับประเทศในระยะยาว
ทำให้ NIA สามารถสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจนวัตกรรมได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทั้งการร่วมลงทุนกับภาคเอกชน (Corporate Co-funding) เพื่อสนับสนุนธุรกิจในระยะเริ่มต้นตั้งแต่ Seed ถึง Series A ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทดสอบตลาด และต่อยอดธุรกิจสู่การเติบโตได้เร็วขึ้น
นอกจากนี้ NIA ยังสามารถสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจที่อยู่ในช่วงการขยายกิจการ ผ่านกลไกการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อเสริมศักยภาพของธุรกิจนวัตกรรมให้สามารถเติบโตสู่ระดับที่พร้อมแข่งขันในตลาดทุนและตลาดสากล
อีกหนึ่งบทบาทสำคัญ คือ การสนับสนุนเชิงกลยุทธ์ผ่านการลงทุนในกองทุนหรือกลไกการลงทุนด้านนวัตกรรม เพื่อช่วยสร้างระบบ Venture Capital ของประเทศไทยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น พร้อมส่งเสริมการระดมทุนจากภาคเอกชน และขยายโอกาสการลงทุนสู่ธุรกิจนวัตกรรมในหลากหลายสาขา
การเพิ่มเครื่องมือด้านการลงทุนในครั้งนี้ ยังมุ่งแก้ไขข้อจำกัดด้านเงินทุนของผู้ประกอบการนวัตกรรม โดยเฉพาะช่วง “Missing Middle” ซึ่งเป็นช่วงรอยต่อระหว่างการได้รับทุนสนับสนุนระยะเริ่มต้นกับการเข้าถึงเงินลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ ช่วยลดความเสี่ยงในการพัฒนานวัตกรรม และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น DeepTech, HealthTech, BCG, MedTech และ AgriTech ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนสูงและมีระยะเวลาการพัฒนาที่ยาวนาน
การยกระดับบทบาทของ NIA ยังช่วยสร้างผลเชิงบวกต่อระบบนิเวศนวัตกรรมไทยในหลายมิติ ทั้งการเพิ่มคุณภาพของ Startup และ SMEs ไทย ผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมออกจากห้องปฏิบัติการสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบ Venture Capital ของประเทศ และสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชน รวมถึง Corporate และ Family Office เข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุนด้านนวัตกรรมมากยิ่งขึ้น
ในระยะยาว กลไกใหม่นี้ยังช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างประเทศ สะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายสำคัญของการลงทุนด้านนวัตกรรม และเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
