Skip to content

ลุ้นเงินใหม่เข้าตลาดหุ้น 2 หมื่นล้าน คนแห่ซื้อ Thai ESGX ใช้สิทธิภาษี

28 เม.ย. 2568 | 15:58น.
ลุ้นเงินใหม่เข้าตลาดหุ้น 2 หมื่นล้าน คนแห่ซื้อ Thai ESGX ใช้สิทธิภาษี

ลุ้นเงินใหม่เข้าตลาดหุ้น 2 หมื่นล้าน คนแห่ซื้อ Thai ESGX ใช้สิทธิภาษี พ.ค.-มิ.ย.นี้ 19 บลจ. ดีเดย์เปิดขายพร้อมกัน 2 พ.ค. จับตาผู้ถือหน่วย 4 แสนราย โยกเงิน LTF ที่เหลืออยู่ 1.5 แสนล้าน เข้ากอง Thai ESGX เริ่ม 13 พ.ค. ด้านคลังเผยสูญรายได้รวม 5 หมื่นล้าน ฟาก “บลจ.” หาจังหวะเข้าลงทุนเร็วที่สุด เน้นทยอยลงทุนแบบ Selective “ตลาดหลักทรัพย์ฯ” เปิดบริการเช็กข้อมูล LTF ฟรี

ตามที่ภาครัฐมีมาตรการการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อสนับสนุนการลงทุนในหุ้นกลุ่มความยั่งยืน (ESG) และเพิ่มเสถียรภาพตลาดทุนไทย โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับเงินลงทุนใหม่ในกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (Thai ESGX) และการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ไปยังกองทุน Thai ESGX ในช่วงเวลา 2 เดือนนี้คือ พฤษภาคม-มิถุนายน 2568 ตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด โดยปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ออกหลักเกณฑ์รองรับจัดตั้งและจัดการกองทุน Thai ESGX เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้สำหรับกองทุน Thai ESGX จะเป็นกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนในทรัพย์สินที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม หรือความยั่งยืน ที่ผู้ออกเป็นภาครัฐไทยหรือกิจการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ โดยที่กองทุน Thai ESGX จะต้องลงทุนในหุ้นกลุ่มความยั่งยืน โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิด้วย

วงเงินสิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้มาตรการกองทุน Thai ESGX แบ่งออกเป็น 2 วงเงิน ประกอบด้วย

วงเงินที่ 1 สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่สนใจลงทุนใน Thai ESGX สามารถเริ่มซื้อได้ ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม-30 มิถุนายน 2568 วงเงินลดหย่อนภาษีสูงสุดไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน เฉพาะในส่วนที่ไม่เกิน 300,000 บาท โดยต้องถือครองหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปี (วันชนวัน นับแต่วันที่ลงทุน)

วงเงินที่ 2 สำหรับผู้ที่ถือหน่วยลงทุน LTF ณ วันที่ 11 มีนาคม 2568 ที่แจ้งความประสงค์สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน LTF เดิม ทั้งหมดใน LTF ทุกกองทุนในทุก บลจ. (ไม่รวม class หน่วยภาษีอื่นภายใต้กองทุนเดียวกัน เช่น class SSF) มาเป็นหน่วยลงทุนของ Thai ESGX ในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2568 วงเงินลดหย่อนภาษีสูงสุด 500,000 บาท ตั้งแต่ปีภาษี 2568-2572 โดยในปี 2568 วงเงินลดหย่อนภาษีสูงสุด 300,000 บาท และปี 2569-2572 ให้ได้รับลดหย่อนเป็นจำนวนเท่า ๆ กันในแต่ละปีภาษี

พร้อมขาย 2 พ.ค.นี้ โยก LTF เริ่ม 13 พ.ค.

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ขณะนี้มีกองทุน Thai ESGX รวม 37 กองทุน จาก บลจ. ทั้งหมด 19 แห่ง ที่ยื่นคำขออนุมัติจัดตั้งกองทุน Thai ESGX ซึ่งทาง ก.ล.ต. อยู่ระหว่างพิจารณาความเห็นชอบคำขออนุมัติจัดตั้งภายในวันนี้ (28 เม.ย.) และวันพรุ่งนี้ (29 เม.ย.) ให้แล้วเสร็จทั้งหมด เพื่อให้ทุก บลจ. ที่ยื่นเข้ามาเสนอขายกองทุน Thai ESGX พร้อมกันตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 โดยนักลงทุนสามารถเข้าไปเลือกซื้อกองทุน Thai ESGX ที่เสนอโดย บลจ. ต่าง ๆ ซึ่งอาจจะมีนโยบายที่มีความแตกต่างกันอยู่บ้าง ถึงแม้ว่านโยบายโดยรวมกำหนดต้องลงทุนในผลิตภัณฑ์ ESG ไม่น้อยกว่า 80% และลงทุนในหุ้นไทยไม่น้อยกว่า 65%

ทั้งนี้นักลงทุนมีโอกาสใช้สิทธิทางภาษีกับการลงทุนกองทุน Thai ESGX ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2568 หรือในช่วงระยะเวลา 2 เดือน

โดยกองทุน Thai ESGX นอกเหนือจากรองรับเม็ดเงินใหม่แล้ว ยังรองรับการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนจาก LTF ได้ตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2568 โดยนักลงทุนสามารถดูข้อมูลการถือครองกองทุน LTF ทั้งหมดของตนเองได้ในที่เดียว เพื่อตรวจสอบและพิจารณาตัดสินใจสับเปลี่ยนจากกองทุน LTF เป็นกองทุน Thai ESGX เพื่อสิทธิลดหย่อนทางภาษี ได้ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป ทางเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ www.set.or.th/ltf

“ก.ล.ต. เชื่อมั่นว่ากองทุน Thai ESGX จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และส่งเสริมเป้าหมายด้านความยั่งยืนของประเทศ พร้อมทั้งสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนลงทุนระยะยาวผ่านตลาดทุน โดยคาดว่าคนที่ถือ LTF เดิมกว่า 4 แสนราย เฉลี่ย NAV ต่ำกว่า 5 แสนบาท สัดส่วนเกิน 80% ดังนั้นถือว่ากลไกนี้จะครอบคลุมคนจำนวนมากที่จะสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน โดยตอนนี้สิ่งที่กังวลที่สุดคือผู้ถือหน่วย LTF ไม่ทราบข่าวในการเปิดให้สับเปลี่ยนหน่วยลงทุนอย่างมาก จึงต้องช่วยกันพยายามสื่อสารออกไป” นางพรอนงค์กล่าว

ลุ้นเงินใหม่เข้าตลาดหุ้นไทย 1.5-2 หมื่นล้าน

นายธีรนาถ รุจิเมธาภาส กรรมการสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) ในฐานะตัวแทนบริษัทจัดการลงทุนในประเทศไทย กล่าวว่า คาดการณ์เม็ดเงินใหม่จากนักลงทุนที่จะเข้ามาซื้อกองทุน Thai ESGX ในช่วง 2 เดือนนี้ประมาณ 1.5-2 หมื่นล้านบาท ส่วนมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน LTF ทั้งระบบปัจจุบันเหลือคงค้าง 1.5 แสนล้านบาท มีผู้ถือหน่วยลงทุนรวมกว่า 4 แสนราย ซึ่งเชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเพราะต้องการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี

สำหรับการลงทุนของ บลจ. คงพยายามหาโอกาสเข้าไปลงทุนให้เร็วที่สุด แต่เป็นลักษณะทยอยลงทุนแบบ Selective แม้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันจะไม่ปกติ แต่ในมุมผู้จัดการกองทุนได้รับรู้เรื่องความเสี่ยงต่าง ๆ อยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องปัญหาสงครามการค้า และการปรับประมาณการ GDP และกำไรบริษัทจดทะเบียน ประกอบกับมองภาวะดัชนีตลาดหุ้นไทยปัจจุบันอยู่ในระดับน่าสนใจ และสะท้อนปัจจัยเสี่ยงเหล่านั้นไปมากพอสมควรแล้ว โดยพิจารณาได้จากอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิ (P/E) ต่ำกว่าระดับ 2 SD ทำให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend yield) ขึ้นมาอยู่ที่ 4.5% จากปกติที่อยู่ 3%

“ในฐานะผู้บริหารและจัดการลงทุน เรามุ่งมั่นทำงานเพื่อให้ผู้ลงทุนมั่นใจได้ว่าการลงทุนของตนจะมีประสิทธิภาพในระยะยาว มีส่วนช่วยรักษาเสถียรภาพตลาดทุนไทย และมีส่วนช่วยผลักดันบริษัทจดทะเบียนไทยให้มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero มีการใส่ใจสังคมและการยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล เพื่อร่วมผลักดันให้ประเทศไทยมีความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง”

ทั้งนี้ตั้งแต่กองทุน Thai ESG เริ่มจัดตั้งขึ้นในเดือนธันวาคม 2566 นั้น ได้เห็นพัฒนาการที่ดียิ่ง ทั้งในมิติการมีส่วนร่วมลงทุนของคนไทย จำนวน 252,403 ราย (ณ สิ้นปี 2567) มิติของการเติบโตของขนาดกองทุน (AUM 33,066 ล้านบาท ณ สิ้นวันที่ 31 มีนาคม 2568) และมิติความครอบคลุมของบริษัทจดทะเบียนไทย ซึ่งปัจจุบันได้เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 440 บริษัท เติบโตจาก 200 กว่าบริษัทในตอนเริ่มจัดตั้งกองทุน

เปิดบริการเช็กข้อมูล LTF ฟรี

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า จะเห็นว่าหลังประกาศมาตรการกองทุน Thai ESGX ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2568 การขายออกของกองทุน LTF ชะลอลงค่อนข้างมาก แสดงให้เห็นว่ามีนักลงทุนเตรียมพร้อมที่จะโยกเงิน แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังประเมินได้ยากว่าจะเข้ามาสู่กองทุน Thai ESGX มากแค่ไหน

ทั้งนี้สำหรับตลาดหลักทรัพย์ฯ มีความพร้อมในการให้บริการข้อมูล LTF แก่ผู้ลงทุนผ่านเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยนักลงทุนสามารถดูข้อมูลการถือครองกองทุน LTF ทั้งหมดของตนเองได้ในที่เดียว เพื่อตรวจสอบและพิจารณาตัดสินใจสับเปลี่ยนจากกองทุน LTF เป็นกองทุน Thai ESGX เพื่อสิทธิลดหย่อนทางภาษี ได้ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป ทางเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ www.set.or.th/ltf

“สามารถตรวจสอบข้อมูลและพิจารณาตัดสินใจสับเปลี่ยนจากกองทุน LTF เป็น Thai ESGX เพื่อสิทธิลดหย่อนทางภาษีได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังมีแผนต่อยอดความร่วมมือกับสมาคมบริษัทจัดการลงทุน ขยายบริการเรียกดูข้อมูลให้ครอบคลุมกองทุนลดหย่อนภาษีประเภทอื่น ๆ อาทิ RMF, SSF และ Thai ESG เพื่อความสะดวกแก่ผู้ลงทุนในการตรวจสอบและบริหารจัดการลงทุนมากยิ่งขึ้น” นายอัสสเดชกล่าว

รัฐสูญเสียรายได้ 4-5 หมื่นล้าน

นายวโรทัย โกศลพิศิษฐ์กุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง กล่าวว่า การให้สิทธิทางภาษีต้องคำนึงถึงหลากหลายปัจจัย โดยวัตถุประสงค์ครั้งนี้พยายามจะส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในหุ้นที่ีมีความยั่งยืน และดึงเม็ดเงิน LTF ให้อยู่ในตลาดหุ้นไทย ภายหลังจากเผชิญการทยอยขายหน่วยลงทุนของกองทุน LTF ในช่วงต้นปี 2568 ซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยมาก จึงมีการเสนอมาตรการภาษีเพื่อรักษาเสถียรภาพยกระดับการระดมทุนในตลาดทุนไทย

แต่การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในอนาคตต้องประเมินความสำเร็จของโครงการก่อนว่าสามารถดึงเงินลงทุนเข้ามามากน้อยขนาดไหน เทียบกับผลประโยชน์และความคุ้มค่าทางด้านการพัฒนาตลาดทุน รวมถึงการสูญเสียรายได้ภาษีของรัฐบาลด้วย

“ทั้งนี้กรมสรรพากรเคยประมาณการว่ารัฐบาลจะสูญสียรายได้จากการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีกองทุน Thai ESGX ในปีแรก 2 หมื่นล้านบาท และโยกเงิน LTF อีก 2-3 หมื่นล้านบาท” นายวโรทัยกล่าว