ทองคำติดลบ…หลุด TOP 5 เงินทะลักหุ้นเทคฯ-สงครามวนลูป ‘กดราคา’
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ดูเหมือนช่วงนี้ทองคำจะไม่ใช่สินทรัพย์ที่คนแห่กันเข้ามาลงทุนเหมือนช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาแล้ว เพราะราคาร่วงลงมาค่อนข้างมาก และทำท่าจะกลับขึ้นไปยากขณะที่จีนที่เป็นผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ก็มีข่าวเรื่องการไม่รับซื้อ “ทองกระดาษ” ในวันที่ 24 ก.ค. นี้ แต่จะมีผลกระทบต่อราคาทองคำโลกแค่ไหน และแนวโน้มช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะเป็นอย่างไร “ประชาชาติธุรกิจ” ได้พูดคุยกับ “ศิริลักษณ์ ปโกฏิประภา” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส ถึงประเด็นเหล่านี้
4 แบงก์จีนไม่ซื้อทองกระดาษ
โดย “ศิริลักษณ์” กล่าวถึงกรณีจีนจะเลิกซื้อทองคำกระดาษว่า กรณีดังกล่าวเป็นเฉพาะในส่วนของธนาคารพาณิชย์ 4 แห่งของจีนที่ประกาศ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ธนาคาร ICBC อย่างไรก็ดี ต้องบอกว่าธุรกรรมเกี่ยวกับทองคำของธนาคารจีนจะมีความแตกต่างกับของไทยอยู่พอสมควร ซึ่งส่วนที่มีการยกเลิกให้บริการการเป็นตัวแทนซื้อขายโลหะมีค่าแก่ลูกค้ารายย่อย ผ่านตลาดเซี่ยงไฮ้ โกลด์ เอ็กซ์เชนจน์ แต่จริง ๆ แล้วลูกค้าก็ยังสามารถซื้อขายผ่านช่องทางอื่นได้ เพียงแต่ 4 ธนาคารนี้อาจจะต้องการลดความเสี่ยงจากการที่ต้องดูแลลูกค้ารายย่อยรับมือกับความผันผวนที่มีมากขึ้นลงไป
ทั้งนี้ ในแง่ผลกระทบต่อราคาทองโลกก็อาจจะมีผลบ้าง โดยเฉพาะในแง่เซนติเมนต์เชิงลบ แต่น่าจะเป็นระยะสั้น เพราะลูกค้าผู้ลงทุนต้องทยอยปิดสถานะ
“บริการของเขาจะมีความเสี่ยง เพราะจะคล้าย ๆ ฟิวเจอร์ส ซึ่งเขาคงอยากจำกัดการให้บริการ เพราะแบงก์เขาประกาศของเขาเอง ว่าเขายกเลิกการให้บริการ ก็คงเป็นเรื่องของธนาคารเอง แต่คนจะคิดว่า เนื่องจากจีนที่เป็นผู้ซื้อทองรายใหญ่ของโลกสงสัยจะมีผลกระทบแน่ โดยเราคิดว่าคงมีผลบ้างในเชิงเซนติเมนต์ทางลบ เพราะการลงทุนยังสามารถซื้อทองจริงก็ได้ หรือโปรแกรมออมทองก็ได้ มีอีกหลายผลิตภัณฑ์ที่ทำได้ แล้วแบงก์จีนอีก 2 รายก็ยังให้บริการอยู่ แต่จะเพิ่มมาร์จิ้นแทน เพราะทองมันผันผวน”
สงครามปะทุกด “ทอง”
ทั้งนี้ แม้ว่าตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐออกมาต่ำ ทำให้แรงกดดันการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะลดลงไป แต่ราคาทองก็ไม่ได้ปรับขึ้นมาก เนื่องจากสงครามกลับมาปะทุใหม่ อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ก็ประกาศปิดล้อมทางทะเลอีก ทำให้สถานการณ์กลับมาเหมือนช่วงก่อนจะมีการลงนามข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว มีการกลับมาโจมตีกัน แต่เชื่อว่าจะไม่ไปสู่สงครามเต็มรูปแบบ แม้จะมีการขู่กัน
“ตัวเลข CPI กับ PPI ของสหรัฐที่ออกมาทองก็ขึ้นมาบ้าง มีผลทางบวก แต่ระยะสั้น เพราะสถานการณ์สงครามมันวนลูปกลับมา เงินเฟ้ออาจจะกลับมาได้ แต่คงไม่เพิ่มขึ้นเท่ากับเมื่อเดือน พ.ค. ที่น่าจะพีกไปแล้ว คือ ถ้าสหรัฐกับอิหร่านยังเจรจากันอยู่ แล้วตัวเลขออกมา ทองจะบวกได้มากกว่านี้ แต่มันดันออกมาในช่วงที่สงครามปะทุ ทองเลยขึ้นไม่เยอะ”
หลุด “ท็อป 5” สินทรัพย์เด่น
“ศิริลักษณ์” กล่าวว่า มีผลสำรวจความเห็นของบรรดาผู้จัดการกองทุน หรือฟันด์เมเนเจอร์ต่าง ๆ โดยแบงก์ออฟอเมริกา พบว่า ตอนนี้ทองไม่ติด “ท็อป 5” สินทรัพย์ที่น่าลงทุนแล้ว จากที่เคยขึ้นไปติดอันดับ 1 เมื่อปีที่แล้ว ช่วงกลางปี โดยน้ำหนักที่ฟันด์เมเนเจอร์ให้ช่วงนี้จะเป็นพวกหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่น้ำหนักสูงถึง 80% จากที่ทองตอนขึ้นอันดับ 1 น้ำหนักยังไม่ถึงขนาดนี้
“ทองหลุดท็อป 5 ออกไปเลยตอนนี้ ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา จะเป็นพวกหุ้นชิป ที่มีเม็ดเงินไปลงทุนจำนวนมาก”
ครึ่งปีหลังลุ้นฟื้น-สงครามจบจริง
สำหรับแนวโน้มจากนี้ “ศิริลักษณ์” คาดว่าราคาทองโลกน่าจะเคลื่อนไหว “ไซด์เวย์” ซึ่งกำลังดูว่า แนวรับต่ำสุดที่ 3,945 เหรียญ จะรับอยู่หรือไม่ ซึ่งก็ดูเหมือนจะรับอยู่ และน่าจะสร้างฐานได้ ก็คงเคลื่อนไหวไซด์เวย์ไปก่อน โดยในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้ากรอบแนวรับแนวต้านก็น่าจะอยู่แถว ๆ 4,000 ดอลลาร์ บวก-ลบประมาณ 200 ดอลลาร์ ต่ำสุดมอง 3,800 ดอลลาร์
“คาดหวังว่าน่าจะรับอยู่ เพราะตอนนี้ตอนลงไป 3,950 ดอลลาร์ พอลงไปแล้วจะเด้งขึ้นมาได้ คิดว่าคงลงไม่เยอะ แต่กองทุน SPDR ก็ยังขายอยู่ 2 ตัวกว่า ๆ ก็ยังมีแรงเทขายอยู่ ซึ่งตอนนี้ฟันด์โฟลว์ส่วนใหญ่จะไปหุ้นเทคโนโลยี หุ้น AI เยอะ เม็ดเงินจะไหลไปทางนั้น ทองก็เลยซึม ๆ”
ส่วนที่เคยมองเป้าหมายถึงสิ้นปีนี้ที่ 4,900-5,000 ดอลลาร์นั้นอาจจะยากขึ้น หรือทองไทย 72,000-73,000 บาท หรืออาจจะถึง 74,000-75,000 บาทได้ ถ้าเงินบาทอ่อนค่าไประดับ 32 บาทต่อดอลลาร์ ขึ้นกับสงคราม หากสงครามจบได้จริง ในช่วง 2 เดือนนี้ ไม่ยืดเยื้อไปถึงสิ้นปี ก็คงมีโอกาสเห็นได้ แต่หากสงครามยังยืดเยื้อก็คงต้องลุ้น แล้วก็ต้องดูราคาน้ำมันประกอบด้วย ถ้าไม่เกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลก็ไม่น่ากังวล
“ปีนี้ครึ่งปีแรกทองติดลบไป 7% แต่ครึ่งปีหลังถ้ากลับมาที่ 4,500 ดอลลาร์ได้ก็จะเป็นบวก เพราะต้นปีอยู่ประมาณ 4,300 ดอลลาร์ ซึ่งตอนนี้ก็คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) น่าจะขึ้นดอกเบี้ยแค่ครั้งเดียว ไม่น่าจะไปถึง 3 ครั้งอย่างแบงก์ออฟอเมริกาบอก แล้วหากปีหน้ามีการลดดอกเบี้ยทองก็มีโอกาสกลับไปขึ้นแรงได้อีก ขอแค่ให้สงครามจบได้”
เก็งกำไร 3,800-4,200 ดอลลาร์
“ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส” กล่าวด้วยว่า การแนะนำนักลงทุนช่วงนี้หากเป็นนักลงทุนระยะสั้น ถ้าจะเทรดดิ้งก็พอไปได้ แต่กรอบเข้าซื้อเก็งกำไรก็จะประมาณ 3,950 ดอลลาร์ ขายที่ประมาณ 4,100 ดอลลาร์ หรือเต็มที่ก็ประมาณไม่ถึง 4,200 ดอลลาร์ หรือกรอบกว้าง ๆ ที่เทรดได้ในช่วง 1-2 เดือนนี้ที่ประมาณ 3,800-4,200 ดอลลาร์
“จะเล่นเก็งกำไรก็ต้องดูที่ 3,945 ดอลลาร์ ปีนี้ต้องรับให้อยู่ ถ้าอยู่ก็มีโอกาสเด้ง พอเด้งขึ้นไปก็ขายที่ 4,100 ดอลลาร์ หรือเต็มที่ก็ 4,200 ดอลลาร์”