Skip to content

ทาทา สตีล ปิดปีงบประมาณ 2568 รายได้โต 24,981 ล้านบาท ทรัมป์ 2.0 ยังเสี่ยง

30 เม.ย. 2568 | 15:58น.
ทาทา สตีล ปิดปีงบประมาณ 2568 รายได้โต 24,981 ล้านบาท ทรัมป์ 2.0 ยังเสี่ยง

ทาทา เปิดผลรายได้ปีการเงิน 2568 อยู่ที่ 24,981 ล้านบาท ยังคงเพิ่มขึ้น พร้อมติดตามปัญหาสงครามการค้าสหรัฐ-จีน มาตรการภาษี ที่ยังเป็นปัจจัยเสี่ยง รวมไปถึงแนวโน้มการนำเข้าเหล็กจากจีนเพิ่ม แต่ยังมั่นใจมาตรฐาน คุณภาพสินค้า ลุยเพิ่มปริมาณเหล็กยืดหยุ่นสูงรองรับแผ่นดินไหว

นายตารุน ดากา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลประกอบการรายได้ของบริษัทไตรมาส 4 (มกราคม-มีนาคม) ปีงบประมาณ 2568 ซึ่งมีรายได้ อยู่ที่ 6,537 ล้านบาท มีผลกำไรอยู่ที่ 189 ล้านบาท ขณะที่ ปริมาณยอดขาย อยู่ที่ 328,000 ตัน แบ่งเป็นขายภายในประเทศอยู่ที่ 255,000 ตัน ส่งออกอยู่ที่ 73,000 ตัน โดยภาพรวมแล้วถือว่าดีขึ้นเมื่อเทียบไตรมาสที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เมื่อมองภาพรวมของปริมาณยอดขาย อยู่ที่ 1,195,000 ตัน สูงขึ้น 7% เมื่อเทียบปีที่ผ่านมา โดยแบ่ง ขายในประเทศอยู่ที่ 950,000 ตัน หาเทียบจากปีที่ผ่านมาลดลงซึ่งอยู่ที่ 981,000 ตัน แต่ได้รับการชดเชยในตลาดส่งออกที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งออกอยู่ที่ 245,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 139,000 ตัน มีผลให้มูลค่าอยู่ที่ 24,981 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเช่นกัน

อย่างไรก็ดี บริษัทพยายามที่จะรักษามาตรฐานคุณภาพของสินค้า และสร้างสมดุลตลาดในประเทศและต่างประเทศให้มากขึ้น โดยยังจะคงรักษาตลาดส่งออกสำคัญไว้ เช่น อินเดีย ออสเตรเลีย และแคนาดา ส่วนปัญหา ทรัมป์ 2.0 เบื้องต้น ยังไม่มีผลต่อบริษัทมากนัก เพราะเราไม่มีการส่งออกสินค้าเหล็กไปในตลาดสหรัฐ แต่อาจจะมีลูกค้าที่ซื้อสินค้าของบริษัทและผลิตเพื่อส่งออกไปในตลาดสหรัฐโดยยังคงต้องติดตามประเมินผลว่ามีผลกระทบหรือไม่

นอกจากนี้ หากติดตามสถานการณ์เหล็กในภาพรวมของตลาดของประเทศไทย พบว่า ในช่วง 2 เดือน (มกราคม-กุมภาพันธ์) แรกของปี 2568 การบริโภคผลิตภัณฑ์เหล็กสำเร็จรูปมีปริมาณเพิ่มขึ้น อยู่ที่ 2,793 ล้านตัน รวมไปถึงเหล็กทรงยาวอยู่ที่ 1,043 ล้านตัน

ส่วนทิศทางการนำเข้าเหล็กลวดของประเทศไทยในช่วง 2 เดือนแรก มีการนำเข้าเพิ่มขึ้น 7% โดยมีการนำเข้าเหล็กจากจีนเพิ่มขึ้น 149 ล้านตัน หรือคิดเป็น 51% ซึ่งมีผลทำให้ผู้ผลิตเหล็กลวดภายในประเทศต้องลดกำลังการผลิตลง หรือบางรายต้องหยุดการผลิตจากผลของการนำเข้า

ทั้งนี้ แม้จะมีการประเมินผลทิศทางเศรษฐกิจของไทย ที่อาจจะไม่ขยายตัว เบื้องต้นมีการประเมินไว้ว่าเศรษฐกิจไทยจะมีแนวโน้มเติบโตต่ำกว่ากลุ่มภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 2.3-3.3% อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องของค่าเงินบาทยังมีความผันผวนต่อเนื่อง

อีกทั้ง แนวโน้มเศรษฐกิจยังคงมีความไม่แน่นอนที่เกิดจากความตึงเครียดการค้าสหรัฐและจีน รวมไปถึงมาตรการทางการค้าของสหรัฐที่มีการประกาศขึ้นภาษี โดยเฉพาะไทยอยู่ที่ 36% บริษัทก็คงจะพยายามรักษาคุณภาพมาตรฐาน อีกทั้งยังมั่นใจในเรื่องของงบการเงินที่ยังมีความมั่นคงซึ่งเชื่อว่ายังสามารถทำตลาดและผลักดันการค้าได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทาทา สตีล ปีงบประมาณ