“ฮาเลย์ เดวิดสัน” จ่อย้ายฐานผลิตออกนอกสหรัฐ หนี”อียู”เก็บภาษีโต้มหาโหด
“ฮาเลย์ เดวิดสัน” ค่ายรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่จากอเมริกา เล็งย้ายฐานผลิตออกนอกสหรัฐอเมริกา เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนเก็บภาษีศุลกากรจำนวนมหาศาลจากสหภาพยุโรป ปลายทางส่งออกสำคัญของทางบริษัท
บีบีซี รายงานว่า ค่ายรถจักรยานยนต์ฮาเลย์ เดวิดสัน เล็งย้ายฐานผลิตป้อนตลาดยุโรปออกนอกประเทศ หลังจากสหภาพยุโรปประกาศเก็บภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมเพิ่มจากบริษัทอเมริกัน ตอบโต้สหรัฐที่ขึ้นภาษีประเภทเดียวกันไปก่อนหน้า
ต่อมานายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ได้ทวีตข้อความโจมตีทางค่ายฮาเลย์ฯ นายทรัมป์ระบุว่า ฮาเลย์เป็นบริษัทแรกที่ยกธงขาวยอมแพ้ ทั้งๆ ที่เขาได้ต่อสู้เพื่อทางค่ายอย่างหนักมาโดยตลอด
ทางฮาเลย์ฯ ได้แถลงว่าเตรียมย้ายการผลิตสำหรับส่งออกไปยังยุโรป ออกนอกสหรัฐ เนื่องจากค่าภาษีนำเข้าที่สูงขึ้น สาเหตุจากที่นายทรัมป์ประกาศสงครามการค้า เรียกเก็บภาษีเหล็กและอลูมิเนียมเพิ่มขึ้นจากประเทศทั่วโลก รวมถึงสหภาพยุโรป ทำให้หลายประเทศออกมาตรการคล้ายกันตอบโต้ ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตในสหรัฐ
ทางฮาเลย์ฯ ได้ให้เหตุผลว่า การต้องจ่ายภาษีเพิ่ม สร้างภาระให้กับบริษัทอย่างเป็น “รูปธรรม” และส่งผลกระทบต่อการขยายตลาดสู่นานาชาติอย่างยิ่ง ปัจจุบันทางค่ายรถจักรยานยนต์มีโรงงานนอกประเทศอยู่ที่ออสเตรเลีย บราซิล อินเดีย และไทย และเตรียมจะขยายการลงทุนเพิ่มในระดับนานาชาติ ภายใน 9-18 เดือนนี้ แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยว่าจะเป็นประเทศใด
ภายใต้อัตราภาษีใหม่ที่สหภาพยุโรปเรียกเก็บบริษัทจากสหรัฐอเมริกาเป็นการตอบโต้ จะส่งผลให้รถจักรยานยนต์ 1 คันเสียภาษีเพิ่มราว 2,200 เหรียญสหรัฐ เป็นอัตราภาษีที่เพิ่มจาก 6% เป็น 31%
ในปี 2017 ที่ผ่านมา ฮาเลย์ เดวิดสัน ขายรถจักรยานยนต์ในตลาดยุโรปไปได้รวม 39,773 คัน
ทั้งนี้ นายทรัมป์ได้ประกาศก่อนหน้านี้ว่า หน้าที่ในการปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติด้านอุตสาหกรรมเหล็กและอะลูมิเนียม คือหน้าที่หลักของเขา ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายความมั่นคงระดับชาติด้วย โดยเขาได้ประกาศเก็บภาษีนำเข้าด้านเหล็กและอะลูมิเนียมเพิ่มจากทั้ง สหภาพยุโรป เม็กซิโก แคนาดา อินเดีย เป็นต้น