เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สรรพากรเผยความคืบหน้าคดีหุ้นชิน สืบทรัพย์-สอบสวนตามกฎหมาย ชี้อายุความ 10 ปี
Finance สรรพากรเผยความคืบหน้าคดีหุ้นชิน สืบทรัพย์-สอบสวนตามกฎหมาย ชี้อายุความ 10 ปี
ประกันสังคมขาย BCP 3 ล้านหุ้น ลดถือเหลือ 9.94% จังหวะราคาพุ่งสูงสุดรอบ 29 ปี
Finance ประกันสังคมขาย BCP 3 ล้านหุ้น ลดถือเหลือ 9.94% จังหวะราคาพุ่งสูงสุดรอบ 29 ปี
ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,800 บาท
ซัมมิตการค้าและลงทุนไทย-สหรัฐ ปี 2026 จับสัญญาณ Rebalancing Trade มาแน่
News ซัมมิตการค้าและลงทุนไทย-สหรัฐ ปี 2026 จับสัญญาณ Rebalancing Trade มาแน่
เปิดรายละเอียด “สินเชื่อ AI นกกระซิบ” ใช้ยอดขายจริงช่วย SMEs เข้าถึงแหล่งทุน
Finance เปิดรายละเอียด “สินเชื่อ AI นกกระซิบ” ใช้ยอดขายจริงช่วย SMEs เข้าถึงแหล่งทุน
eSIM Vacay : เมื่อ Tech ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่คือหัวใจของประสบการณ์นักเดินทาง
Business eSIM Vacay : เมื่อ Tech ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่คือหัวใจของประสบการณ์นักเดินทาง
สรรพากร เผยจัดเก็บภาษี 11 เดือน 2.16 ล้านล้าน คาดปีงบ’69 ทะลุเป้า 4-5 หมื่นล้าน
Finance สรรพากร เผยจัดเก็บภาษี 11 เดือน 2.16 ล้านล้าน คาดปีงบ’69 ทะลุเป้า 4-5 หมื่นล้าน
‘อีลอน มัสก์’ เย้ยอดีตนักวิจัย ปั่นกระแส AI อาจฆ่าล้างมนุษย์ คนดังสังคมความเห็นแตก
Tech ‘อีลอน มัสก์’ เย้ยอดีตนักวิจัย ปั่นกระแส AI อาจฆ่าล้างมนุษย์ คนดังสังคมความเห็นแตก
ก.ล.ต.ขีดเส้นอินฟลูฯ ‘แนะนำ-ชักชวนลงทุน’ ต้องมีไลเซนส์ ลุยสกัดหลอกลงทุน
Finance ก.ล.ต.ขีดเส้นอินฟลูฯ ‘แนะนำ-ชักชวนลงทุน’ ต้องมีไลเซนส์ ลุยสกัดหลอกลงทุน
“หอการค้าโคราช” แจงปมพืชสวนโลก ยันไม่ทิ้งอำเภอคง จี้รัฐตอบเหตุผลย้าย
เศรษฐกิจภูมิภาค “หอการค้าโคราช” แจงปมพืชสวนโลก ยันไม่ทิ้งอำเภอคง จี้รัฐตอบเหตุผลย้าย
ดูทั้งหมด

รับมือความผันผวนการเจรจาภาษีไทย-สหรัฐ ด้วยหุ้นปลอดภัย

04 พ.ค. 2568 | 10:39น.
safe stocks รับมือความผันผวนการเจรจาภาษีไทย-สหรัฐ ด้วยหุ้นปลอดภัย
คอลัมน์ : เติมความคิดพิชิตการลงทุน
ผู้เขียน : พบชัย ภัทราวิชญ์ InnovestX ในกลุ่ม SCBX

ปัจจุบันไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐมากที่สุดอันดับ 11 ของโลก โดยมีมูลค่าเกินดุลถึง 34.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567 (ข้อมูลฝั่งไทย) เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 12.6 พันล้านดอลลาร์ในปี 2561 สถานการณ์นี้ทำให้ไทยถูกเก็บภาษีตอบโต้สูงถึง 36% (แม้จะยังต่ำกว่าจีนและเวียดนาม)

การเกินดุลที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งเป็นผลจากการย้ายฐานการผลิตจากจีนมายังไทยหลังสงครามการค้า โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าดาวรุ่ง อย่างชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือ โซลาร์เซลล์ และกล้องถ่ายภาพ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นการสวมสิทธิทางการค้า ในขณะที่สินค้าที่เติบโตต่อเนื่องอย่างยางรถยนต์ ยางรถบรรทุก และอาหารสัตว์เลี้ยง เป็นการเติบโตแบบ Organic ที่เกิดจากความได้เปรียบของไทยเอง สินค้ากลุ่มนี้มักมีความซับซ้อนต่ำกว่า และสหรัฐอาจไม่มุ่งโจมตีมากนัก เนื่องจากไม่ใช่สินค้าเป้าหมายที่ต้องการย้ายการผลิตกลับประเทศ

ดังนั้น กลยุทธ์ของไทยในการลดการเกินดุลการค้ากับสหรัฐ ควรมุ่งเน้นที่การเพิ่มการนำเข้าสินค้าพลังงานมากกว่าสินค้าเกษตร เนื่องจากไทยขาดดุลพลังงานกับสหรัฐสูงถึง 5.33 พันล้านดอลลาร์ การย้ายการนำเข้าน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลวจากประเทศอื่นมายังสหรัฐจะช่วยลดการเกินดุลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ไทยควรเพิ่มการนำเข้าสินค้าทุนหนัก เช่น อากาศยาน (ซึ่งปัจจุบันขาดดุล 801 ล้านดอลลาร์) รวมถึงเครื่องจักรกลการเกษตรและอุปกรณ์ก่อสร้าง ซึ่งเป็นสินค้าที่สหรัฐมีความได้เปรียบ และสอดคล้องกับนโยบาย Made in America มากกว่าการเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตรเพียงอย่างเดียว

ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ไทยควรดำเนินการในระยะต่อไปคือ การปรับโครงสร้างการค้ากับสหรัฐให้มีความสมดุลมากขึ้น โดยมุ่งพัฒนาการเติบโตแบบ Organic ในสินค้าที่ไทยมีความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบแท้จริง เช่น ยางพารา อาหารแปรรูป

ขณะเดียวกัน ก็ปรับกลยุทธ์การนำเข้าให้สอดคล้องกับความต้องการในประเทศ และสร้างความสมดุลทางการค้าในระยะยาว ที่สำคัญคือการเร่งเจรจาทวิภาคีกับสหรัฐ เพื่อให้ได้เงื่อนไขการค้าที่เป็นธรรม พร้อมกับเตรียมแผนรองรับหากสินค้าที่ไทยได้ประโยชน์จากการสวมสิทธิถูกตรวจสอบเข้มงวดมากขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐที่ถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด และยังไม่ชัดเจนว่าจะมีการเจรจากันเมื่อใด เรามองว่ายังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในภาวะแกว่งตัวผันผวน แม้จะมีโอกาสฟื้นตัวขึ้นได้บ้าง แต่มอง Upside ยังจำกัด กลยุทธ์การลงทุนจึงยังเน้นไปที่หุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีรายได้ภายในประเทศเป็นหลัก (Domestic Plays) และเป็นหุ้นที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว ได้แก่

1.หุ้น Earning Play ซึ่งโมเมนตัมกำไรยังเติบโตแข็งแกร่ง โดย 1Q68-2Q68 คาดกำไรปกติจะเติบโตได้ทั้ง YOY และ QOQ เลือก ADVANC TRUE BTG CPF CPALL

2.หุ้น Undervalued ซึ่งซื้อขาย PER และ PBV 68F ระดับต่ำกว่า -1SD ขณะที่ปี 2568 คาดกำไรยังเติบโตได้ดี YOY และมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง แนะนำ GULF MTC CBG SPRC

3.หุ้นที่คาดเป็นเป้าหมาย ThaiESGX โดย 1) ปี 2568 คาดกำไรเติบโต YOY 2) ฐานะการเงินแกร่ง และ 3) จ่ายปันผลสม่ำเสมอ คาดให้ Div. Yield อย่างน้อยปีละ 3% พบหุ้นน่าสนใจ SET50 : ADVANC BDMS CPALL PTT และ SET100 : BCH BTG AP

4.หุ้นปลอดภัยที่ต้านทานความเสี่ยงจากสงครามการค้า หากมีสัญญาณรุนแรงหรือยืดเยื้อมากขึ้น แนะนำ BCH CPALL GULF MTC OR และ TRUE