เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“วุ้นเส้นต้นสน” ปลื้มผลงานออกบูธ “Makro HORECA 2026” ลุยต่อยอดความสำเร็จ
Biz Movement “วุ้นเส้นต้นสน” ปลื้มผลงานออกบูธ “Makro HORECA 2026” ลุยต่อยอดความสำเร็จ
“สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
Business “สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
Finance ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
เปิดประวัติ “ชยุธ โลหกิจ” ติดโผรั้งเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่
Politics เปิดประวัติ “ชยุธ โลหกิจ” ติดโผรั้งเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่
ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
‘กรุงไทย’ เปิดเกมรับหุ้น AI ผันผวน แนะสะสมหุ้นคุณภาพ-ถือทอง 5-10%
Finance ‘กรุงไทย’ เปิดเกมรับหุ้น AI ผันผวน แนะสะสมหุ้นคุณภาพ-ถือทอง 5-10%
ก.ล.ต. ถก 40 บริษัทหลักทรัพย์ ยกระดับธุรกิจโบรกเกอร์ เดินหน้าพัฒนา TISA
Finance ก.ล.ต. ถก 40 บริษัทหลักทรัพย์ ยกระดับธุรกิจโบรกเกอร์ เดินหน้าพัฒนา TISA
สั่งจัดระเบียบ ‘มูลนิธิทั่วประเทศ’ แจ้งผลงานประจำปี-การใช้เงินบริจาค
Politics สั่งจัดระเบียบ ‘มูลนิธิทั่วประเทศ’ แจ้งผลงานประจำปี-การใช้เงินบริจาค
ร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคม ฉบับใหม่ ขยาย ม.33 ถึง 65 ปี ปลดล็อก “3 ขอ”
HR ร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคม ฉบับใหม่ ขยาย ม.33 ถึง 65 ปี ปลดล็อก “3 ขอ”
ครม.เคาะ ‘ยุทธศักดิ์ สุภสร’ นั่งประธานบอร์ด CEA พร้อมแต่งตั้ง 4 ทูต
Politics ครม.เคาะ ‘ยุทธศักดิ์ สุภสร’ นั่งประธานบอร์ด CEA พร้อมแต่งตั้ง 4 ทูต
ดูทั้งหมด

ลดดอกเบี้ย ตั้งรับพายุใหญ่

04 พ.ค. 2568 | 07:35น.
ลดดอกเบี้ย
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ

ท่ามกลางความปั่นป่วนของเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากนโยบายการค้าสหรัฐที่ตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากทุกประเทศทั่วโลก จนเชื่อว่าจะเกิดการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การเงิน ครั้งสำคัญ พร้อมกับเกิดสภาพที่เรียกว่า ความไม่แน่นอนในกิจกรรมทางเศรษฐกิจทุก ๆ ด้าน เนื่องจากการเจรจาเพื่อลดกำแพงภาษีในระยะเวลา 90 วันที่เหลือ ยังไม่มีใครทราบได้ว่าจะออกมาในลักษณะไหน ในขณะที่สงครามการค้าระหว่าง “จีน” กับ “สหรัฐ” ยังคงดำเนินอยู่

สถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจที่ยังหาความแน่นอนไม่ได้ จึงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในขณะนี้โดยตรง จากข้อเท็จจริงที่ว่า ไทยยังต้องพึ่งพาการส่งออกและกิจกรรมทางด้านการท่องเที่ยวที่ยังไม่ฟื้นตัว จำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงอันเป็นผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจที่ทุกคนกำลังเผชิญอยู่ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จึงได้มีการประชุมครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา มีมติ 5 ต่อ 2 ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงร้อยละ 0.25 เป็นร้อยละ 1.75 ต่อปี จากเหตุผลที่ว่า

เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวลดลงและมีความเสี่ยง-ความไม่แน่นอน จากนโยบายการค้าของสหรัฐที่ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า จะดำเนินการตอบโต้กับประเทศคู่ค้าสำคัญอย่างไร รวมถึงประเทศไทยด้วย ประกอบกับ “อัตราเงินเฟ้อ” ของประเทศมีแนวโน้มลดลง “ต่ำกว่า” กรอบเป้าหมาย อันเป็นผลโดยตรงมาจากราคาพลังงานที่ลดลง ทั้งจากราคาน้ำมันดิบโลก และมาตรการด้านพลังงานของรัฐบาล ที่ยังคงให้ตรึงราคาพลังงานภายในประเทศต่อไป ในขณะที่ภาวะการเงินโดยรวมของประเทศยังตึงตัว สินเชื่อรวมหดตัวลงต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย ยังได้แสดงความเป็นห่วงต่อเศรษฐกิจไทยด้วยการเปรียบเปรยที่ว่า “พายุใหญ่” กำลังจะมา จากนโยบายการค้าสหรัฐที่ขึ้นกำแพงภาษีนำเข้าจากทุกประเทศในอัตราที่สูงมาก เฉพาะประเทศไทยจะถูกขึ้นภาษี Baseline 10% (เหมือนกันทุกประเทศ) กับภาษีตอบโต้ (Reciprocal) อีก 36% ซึ่งจะมีผลในวันที่ 8 ก.ค.นี้ พร้อมแสดงฉากทัศน์ในเรื่องนี้ไว้ 2 ฉากทัศน์ คือ การเจรจาลดภาษีกับสหรัฐยืดเยื้อ แต่สหรัฐผ่อนผันการขึ้นภาษีตอบโต้เป็นระยะ ๆ กับทุกประเทศเจรจาลดภาษีตอบโต้ลงได้ครึ่งหนึ่งในไตรมาส 3/2568

โดยฉากทัศน์แรก เศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 2% การส่งออก 0.8% ปี 2569 ที่ 1.8% การส่งออก -2.8% ส่วนฉากทัศน์ที่ 2 เศรษฐกิจไทยขยายตัว 1.3% ปี 2569 ที่ 1% จำเป็นที่ทุกฝ่ายจะต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาวะการค้าโลกที่จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ขณะที่การปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงถึง 2 ครั้งในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา ยังไม่ใช่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง แต่เป็นนโยบาย “ผ่อนคลาย” ให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจที่ไทยกำลังเผชิญอยู่