รศ.ดร.อธิภัทรชี้ 3 ข้อสังเกตการเล็งเก็บ VAT ธุรกิจรายย่อย ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว เห็นด้วย การขยายฐานภาษีจำเป็น โจทย์ท้าทายคือ ทำอย่างไรให้ไม่บั่นทอนการเติบโตของธุรกิจและผลักเข้าสู่การหลบซ่อน
รศ.ดร.อธิภัทร มุทิตาเจริญ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ให้ความเห็นกรณีกระทรวงการคลัง มีแนวคิดขยายฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้ครอบคลุมธุรกิจที่มีรายได้ต่ำกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี พร้อมให้ข้อเสนอแนะเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของไทย
รศ.ดร.อธิภัทรระบุผ่านเฟซบุ๊ก Athiphat Muthitacharoen ว่า “3 ข้อสังเกตจากงานวิจัย ก่อนเก็บ VAT ธุรกิจรายย่อย
กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาขยายฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้ครอบคลุมธุรกิจที่มีรายได้ต่ำกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี โดยมองว่าจะช่วยลดธุรกิจนอกระบบและเพิ่มรายได้เข้ารัฐ หลักคิดเรื่อง ‘การขยายฐานภาษี’ เป็นทิศทางที่ถูกต้อง โดยเฉพาะเมื่อมุ่งให้ระบบภาษีเป็นธรรมมากขึ้น”
แต่คำถามสำคัญคือ…เราเข้าใจบทบาทของเกณฑ์ VAT ต่อแรงจูงใจและพฤติกรรมของธุรกิจขนาดเล็กมากน้อยแค่ไหน
ในฐานะนักวิจัยที่ศึกษาพฤติกรรมธุรกิจขนาดเล็กและระบบภาษีไทย ผมขอฝากข้อสังเกต 3 ข้อ เผื่อจะเป็นประโยชน์ได้บ้าง
1) พฤติกรรมการหลีกเลี่ยง 1.8 ล้าน และผลกระทบต่อการเติบโต งานวิจัยของเราพบว่าธุรกิจไทยมี “พฤติกรรมกองตัว” (Bunching) อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับรายรับก่อนถึง 1.8 ล้านบาทเล็กน้อย
นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่สะท้อนการตั้งใจหลีกเลี่ยงการเข้าสู่ระบบ VAT
ที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ งานวิจัยพบว่าธุรกิจจำนวนมากจงใจ “หยุดการเติบโต” เมื่อรายได้เข้าใกล้ 1.8 ล้านบาท และพยายามรักษารายได้ให้อยู่ในระดับเดิมหลายปีติดต่อกัน
ส่งผลให้ระบบภาษีกลายเป็น “ข้อจำกัดในการเติบโต” แทนที่จะเป็นกลไกสนับสนุนธุรกิจ
2) ต้นทุนการปฏิบัติตามกฎ VAT สูงเกินรับไหวสำหรับธุรกิจเล็ก
การเข้าระบบ VAT ไม่ได้แปลว่าแค่ “จ่ายภาษี”
แต่หมายถึงภาระการปฏิบัติตามกฎระเบียบจำนวนมาก ทั้งการออกใบกำกับภาษีให้ถูกต้อง ทำบัญชีให้ได้มาตรฐาน ยื่นแบบรายเดือน เตรียมเอกสารพร้อมตรวจสอบ
สำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่มีฝ่ายบัญชีเป็นเรื่องเป็นราว นี่คือภาระที่ “เปลี่ยนเกม” ไปเลย
ยิ่งไปกว่านั้น งานวิจัยยังพบว่าหากธุรกิจอยู่ในอุตสาหกรรมหรือพื้นที่ที่คู่แข่งจำนวนมากอยู่นอกระบบ (VAT Informality สูง) การเสียภาษีกลายเป็นต้นทุนที่ทำให้แข่งขันไม่ได้ เพราะแข่งขันยากเมื่อต้องเก็บ VAT จากลูกค้า
3) กฎระเบียบ VAT แบบ “One Size Fits All” เหมาะสมกับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยหรือไม่
คุณลักษณะสำคัญของระบบ VAT ไทยคือการใช้กฎเกณฑ์แบบเดียวกันกับทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะมีรายได้ 2 ล้านหรือ 200 ล้านบาท ทุกธุรกิจต้องปฏิบัติตามกฎ VAT แบบเดียวกัน ซึ่งข้อดีคือ เราได้ระบบภาษีที่เรียบง่ายและชัดเจน
แต่ “ความเท่าเทียม” แบบนี้อาจไม่เป็นธรรมกับธุรกิจเล็กที่ไม่มีทรัพยากรหรือบุคลากรเพียงพอในการจัดการภาระทางภาษีที่ซับซ้อน เปรียบเสมือนให้เด็กและผู้ใหญ่แบกกระเป๋าหนักเท่ากัน
หลายประเทศที่ต้องการขยายฐานภาษีไปที่ธุรกิจขนาดเล็ก มีการสร้างระบบ Simplified VAT โดยเฉพาะ เช่น
- ลดความถี่การยื่นแบบเป็นรายไตรมาสหรือรายปี (แทนรายเดือนแบบปัจจุบันของไทย)
- ทำระบบเครดิตภาษีซื้อให้ง่ายขึ้น หรือใช้อัตราเหมา (Flat Rate)
- ลดความซับซ้อนของเอกสารที่ต้องจัดทำ
ทั้งหมดนี้ช่วยให้การเข้าระบบ “ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว” สำหรับรายย่อย
มองภาพใหญ่ ระบบ VAT ไทย
VAT คือแหล่งรายได้หลักของรัฐ คิดเป็นราว 30% ของรายได้ภาษีทั้งหมดในปัจจุบัน แต่ก็กลายเป็น “เพดาน” ที่ทำให้ธุรกิจเล็กจำนวนมาก “ไม่กล้าโต” เพราะกลัวข้ามเส้น 1.8 ล้านบาท หากยากให้ระบบภาษีมีทั้งประสิทธิภาพและความเป็นธรรม เราจำเป็นต้องแก้จุดนี้
การขยายฐานภาษีเป็นสิ่งจำเป็น แต่โจทย์ท้าทายคือ ทำอย่างไรให้การขยายฐานภาษี “ไม่บั่นทอนแรงจูงใจในการเติบโต” และ “ไม่ผลักให้ธุรกิจหลบซ่อนมากขึ้น”
คำตอบอาจไม่ใช่แค่การเก็บ VAT จากธุรกิจเล็กในอัตราที่ต่ำ แต่อยู่ที่การลดต้นทุนและความซับซ้อนของระบบ เพื่อให้การเข้าระบบ VAT เป็นเรื่องที่ “คุ้ม” และ “เป็นไปได้” สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย
อ้างอิง : Muthitacharoen, A., Wanichthaworn, W., & Burong, T. (2021). VAT threshold and small business behavior: evidence from Thai tax returns. International Tax and Public Finance, 28(5), 1242-1275″