เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
Automotive ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
“ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
Real Estate “ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
Finance แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
Finance ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
HONGQI E-HS9 SUV EV ขับเฟิร์ม ทรงดี
Automotive HONGQI E-HS9 SUV EV ขับเฟิร์ม ทรงดี
เปิดมหกรรมชายแดนสระแก้ว 2026 ดัน 200 คูหา เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
Economic เปิดมหกรรมชายแดนสระแก้ว 2026 ดัน 200 คูหา เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
ดูทั้งหมด

ตั้งเป้ายกคนพ้นจน

27 มิ.ย. 2561 | 10:53น.

คอลัมน์ เช้านี้ที่ซอยอารีย์

โดย พงศ์นคร โภชากรณ์

แม้ตลอด 30 ปีที่ผ่านมาจำนวนคนจนลดลงอย่างต่อเนื่อง ตามรายงานของสภาพัฒน์ฯ พบว่าจำนวนคนจนหรือคนที่อยู่ต่ำกว่าเส้นความยากจนเหลือไม่ถึง 6 ล้านคน แต่ไม่ทราบว่าเป็นใครบ้าง ซึ่งจำนวนดังกล่าวมีทั้งคนจนหน้าใหม่และหน้าเก่า

อย่างไรก็ตาม ฐานข้อมูลผู้มีรายได้น้อยของกระทรวงการคลัง 11.4 ล้านคน มีการบันทึกข้อมูลรายคนด้วยเลขบัตรประจำตัวประชาชน ทำให้ทราบว่าผู้มีรายได้น้อยรวมทั้งคนจนเป็นใคร อายุเท่าไร อยู่ที่ไหน อาชีพอะไร และรายได้เท่าใด ดังนั้น ฐานข้อมูลนี้จึงเป็นประโยชน์ของรัฐบาลในการตั้งเป้า “ยกคนพ้นจน” อย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม

จากฐานข้อมูลสามารถแบ่งผู้มีรายได้น้อยออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

1) กลุ่ม A มีรายได้ทั้งปีเกิน 30,000 บาท เป็นกลุ่มที่อยู่เหนือเส้นความยากจน มีจำนวน 3.1 ล้านคน เฉพาะคนที่อยู่ในวัยแรงงานมีจำนวน 2.6 ล้านคน

2) กลุ่ม B มีรายได้ทั้งปีต่ำกว่า 30,000 บาท หรือเป็นกลุ่มที่อยู่ใต้เส้นความยากจน มีจำนวน 5.9 ล้านคน อยู่ในวัยแรงงาน 3.7 ล้านคน

3) กลุ่ม C ระบุว่าไม่มีรายได้เลย กลุ่มนี้มีจำนวน 2.4 ล้านคน อยู่ในวัยแรงงาน 1.6 ล้านคน

การวัดจำนวนคนจนที่ลดลงจำเป็นต้องวัดจากกลุ่ม B+C ซึ่งเท่ากับ 5.3 ล้านคน และควรวัดจากฐานข้อมูลนี้เท่านั้น และส่วนตัวอยากให้รัฐบาลเปิดการลงทะเบียนต่อเนื่องทุกปี เพราะจะได้ทราบว่าคนในฐานข้อมูลนี้พ้นจนไปแล้วกี่คน มาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพ มาตรการฝึกอบรมทักษะเพื่อเพิ่มรายได้ และมาตรการของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทำแล้วได้ผลกับคนกลุ่มนี้หรือไม่เพียงใด นอกจากนี้ยังทำให้รัฐบาลทราบคนที่อยู่เหนือเส้นความยากจนกลายเป็นคนจนหน้าใหม่กี่คน สุทธิแล้วคนจนลดลงหรือเพิ่มขึ้นกี่คน

หากไม่กำหนดระบบการวัดแบบนี้ อาจทำให้การสื่อสารผลสัมฤทธิ์ของมาตรการรัฐบาลคลาดเคลื่อนได้ เช่น สมมุติเดิมคนจนปี 2561 มี 100 คน ลงใหม่ปี 2562 พบว่าเพิ่มขึ้นเป็น 120 คน ดูเผิน ๆ เหมือนมาตรการต่าง ๆ ใช้ไม่ได้ผลเพราะจำนวนคนจนในภาพรวมเพิ่มขึ้น ทั้ง ๆ ที่คนจนในฐานข้อมูลเดิมลดลงเหลือ 80 แต่มีคนจนมาลงทะเบียนใหม่อีก 40 คน จำนวนคนจนในฐานข้อมูลที่ลดลงสะท้อนว่ามาตรการที่รัฐบาลใช้ได้ผล ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นด้วย เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจ ราคาพืชผล เป็นต้น

ในการลดความยากจนแบบมุ่งเป้า กลุ่ม B คือกลุ่มเป้าหมายหลัก เพราะหากจะให้เขาพ้นจนกลุ่มนี้มีโอกาสมากกว่ากลุ่ม C โดยเฉพาะกลุ่ม B 1 ที่มีรายได้ทั้งปี 20,000-30,000 บาท หรือกลุ่มที่ใกล้เส้นความยากจนที่สุด มีจำนวน 1.5 ล้านคน อยู่ในวัยแรงงาน 1.2 ล้านคน ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีโอกาส (ไม่ใช่ศักยภาพ) ในการพ้นความยากจนมากที่สุด เพราะขาดรายได้เฉลี่ยเพียง 834 บาทต่อเดือนเท่านั้น (สมมุติให้คนในกลุ่มนี้มีรายได้ติดขอบล่างคือ 20,000 บาทต่อปี) แปลว่าหากทำให้ทุกคนในกลุ่มนี้มีรายได้ (อย่างต่อเนื่อง) เฉลี่ยเดือนละ 834 บาท จะมีคนร้อยละ 22.6 หรือประมาณ 1.2 ล้านคน พ้นจนทันที ส่วนกลุ่ม B 2 ที่มีรายได้ทั้งปี 10,000-20,000 บาท มีจำนวนคนในวัยแรงงาน 1.0 ล้านคน ขาดรายได้เฉลี่ย 1,167 บาทต่อเดือน ในขณะที่กลุ่ม B 3 ที่มีรายได้ทั้งปี 5,000-10,000 บาท มีจำนวนคนในวัยแรงงาน 0.9 ล้านคน และกลุ่ม B 4 ที่มีรายได้ทั้งปี 5,000-10,000 บาท มีจำนวนคนในวัยแรงงาน 0.5 ล้านคน ซึ่งยังขาดรายได้รายเดือนอีกมากจึงจะพ้นความยากจน

ดังนั้น เมื่อรัฐบาลมีมาตรการสวัสดิการแบบถูกฝาถูกตัวแล้ว “การตั้งเป้ายกคนพ้นจนที่มุ่งเป้าเป็นรายคน” จะทำให้การวัดความสำเร็จของมาตรการของรัฐบาลมีความชัดเจนมากขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สภาพัฒน์