เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

จบประชุมที่สวิตฯ สหรัฐ-จีนยกย่องความคืบหน้า สงครามการค้าผ่อนคลาย

12 พ.ค. 2568 | 08:34น.

สหรัฐและจีนเผยว่ามีความคืบหน้าที่สำคัญจากการเจรจาการค้าที่สวิตเซอร์แลนด์ สองฝ่ายล้วนมีท่าทีเชิงบวกต่อกัน เห็นพ้องที่จะสร้างกลไกเพื่อการเจรจาในอนาคตต่อไป ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจต้องการคลี่คลายสถานการณ์

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า จีนและสหรัฐรายงานผลการประชุมเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดทางการค้าที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกันและในเชิงบวกว่า มีความคืบหน้าที่เป็นแก่นสารสำคัญ ซึ่งเหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีนเรียกว่า เป็นการประชุมก้าวแรกที่สำคัญเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาที่เห็นต่างกันได้ แม้สองฝ่ายไม่ได้ประกาศมาตรการทางภาษีเฉพาะเจาะจงในทันที

สกอตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐ และจามีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังการเจรจาการค้ากับจีนที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2025 (ภาพรอยเตอร์)

หลังเจรจากันนานหลายชั่วโมง จึงสามารถตกลงกันในรายละเอียดจนดึกดื่นในเวลา 2 วัน ระหว่างวันที่ 10-11 พฤษภาคม สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ เหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งมีเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ประจำสหประชาชาติเป็นเจ้าภาพ และเจรจากันที่ทำเนียบบ้านพักทูตในเขตชานเมืองโคโลญญี นครเจนีวา ซึ่งเจนีวาเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) ด้วย

นายเหอระบุว่า สองเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกเห็นพ้องที่จะสร้างกลไกเพื่อการเจรจาในอนาคตต่อไป ซึ่งกลไกเจรจานี้จะนำโดยเบสเซนต์ และนายเหอเอง ทางด้านเบสเซนต์ระบุว่า สหรัฐจะเปิดเผยรายละเอียดตามมาในวันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม ตามเวลาท้องถิ่น และสัญญาจะมีการออกแถลงการณ์ร่วมกันด้วย (คลิกลิงก์)

“อย่างที่มีสุภาษิตจีนว่า ถ้าอาหารจานนั้นอร่อย จังหวะเวลาไม่สำคัญ” หลี่ เฉิงกัง รองรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของจีนและผู้แทนการค้าจีนกล่าวกับผู้สื่อข่าวที่กรุงเจนีวา “เมื่ออาหารจานนั้นถูกเสิร์ฟออกไป มันจะเป็นข่าวดีสำหรับโลก”

ตัวแทนผู้เจรจาทั้งสองฝ่ายพยายามสื่อสารโทนบวกในการแสดงความเห็นต่อผู้สื่อข่าว กล่าวคือนายเหอกล่าวชื่นชมความเป็นมืออาชีพของฝ่ายสหรัฐและทางด้านเกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐชี้ว่า ที่ผ่านมาความขัดแย้งทางการค้าสหรัฐกับจีนอาจถูกทำให้รุนแรงเกินจริง

“สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าเราสามารถบรรลุข้อตกลงได้รวดเร็วเพียงใด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความแตกต่างอาจไม่มากอย่างที่คิด” เกรียร์กล่าว “ถึงอย่างนั้น ก็ต้องมีการปูพื้นฐานมากมายกว่าจะถึงสองวันนี้”

เมื่อสัปดาห์การซื้อขายในเอเชียเริ่มต้นขึ้น ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักส่วนใหญ่ รวมถึงยูโร เยน และฟรังก์สวิส ดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งถือเป็นตัวแทนในแง่ความรู้สึกที่มีต่อจีนนั้น ขยับขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับเงินหยวนนอกประเทศของจีน

วิน ธิน หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ตลาดระดับโลกจาก Brown Brothers Harriman & Co. กล่าวว่า แม้ว่าเราจะยังคงสงสัยว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงที่เป็นสาระสำคัญใด ๆ ได้หรือไม่ หลังจากการเจรจาเพียงสองวัน แต่ก็ชัดเจนว่าทั้งสองฝ่ายกำลังมองหาทางที่จะคลี่คลายสถานการณ์

 

ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของโลกเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเป็น 145% อย่างต่อเนื่อง โดยภาษีนำเข้าดังกล่าวเพื่อตอบโต้บทบาทของจีนในการค้าเฟนทานิล สารตั้งต้นยาเสพติด การเกินดุลการค้ามหาศาลกับสหรัฐ และเกิดจากการที่ฝ่ายจีนตอบโต้มาตรการตอบโต้ทางภาษีของสหรัฐ ด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐเป็น 125%

แต่ในที่สุด ทั้งสองฝ่ายยอมรับว่าการลดความตึงเครียดและภาษีนำเข้านั้นมีความจำเป็น และการประกาศการเจรจาต่อสาธารณะก็เกิดขึ้นดังกล่าว

หลังจากการประชุมในวันแรกสิ้นสุดลงเมื่อ 10 พฤษภาคม เวลาท้องถิ่น ทรัมป์โพสต์ใน Truth Social เพื่อยกย่องการเจรจา โดยยกย่องว่าเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ และกล่าวว่าสองฝ่ายเห็นพ้องกันในหลายประเด็น ส่วนในด้านผู้เจรจายังคงไม่ออกมาแถลงข่าวผลการประชุมและยังคงตกลงรายละเอียดกันจนดึกดื่น

ทรัมป์กล่าวว่าการเจรจารีเซตใหม่ทั้งหมดดำเนินไปอย่างเป็นมิตรแต่สร้างสรรค์ สหรัฐต้องการเห็นการเปิดประเทศจีนให้ธุรกิจของอเมริกาเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เพื่อประโยชน์ต่อทั้งจีนและสหรัฐ

ก่อนหน้านี้ทรัมป์กล่าวกับนักข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า เขาอาจพูดคุยกับสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ภายหลังการประชุมที่สวิตเซอร์แลนด์เสร็จสิ้น อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของเบสเซนต์

ทั้งนี้ สหรัฐและจีนมีข้อตกลงการค้ากันอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งลงนามเมื่อสิ้นสุดวาระแรกของทรัมป์ในเดือนมกราคม 2020 ในเวลานั้น ประธานาธิบดีทรัมป์เรียกข้อตกลงนี้ว่า “ประวัติศาสตร์” และกล่าวว่าข้อตกลงนี้กำลังแก้ไขความผิดพลาดในอดีต และภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว จีนให้คำมั่นที่จะซื้อสินค้าและบริการจากสหรัฐเพิ่มเติมมูลค่ากว่า 200,000 ล้านดอลลาร์ (6.5 ล้านล้านบาท) และเปิดตลาดให้กับภาคการเกษตรและบริการทางการเงินของสหรัฐ

ทรัมป์ตำหนิรัฐบาลไบเดนซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่ไม่บังคับใช้ข้อตกลงดังกล่าว หลังจากที่จีนไม่สามารถรักษาสัญญาได้