เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

พิษเศรษฐกิจ หนี้ท่วม บริษัทรับเหมายักษ์ใหญ่ ยื่นฟื้นฟูกิจการ

12 มิ.ย. 2569 | 14:52น.
รับเหมา ก่อสร้าง

รับเหมา ก่อสร้าง

วงการธุรกิจก่อสร้าง กำลังเผชิญปัญหาแรงกดดันรอบด้าน สะเทือนสภาพคล่องและงานก่อสร้างใหม่ที่หดตัวถ้วนหน้า ไม่ว่าโครงการภาครัฐและเอกชนตามสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซามานานแรมปี กลายเป็นหนี้เสีย ลามไปสู่แบงก์ไม่ปล่อยกู้ ไร้เงินทุนต่อลมหายใจ

ที่ผ่านมาจึงมีหลายรายที่ไปไม่ไหวต้องถอดใจ ยอมจำนนต่อสถานการณ์ แต่มีบางรายกัดฟันสู้ต่อขอฟื้นฟูกิจการ

เนาวรัตน์พัฒนายื่นฟื้นฟูกิจการ

ล่าสุดบริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) รับเหมาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมา 50 ปี ได้มีการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง

โดยเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 บริษัทรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุถึงเหตุผลและความจำเป็นที่บริษัทในฐานะลูกหนี้เป็นผู้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง

1.บริษัทประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและงานสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนาน โดยได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง และยังคงมีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจและสร้างรายได้ในอนาคต

2.บริษัทได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและสภาพการแข่งขันในอุตสาหกรรมก่อสร้าง รวมถึงความผันผวนของต้นทุนวัสดุก่อสร้าง ราคาพลังงาน ต้นทุนแรงงาน และข้อจำกัดด้านสภาพคล่องทางการเงิน ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลประกอบการและการบริหารภาระหนี้สินของบริษัท ทำให้บริษัทมีหนี้สินจำนวนมากและไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด

3.การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการจะช่วยให้บริษัทสามารถปรับโครงสร้างทางการเงิน และกำหนดแนวทางการบริหารจัดการหนี้สินได้อย่างเป็นระบบ ภายใต้ความคุ้มครองตามกฎหมาย

4.การฟื้นฟูกิจการจะช่วยให้บริษัทสามารถปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้กลุ่มต่าง ๆ ได้แก่ เจ้าหนี้สถาบันการเงิน เจ้าหนี้หุ้นกู้ และเจ้าหนี้การค้า ให้เกิดความเป็นธรรมกับเจ้าหนี้ทุกกลุ่ม และสามารถดำเนินการได้ภายใต้กรอบที่กฎหมายกำหนด

5.บริษัทเห็นว่าการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการจะเป็นแนวทางที่เหมาะสมในการรักษาความต่อเนื่อง ในการดำเนินธุรกิจ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เจ้าหนี้ ผู้ถือหุ้น พนักงาน คู่ค้า และผู้มีส่วน ได้เสียทุกฝ่าย มากกว่ากรณีที่บริษัทต้องเข้าสู่กระบวนการส้มละลาย

6.ภายใต้กระบวนการฟื้นฟูกิจการ บริษัทยังคงดำเนินธุรกิจการค้าได้ตามปกติ โดยปัจจุบันมีโครงการก่อสร้างที่อยู่ระหว่างดำเนินการทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงมีโครงการที่อยู่ระหว่างการเข้าร่วมประมูลและเตรียมเข้าร่วมประมูลอีกหลายโครงการ นอกจากนี้ บริษัทยังจะได้รับการสนับสนุนจากเจ้าหนี้สถาบันการเงินซึ่งมีความประสงค์จะให้การสนับสนุนทางการเงินแก่บริษัทอีกด้วย

ศาลล้มละลายกลางรับคำร้อง

ต่อมาวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับคำร้องของขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทไว้พิจารณา และกำหนดวันนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการในวันที่ 17 สิงหาคม 2569

ในการนี้ บริษัทขอเรียนขึ้นจงสาระสำคัญของคำร้องของขอฟื้นฟูกิจการโดยสรุป

  1. บริษัทในฐานะลูกหนี้ เป็นผู้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง
  2. บริษัทเสนอให้ บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ทำแผน โดยหากศาลล้มละละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและแต่งตั้งผู้ทำแผนแล้ว ผู้ทำแผนจะมีอำนาจและหน้าที่ในการบริหารจัดการกิจการและทรัพย์สินของบริษัทตามกฎหมายกำหนด

เปิด 5 แนวทางแผนฟื้นฟู

  1. แนวทางของแผนฟื้นฟูกิจการในเบื้องตัน ประกอบด้วย
    – การปรับโครงสร้างทางการเงิน
    – การบริหารต้นทุน
    – การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
    – การกำหนดกลยุทธ์เชิงพาณิชย์ในการประมูลโครงการ
    – การเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าคอนกรีตและเหล็กแปรรูป
  2. การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการในครั้งนี้ จะช่วยให้บริษัทสามารถคำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้กรอบกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองแก่ผู้ผู้มีส่วนได้เสียอย่างเป็นธรรม ทั้งนี้บริษัทยังคงสามารถคำเป็นธุรกิจได้ตามปกติในระหว่างกระบะบวนการฟื้นฟูกิจการ

50 ปี พัฒนา 500 โครงการ

สำหรับ ”เนาวรัตน์พัฒนาการ” เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2519 โดย ”มานะ กรรณสูต” ภายใต้ชื่อบริษัท เนาวรัตน์ พัฒนาการ จำกัด ก่อนจะจดทะเบียนแปรสภาพเป็น บริษัทมหาชนจำกัด และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในปี 2538 เพื่อรองรับการก่อสร้างงานโครงสร้างพื้นฐาน และงานพัฒนาโครงการที่สำคัญทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ตลอดระยะเวลาเกือบครึ่งศตวรรต ได้พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และโครงการต่าง ๆ ในภาคเอกชน รวมมากกว่า 500 โครงการ

หนี้สินรวม 1.5 หมื่นล้าน ขาดทุน 4 ปี

  • ปี 2565 มีรายได้รวม 13,247 ล้านบาท กำไรสุทธิ 37 ล้านบาท หนี้สินรวม 17,210 ล้านบาท
  • ปี 2566 รายได้รวม 11,244 ล้านบาท ขาดทุน 1,020 ล้านบาท หนี้สินรวม 16,671 ล้านบาท
  • ปี 2567 รายได้รวม 8,519 ล้านบาท ขาดทุน 3,983 ล้านบาท หนี้สินรวม 16,421 ล้านบาท
  • ปี 2568 รายได้รวม 8,409 ล้านบาท ขาดทุน 1,001 ล้านบาท หนี้สินรวม 15,620 ล้านบาท
  • ไตรมาส 1/2569 มีรายได้รวม 1,951 ล้านบาท ขาดทุน 77.79 ล้านบาท หนี้สินรวม 15,138 ล้านบาท

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รับเหมาก่อสร้าง