เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อนุทิน คุย Airbus ชวนใช้เชื้อเพลิงที่ผลิตในไทย ขยายความร่วมมือเทคโนโลยีอวกาศ
Politics อนุทิน คุย Airbus ชวนใช้เชื้อเพลิงที่ผลิตในไทย ขยายความร่วมมือเทคโนโลยีอวกาศ
MiVana เปลี่ยนเนื้อกาแฟที่โดนทิ้ง เป็นเครื่องดื่มสุขภาพจากป่าต้นน้ำ
SD MiVana เปลี่ยนเนื้อกาแฟที่โดนทิ้ง เป็นเครื่องดื่มสุขภาพจากป่าต้นน้ำ
สทนช.เผยน้ำเหนือลด เร่งระบายทุกสายลงอ่าวไทย เตรียมรับฝน​ 11-13​ ต.ค.​
Politics สทนช.เผยน้ำเหนือลด เร่งระบายทุกสายลงอ่าวไทย เตรียมรับฝน​ 11-13​ ต.ค.​
TACC ขยายพอร์ตธุรกิจ B2C ลุยตลาด “น้ำด่าง” ปั้นรายได้พันล้านบาท
Business TACC ขยายพอร์ตธุรกิจ B2C ลุยตลาด “น้ำด่าง” ปั้นรายได้พันล้านบาท
น้ำไม่เข้าบ้านก็เคลมได้! น้ำล้อมเกิน 7 วัน รับเบื้องต้น 1 หมื่นบาท
Finance น้ำไม่เข้าบ้านก็เคลมได้! น้ำล้อมเกิน 7 วัน รับเบื้องต้น 1 หมื่นบาท
WashXpress และพันธมิตร เปิดซักผ้าฟรี 28 สาขา ช่วยผู้ประสบอุทกภัย
Biz Movement WashXpress และพันธมิตร เปิดซักผ้าฟรี 28 สาขา ช่วยผู้ประสบอุทกภัย
สรุปมาตรการการบินไทย ช่วงน้ำท่วม: วิธีเปลี่ยนตั๋ว/ยกเลิก และขั้นตอนขอชดเชยกระเป๋าตกค้าง
News สรุปมาตรการการบินไทย ช่วงน้ำท่วม: วิธีเปลี่ยนตั๋ว/ยกเลิก และขั้นตอนขอชดเชยกระเป๋าตกค้าง
ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 รายใหม่ลงทะเบียนทะลุ 1.3 ล้านคน เร่งยืนยันสิทธิภายใน 15 ต.ค. นี้
Finance ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 รายใหม่ลงทะเบียนทะลุ 1.3 ล้านคน เร่งยืนยันสิทธิภายใน 15 ต.ค. นี้
พารากอนผนึกพันธมิตร จัดใหญ่แห่รับ ‘เนเน่’ ยืนยันงานไม่เลื่อน
Biz Movement พารากอนผนึกพันธมิตร จัดใหญ่แห่รับ ‘เนเน่’ ยืนยันงานไม่เลื่อน
5 กระทรวง x กทม. ซ่อมบ้าน-เครื่องใช้-รถ ฟรี ผ่าน Traffy Fondue
SD 5 กระทรวง x กทม. ซ่อมบ้าน-เครื่องใช้-รถ ฟรี ผ่าน Traffy Fondue
ดูทั้งหมด

พิชัยเผยนอมินีทุบเศรษฐกิจพัง 1.5 หมื่นล้าน จับสินค้าเถื่อนออนไลน์เกือบ 4 หมื่นคดี

21 พ.ค. 2568 | 15:48น.
พิชัยเผยนอมินีทุบเศรษฐกิจพัง 1.5 หมื่นล้าน

พิชัยเผยนอมินีทุบเศรษฐกิจไทยพัง 1.5 หมื่นล้าน ลุยจับกุมสินค้าเถื่อนออนไลน์เกือบ 4 หมื่นคดี มูลค่าความเสียหายกว่า 2 พันล้าน

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ครั้งที่ 5 วันนี้ (21 พ.ค.) ว่า ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้คณะกรรมการ ได้ดำเนินคดีกับสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพมาตรฐานและผิดกฎหมายไปแล้วกว่า 39,186 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 2,074 ล้านบาท

และสามารถเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสินค้านำเข้าที่ต่ำกว่า 1,500 บาทได้ถึง 1,796 ล้านบาท รวมทั้งได้ดำเนินมาตรการ Notice and Takedown ถอดสินค้าผิดกฎหมายจากแพลตฟอร์มออนไลน์แล้วกว่า 10,378 รายการ

ส่วนการปราบปรามธุรกิจนอมินีมิได้มีการดำเนินคดีกับนิติบุคคล ซึ่งอยู่ 7 ประเภทธุรกิจเสี่ยง คือ ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเกี่ยวเนื่อง ธุรกิจขนส่งทางบก ธุรกิจโกดัง/คลังสินค้า ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจซื้อขายที่ดินเพื่อการเกษตร และธุรกิจอื่น ๆ จำนวนรวม 857 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางธุรกิจรวม 15,288 ล้านบาท

“ท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับปัญหานี้อย่างมาก และได้กำชับให้กระทรวงพาณิชย์ทำงานเชิงรุก ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจโลก มีความเสี่ยงสูงที่สินค้าผิดกฎหมายและไม่มีคุณภาพจะทะลักเข้าสู่ประเทศไทย ซึ่งกระทบต่อ SMEs ไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” นายพิชัยกล่าว

นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบการแต่งตั้งนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และพลตำรวจโทพิทยา ศิริรักษ์ เป็นที่ปรึกษาเพิ่มเติมใน 2 คณะอนุกรรมการ ได้แก่ คณะอนุกรรมการป้องกันและป้องปรามธุรกิจอำพรางของคนต่างด้าว (Nominee) และคณะอนุกรรมการส่งเสริมและยกระดับ SMEs ไทย และแก้ไขปัญหาสินค้าที่ไม่มีคุณภาพจากต่างประเทศ

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า จากข้อมูลพบว่ามีบริษัทกลุ่มเสี่ยงกว่า 46,918 ราย โดยจะจัดตั้งคณะทำงานระดับจังหวัดขึ้นในทุกจังหวัด ซึ่งมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายเป็นประธาน และมีพาณิชย์จังหวัดเป็นฝ่ายเลขานุการ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเข้มงวด

ทั้งที่มาของเงินทุน ความสามารถในการประกอบธุรกิจ และความเชื่อมโยงกับชาวต่างชาติ และสำหรับบริษัทใหม่ที่จดทะเบียนในอนาคต จะมีการเสนอปรับปรุงกฎหมายเพื่อเพิ่มบทลงโทษต่อธุรกิจนอมินีถึงขั้นยึดทรัพย์ และจะเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อผลักดันเข้าสู่รัฐสภาโดยเร็ว

“ได้กำชับให้แต่ละจังหวัดทำงานเชิงรุก โดยให้แต่ละจังหวัดดำเนินการตรวจสอบบริษัทกลุ่มเสี่ยงทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน และในจังหวัดที่มีบริษัทที่อยู่ในข่ายเป็นจำนวนมากอาจจะใช้เวลาในการตรวจสอบมากกว่าจะต้องรายงานผลความคืบหน้าทุก ๆ 3 เดือน”