เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
AAHRS 2026 ปักหมุดเชียงใหม่ ดัน Medical Hub ชิงเค้กตลาดปลูกผมพันล้าน
เศรษฐกิจภูมิภาค AAHRS 2026 ปักหมุดเชียงใหม่ ดัน Medical Hub ชิงเค้กตลาดปลูกผมพันล้าน
‘AI-ดาต้าเซ็นเตอร์’ ใช้ไฟพุ่ง เปลี่ยนเกมแข่ง ‘อสังหาฯอุตสาหกรรม’
Real Estate ‘AI-ดาต้าเซ็นเตอร์’ ใช้ไฟพุ่ง เปลี่ยนเกมแข่ง ‘อสังหาฯอุตสาหกรรม’
ก.ศึกษา สั่งประสานนักจิตวิทยาดูแลผลกระทบจิตใจนักเรียน-ครู เหตุยิงในโรงเรียน
Politics ก.ศึกษา สั่งประสานนักจิตวิทยาดูแลผลกระทบจิตใจนักเรียน-ครู เหตุยิงในโรงเรียน
ราคาทองวันนี้ (7 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณบาทละ 67,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณบาทละ 67,900 บาท
Gen Z จีนฮิต “ร้อยมาลัย-พับดอกบัว” วัดเจ็ดยอด ดัน Soft Power ล้านนาสู่ Experiential Tourism
เศรษฐกิจภูมิภาค Gen Z จีนฮิต “ร้อยมาลัย-พับดอกบัว” วัดเจ็ดยอด ดัน Soft Power ล้านนาสู่ Experiential Tourism
อนุทิน เผย ‘เมียนมา’ ขอไทยคุมเข้มชายแดน สกัดชนกลุ่มน้อยลอบขนอาวุธ
Politics อนุทิน เผย ‘เมียนมา’ ขอไทยคุมเข้มชายแดน สกัดชนกลุ่มน้อยลอบขนอาวุธ
ไทยคม เปลี่ยนชื่อเป็น ‘กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี’
Tech ไทยคม เปลี่ยนชื่อเป็น ‘กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี’
นายกฯ กำชับคุมเข้มปืน ย้ำไม่อนุญาตพกนอกเคหสถาน หวั่นพฤติกรรมเลียนแบบ
Politics นายกฯ กำชับคุมเข้มปืน ย้ำไม่อนุญาตพกนอกเคหสถาน หวั่นพฤติกรรมเลียนแบบ
รัฐบาลเช็คกระเป๋าก่อนตัดสินใจ “ไทยช่วยไทยพลัส” เฟส 2 ยันเงินคงคลังแข็งแรง
Politics รัฐบาลเช็คกระเป๋าก่อนตัดสินใจ “ไทยช่วยไทยพลัส” เฟส 2 ยันเงินคงคลังแข็งแรง
แพทย์ชี้ HPV ไร้อาการนาน 10 ปี ย้ำคนไทยตรวจ-ฉีดวัคซีนก่อนสาย
News แพทย์ชี้ HPV ไร้อาการนาน 10 ปี ย้ำคนไทยตรวจ-ฉีดวัคซีนก่อนสาย
ดูทั้งหมด

พิชัยเผยนอมินีทุบเศรษฐกิจพัง 1.5 หมื่นล้าน จับสินค้าเถื่อนออนไลน์เกือบ 4 หมื่นคดี

21 พ.ค. 2568 | 15:48น.
พิชัยเผยนอมินีทุบเศรษฐกิจพัง 1.5 หมื่นล้าน

พิชัยเผยนอมินีทุบเศรษฐกิจไทยพัง 1.5 หมื่นล้าน ลุยจับกุมสินค้าเถื่อนออนไลน์เกือบ 4 หมื่นคดี มูลค่าความเสียหายกว่า 2 พันล้าน

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ครั้งที่ 5 วันนี้ (21 พ.ค.) ว่า ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้คณะกรรมการ ได้ดำเนินคดีกับสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพมาตรฐานและผิดกฎหมายไปแล้วกว่า 39,186 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 2,074 ล้านบาท

และสามารถเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสินค้านำเข้าที่ต่ำกว่า 1,500 บาทได้ถึง 1,796 ล้านบาท รวมทั้งได้ดำเนินมาตรการ Notice and Takedown ถอดสินค้าผิดกฎหมายจากแพลตฟอร์มออนไลน์แล้วกว่า 10,378 รายการ

ส่วนการปราบปรามธุรกิจนอมินีมิได้มีการดำเนินคดีกับนิติบุคคล ซึ่งอยู่ 7 ประเภทธุรกิจเสี่ยง คือ ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเกี่ยวเนื่อง ธุรกิจขนส่งทางบก ธุรกิจโกดัง/คลังสินค้า ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจซื้อขายที่ดินเพื่อการเกษตร และธุรกิจอื่น ๆ จำนวนรวม 857 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางธุรกิจรวม 15,288 ล้านบาท

“ท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับปัญหานี้อย่างมาก และได้กำชับให้กระทรวงพาณิชย์ทำงานเชิงรุก ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจโลก มีความเสี่ยงสูงที่สินค้าผิดกฎหมายและไม่มีคุณภาพจะทะลักเข้าสู่ประเทศไทย ซึ่งกระทบต่อ SMEs ไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” นายพิชัยกล่าว

นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบการแต่งตั้งนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และพลตำรวจโทพิทยา ศิริรักษ์ เป็นที่ปรึกษาเพิ่มเติมใน 2 คณะอนุกรรมการ ได้แก่ คณะอนุกรรมการป้องกันและป้องปรามธุรกิจอำพรางของคนต่างด้าว (Nominee) และคณะอนุกรรมการส่งเสริมและยกระดับ SMEs ไทย และแก้ไขปัญหาสินค้าที่ไม่มีคุณภาพจากต่างประเทศ

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า จากข้อมูลพบว่ามีบริษัทกลุ่มเสี่ยงกว่า 46,918 ราย โดยจะจัดตั้งคณะทำงานระดับจังหวัดขึ้นในทุกจังหวัด ซึ่งมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายเป็นประธาน และมีพาณิชย์จังหวัดเป็นฝ่ายเลขานุการ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเข้มงวด

ทั้งที่มาของเงินทุน ความสามารถในการประกอบธุรกิจ และความเชื่อมโยงกับชาวต่างชาติ และสำหรับบริษัทใหม่ที่จดทะเบียนในอนาคต จะมีการเสนอปรับปรุงกฎหมายเพื่อเพิ่มบทลงโทษต่อธุรกิจนอมินีถึงขั้นยึดทรัพย์ และจะเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อผลักดันเข้าสู่รัฐสภาโดยเร็ว

“ได้กำชับให้แต่ละจังหวัดทำงานเชิงรุก โดยให้แต่ละจังหวัดดำเนินการตรวจสอบบริษัทกลุ่มเสี่ยงทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน และในจังหวัดที่มีบริษัทที่อยู่ในข่ายเป็นจำนวนมากอาจจะใช้เวลาในการตรวจสอบมากกว่าจะต้องรายงานผลความคืบหน้าทุก ๆ 3 เดือน”