Skip to content

‘พรีโม่ เซอร์วิส’ ย้ำ Focus on Core แผ่นดินไหวเป็นโอกาสธุรกิจพร็อพเพอร์ตี้เซอร์วิส

26 พ.ค. 2568 | 07:17น.
‘พรีโม่ เซอร์วิส’ ย้ำ Focus on Core แผ่นดินไหวเป็นโอกาสธุรกิจพร็อพเพอร์ตี้เซอร์วิส

ไตรมาส 2/68 หลังจากมั่นใจเต็มที่ว่าทุกอย่างของผลกระทบสถานการณ์แผ่นดินไหวเริ่มนิ่งแล้ว “พรีโม เซอร์วิส” บริษัทมหาชนในเครือออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าเก็บแต้มสร้างความมั่นใจทันที

ด้วยการปรับกลยุทธ์ Focus on Core ทำสิ่งที่ดีกว่า ด้วยการจัดระเบียบการทำธุรกิจเป็น 3 กลุ่มหลัก พร้อมทั้งประกาศยืนหยัดเป้ารายได้ 1,850 ล้านบาท ในปีนี้ไว้อย่างเหนียวแน่น

จัดระเบียบ 3 พอร์ตครบวงจร

โดย “สุรินทร์ สหชาติโภคานันท์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRI เปิดเผยว่า พรีโม่ฯ ดำเนินการแล้ว 14 ปี บริษัทวางแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขัน สร้างโอกาสการเติบโต ควบคุมต้นทุนมุ่งทำกำไร สร้างโอกาสเพิ่มรายได้ มุ่งเน้นประสิทธิภาพงานบริการสูงสุด ผ่าน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก

ได้แก่ 1.กลุ่มธุรกิจต้นน้ำ บริการก่อนเข้าอยู่อาศัย (Pre-Living Services) ได้แก่ บริการให้คำปรึกษาและควบคุมงานก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์ บริการออกแบบสถาปัตยกรรมงานวิศวกรรมโครงสร้าง บริการควบคุมการก่อสร้าง งานวิศวกรรมและการให้คำปรึกษาทางด้านเทคนิค

2.กลุ่มกลางน้ำ บริการการจัดการเพื่อการอยู่อาศัย (Living Services) ได้แก่ บริการบริหารนิติบุคคลอาคารชุด บ้านจัดสรร ห้างสรรพสินค้า อาคาร และสำนักงาน การบริหารจัดการ Residential Property และ Service Apartment บริการซื้อ-ขาย-ปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ตัวแทนในการซื้อ-ขาย-เช่าบริการจัดหาผู้ร่วมลงทุน บริการที่ปรึกษาด้านสื่อการตลาดและประชาสัมพันธ์ให้กับธุรกิจอสังหาฯ บริการ Personal Assistant ให้แก่ชาวต่างชาติ และบริการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการบริการ และเทคโนโลยีด้านการอยู่อาศัย

3.กลุ่มปลายน้ำ – บริการหลังการขายที่อยู่อาศัย (Living & Earning Services) ได้แก่ บริการออกแบบและตกแต่งภายใน บริการงานจ้างเหมาแบบเบ็ดเสร็จ บริการแม่บ้านทำความสะอาดและบริการงานช่าง บริการจัดการอาคาร การจัดจำหน่ายสินค้าตกแต่งบ้านและที่อยู่อาศัย และตัวแทนประกันแบบ Life และ Non-Life

แผ่นดินไหวแจ้งเกิดธุรกิจบริการ

ทั้งนี้ มีผู้บริหารหลัก 3 คน คือ กลุ่มธุรกิจต้นน้ำตนรับผิดชอบเอง “…สถานการณ์แผ่นดินไหว พอเราตั้งตัวได้เรากลับดีใจที่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น จากการเข้าไปดูแลลูกบ้าน 40,000 ครอบครัว หรือ 40,000 ห้อง อยู่ในกรุงเทพฯ 20,000 ห้อง ทำให้ภาพลักษณ์การบริการที่มีประสิทธิภาพ ได้สร้างโอกาสทางธุรกิจในวันนี้และในอนาคต”

และ “…สถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่อง ตอกย้ำความมั่นใจว่าโมเดลธุรกิจงานบริการอสังหาฯ มีความยั่งยืน ไม่ว่าเศรษฐกิจะผันผวนแค่ไหน แต่การดูแลหลังการขายอสังหาฯ ลูกค้ายังมีความต้องการดูแลทำความสะอาด ตกแต่ง ซ่อมแซม ปรับปรุง อยู่เสมอ”

ขอบเขตการดำเนินงาน เพิ่มจุดโฟกัสเจาะลูกค้าภาครัฐ ทั้งหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ส่วนราชการ รวมทั้งลูกค้า B to B เช่น ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น

“การปรับกลยุทธ์ Focus on Core เพื่อต้องการส่งสัญญาณว่า พรีโม่ฯ ดำรงจุดมุ่งหมายในการยืนเป้ารายได้ 1,850 ล้านบาท รวมทั้งคาดหวังการต่อสัญญาบริการทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจ ลูกค้าทั้ง B to C และ B to B จะยังเป็นคู่สัญญาอยู่กับบริษัทในระยะยาว”

ลูกค้าออริจิ้น 60% นอกเครือ 40%

ถัดมา “นางสาวปีณิตา ศิลปสุวรรณ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม พรีโม เซอร์วิส ดูแลกลุ่มงานบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ (Living Service) กล่าวว่า เนื้องานดูแลการบริหารจัดการนิติบุคคลอาคารชุดและบ้านจัดสรร กับดูแลการบริหารจัดการโรงแรมแฮมป์ตัน 70 โครงการในปัจจุบัน โดยเป็นโครงการในเครือออริจิ้น พร็อพเพอรตี้ 60% นอกเครืออีก 40%

“ภาพรวมการแข่งขันตลาดนิติบุคคลคอนโดฯ แม้มีการแข่งขันสูงแต่มองว่ามีโอกาส ดำเนินการภายใต้ 3 คีย์ เริ่มจากดูแลลูกบ้านให้อยู่อาศัยอย่างมีความสุข ฝึกอบรมทีมพนักงานเพื่อบริการที่เป็นเลิศ และนำเทคโนโลยีเอไอมาใช้ ทำให้เวลาบิดดิ้งงานแข่งขัน ลูกค้าโครงการหรือ B to B มีความสนใจว่ามีแอปอะไรบ้างที่ตอบโจทย์การบริหารจัดการอาคาร ให้มีความสะดวกสบายมากที่สุด และสามารถทันยุคสมัย”

ส่วนงานปล่อยเช่าผ่าน IP Program ปัจจุบันดูแล 10 โครงการ 1,500 ห้อง ภายในไตรมาส 3-4/68 คาดว่าจะเพิ่มอีก 500 ห้อง ในพื้นที่โซนอีอีซี ทั้งศรีราชา บางแสน พัทยา รวมเป็น 13 โครงการ 2,000 ห้อง ซึ่งเทรนด์การปล่อยเช่าห้องชุดมีดีมานด์ตลอดเวลา อัตราการเช่า (occupency rate) ค่อนข้างสูงที่ 80% ค่าเช่าเฉลี่ยที่ 4-6% โดยมีตั้งแต่ 1% ถึง 9-10% ก็มี

“เทรนด์ตลาดเช่าปีนี้ค่อนข้างดี จุดเด่นเรามีพอร์ตห้องเช่าเยอะ ทำให้ยกระดับเป็นการทำงานในรูปแบบคอร์ปอเรต สามารถเข้าถึงลูกค้า B to B เช่น ทำสัญญากับโรงงานมอบข้อเสนอพิเศษในการเช่าห้อง 50-70 ห้อง ลูกค้าจะได้ห้องชุดบวกบริการและการตกแต่งได้มาตรฐานโรงแรม”

สำหรับผลกระทบแผ่นดินไหว ช่วงแรกคนอาจตกใจ แต่หลังจาก 1-2 สัปดาห์ที่มีทีมวิศวกรเข้ามาตรวจสอบและรับรองความปลอดภัยแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร มีผลให้ช่วง 1 เดือนแรกการอยู่อาศัยบางตา แต่หลังจากนั้นก็กลับเข้ามาอยู่อาศัยเหมือนเดิม โดยกระทบกับค่าเช่าลดลง 10-15% นาน 3 เดือนในช่วงที่อาคารยังซ่อมแซมไม่เรียบร้อย ปัจจุบันค่าเช่ากลับมาอยู่ในระดับปกติได้เป็นส่วนใหญ่

เราจะเป็นท็อป 5 ในใจผู้บริโภค

สุดท้ายกับ “ณภัทร บูรณพงษ์ศักดิ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพชชั่น เรียลเตอร์ จำกัด ดูแลกลุ่มงานขายและการเช่าอสังหาริมทรัพย์หรือธุรกิจ Brokerage ทำธุรกรรม 4 ด้านหลัก 1.บริหารงานขายโครงการใหม่ ปัจจุบันมี 14 โครงการของออริจิ้นฯ 2.ปล่อยเช่า 3.รีเซล (มือสอง) และ 4.Sale Management รับบริหารงานขายโครงการนอกเครือ

“ตั้งแต่กลางปี 2567 ที่เริ่มบริหารอสังหาฯ มือหนึ่ง จากเดิมทำแค่ปล่อยเช่ากับรีเซลอย่างเดียว นั่นคือเรามีการอัพเกรดการทำธุรกิจ โดยออริจิ้นฯ 14 โครงการ มีห้องเหลือขาย 40-50% และพร้อมอยู่ไม่ถึง 10% เราตั้งเป้า sold out ภายในไตรมาส 2/68 จำนวน 3-4 โครงการ”

ทั้งนี้ สถานการณ์แผ่นดินไหวทำให้ตลาดชะงักการตัดสินใจซื้อไปช่วงหนึ่ง แต่พบว่าตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา กำลังซื้อเริ่มกลับเข้ามา เพราะแผ่นดินไหวได้พิสูจน์แล้วว่าอาคารที่เปิดใช้บริการไม่มีการพังถล่มแม้แต่ตึกเดียว (ยกเว้นตึก สตง.)

“ที่อยู่อาศัยเป็นปัจจัยสี่ คนยังต้องการตลอดเวลา ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจที่การซื้อมือหนึ่งชะลอตัวลง แต่มาบูมในตลาดปล่อยเช่าอย่างเห็นได้ชัด ทำให้กระตุ้นการตัดสินใจซื้อห้องชุดสำหรับลูกค้าที่เข้าโปรแกรม IP-Investment Program ตอบโจทย์การซื้อเพื่อสร้างผลตอบแทนการลงทุนปล่อยเช่า โดยบริษัทให้บริการครบวงจร ตั้งแต่ตกแต่ง บริการแม่บ้าน หาผู้เช่า และซื้อมาขายไป เป้าหมายเข้าทำเนียบท็อป 5 ในใจผู้บริโภค”