Skip to content

งบปี’69 ขาดดุล 8.6 แสนล้าน ดัน THACCA-ซอฟต์พาวเวอร์ 4 พันล้าน

25 พ.ค. 2568 | 08:03น.
งบปี’69 ขาดดุล 8.6 แสนล้าน ดัน THACCA-ซอฟต์พาวเวอร์ 4 พันล้าน

ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 วงเงิน 3,780,600.0 ล้านบาท กำลังเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ขั้นรับหลักการวาระที่ 1 ที่จะเปิดสมัยประชุมวิสามัญ วันที่ 28-30 พฤษภาคมนี้

งบประมาณขาดดุล 8.6 แสนล้านบาท

ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2569 วงเงิน 3.7 ล้านล้าน ฉบับนี้ ร่างขึ้นมาบนภาพรวมแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2569 ที่คาดจะขยายตัวในช่วงร้อยละ 2.3-3.3 โดยมีแรงสนับสนุนสำคัญจากการขยายตัวในเกณฑ์สูงของการลงทุนภาครัฐ การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการบริโภคภายในประเทศ ประกอบกับการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว

เศรษฐกิจไทย ยังมีข้อจำกัดจากภาระหนี้สินภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูง และมีปัจจัยเสี่ยงจากมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐ รวมถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนในภาคเกษตร ซึ่งอาจทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ สำหรับอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ในช่วงร้อยละ 0.5-1.5 และดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มเกินดุล ร้อยละ 2.5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ

มีปัจจัยสนับสนุนการขยายตัวเศรษฐกิจ ร้อยละ 2.3-3.3 มาจากการอุปโภคบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนและการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ในขณะที่การดำเนินมาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง

คาดว่าจะจัดเก็บรายได้ประเภทต่าง ๆ จำนวน 3,494,900 ล้านบาท แต่เมื่อหักลดภาระการคืนภาษีต่าง ๆ แล้วจะคงเหลือเป็นรายได้สุทธิจำนวน 2,920,600 ล้านบาท แต่เนื่องจากเมื่อประมาณการรายจ่ายจะสูงกว่ารายได้สุทธิจำนวน 860,000 ล้านบาท จึงมีการกำหนดจำนวนดังกล่าวให้เป็นเงินกู้ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 22.7 ของประมาณการรายรับ

ตั้งงบฯกลาง 6.3 แสนล้าน

โดยงบฯปี’69 วงเงิน 3,780,600.0 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.รายจ่ายงบฯกลาง 632,968.7500 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนงบประมาณ 16.74 2.รายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ 1,408,060.3287 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนงบประมาณ 37.25 3.รายจ่ายบูรณาการ 98,767.8186 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนงบประมาณ 2.61 4.รายจ่ายบุคลากร 820,820.8104 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนงบประมาณ 21.71 5.รายจ่ายสำหรับทุนหมุนเวียน 274,576.8057 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนงบประมาณ 7.26

6.รายจ่ายเพื่อการชำระหนี้ภาครัฐ 421,864.4264 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนงบประมาณ 11.16 7.รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 123,541.0602 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนงบประมาณ 3.27งบปี’69

เปิดยุทธศาสตร์-งบฯฉุกเฉิน

และจำแนกตามยุทธศาสตร์การจัดสรรงบฯ ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ แบ่งเป็น 1.ด้านความมั่นคง 415,327.9413 ล้านบาท 2.ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน 394,611.6456 ล้านบาท 3.ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 605,927.2575 ล้านบาท 4.ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 942,709.1735 ล้านบาท 5.ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 147,216.8998 ล้านบาท 6.ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ 605,441.5957 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในส่วนของงบฯกลาง 6.3 แสนล้านนั้น มีงบประมาณเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 98,000,000,000 บาท ที่รัฐบาลสามารถนำเงินมาใช้ในภารกิจเร่งด่วนที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดหมาย ทั้งเรื่องภัยพิบัติ และเรื่องเศรษฐกิจ

และมีงบประมาณเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอีก 25,000,000,000 บาท

ดัน 16 แผน หวังฟื้นเศรษฐกิจ

สำหรับหัวใจสำคัญสำหรับกระตุกเศรษฐกิจจากแดนโคม่า คือ ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน 394,611.6456 ล้านบาท โดยจำแนกตามแผนงาน 16 แผน ดังนี้

1.แผนงานยุทธศาสตร์การเกษตรสร้างมูลค่า จำนวน 35,054.9 ล้านบาท ตั้งเป้าเพิ่มผลิตภาพการผลิตของภาคการเกษตรโดยใช้เทคโนโลยี สร้างความมั่นคงทางอาหาร พัฒนาความเข้มแข็งการผลิต สร้างเกษตรกรรุ่นใหม่และส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกร พัฒนาคุณภาพชีวิตให้พึ่งพาตนเองได้

2.แผนงานบูรณาการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต จำนวน 5,884.2 ล้านบาท พัฒนาผู้ประกอบการและแรงงานด้านเทคโนโลยีขั้นสูง การสร้างนวัตกรรมทางอุตสาหกรรมและบริการดิจิทัล ข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์ ผลักดันการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมขนส่งไปสู่ระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ ยกระดับอุตสาหกรรมไปสู่อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

3.แผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยว 2,560.2 ล้านบาท ยกระดับความสามารถในการแข่งขัน พัฒนาและฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว

4.แผนงานบูรณาการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 5,514.9 ล้านบาท กระจายการท่องเที่ยวสู่ชุมชน พัฒนาการท่องเที่ยวทั้งระบบ เน้นนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ สร้างความหลากหลายของกิจกรรมให้สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยว

5.แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาพื้นที่และเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ จำนวน 11,467.7 ล้านบาท เพื่อให้ประเทศมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น เกิดศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคมในทุกภูมิภาค พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน คมนาคมขนส่ง ระบบสื่อสาร พลังงาน ด้วยเทคโนโลยีระบบดิจิทัลที่ทันสมัย

6.แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ 211,963.0 ล้านบาท ให้มีระบบคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ ทั้งทางราง ทางน้ำ ทางถนน ทางอากาศ

พลังงานมั่นคง-ดิจิทัลสร้างถังข้อมูลยักษ์

7.แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาความมั่นคงทางพลังงาน 1,935.8 ล้านบาท เพื่อให้มีความมั่นคงทางพลังงานและประสิทธิภาพการใช้พลังงานของประเทศเพิ่มขึ้น ส่งเสริมและพัฒนาปัจจัยแวดล้อมในการจัดหาพลังงานและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั้งระบบให้มีความมั่นคงในระดับที่เหมาะสม พัฒนาระบบสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง

8.แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล 1,555.4 ล้านบาท พัฒนาโครงข่ายสื่อสารหลักและบรอดแบนด์ความเร็วสูงที่มีคุณภาพ มั่นคง ปลอดภัยให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่ได้มาตรฐานสากล

9.แผนงานยุทธศาสตร์การส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่เข้มแข็ง แข่งขันได้ จำนวน 4,196.0 ล้านบาท เพื่อให้ผู้ประกอบการในทุกระดับเป็นผู้ประกอบการยุคใหม่ที่มีบทบาทต่อระบบเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น มีความสามารถในการแข่งขันและมีนวัตกรรมในการสร้างรูปแบบธุรกิจ นวัตกรรมของสินค้าและบริการ ให้สอดคล้องความต้องการของตลาด

THACCA-ซอฟต์พาวเวอร์ 4 พันล้าน

10.แผนงานยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ 4,044.5 ล้านบาท สร้างอาชีพให้แก่ประชาชนให้เป็นผู้ประกอบการยุคใหม่ที่มีบทบาทต่อระบบเศรษฐกิจ ส่งเสริม 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์ สนับสนุนการผลิตภาพยนตร์ไทยและสื่อทุกรูปแบบในการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศในระดับสากล จัดตั้งสำนักงานส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ (THACCA) เพื่อยกระดับความสร้างสรรค์ และพัฒนาความสามารถของคนไทยให้มีมูลค่ามากขึ้น

11.แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ จำนวน 470.1 ล้านบาท พัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคม

12.แผนงานบูรณาการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 8,341.1 ล้านบาท ส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเพิ่มขึ้น โดยส่งเสริมการพัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

13.แผนงานยุทธศาสตร์การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม จำนวน 19,828.3 ล้านบาท เพื่อให้ความสามารถในการแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีและด้านโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของประเทศเพิ่มสูงขึ้น มูลค่าการลงทุนวิจัยและพัฒนานวัตกรรมต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศเพิ่มขึ้น โดยมุ่งเน้นการวิจัยพัฒนานวัตกรรม ที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ

14.แผนงานยุทธศาสตร์เพื่อสนับสนุนด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน จำนวน 21,907.7 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนเป้าหมายยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว

15.แผนงานพื้นฐานด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน 16,205.2 ล้านบาท เพื่อให้การดำเนินภารกิจด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่า

16.แผนงานบุคลากรภาครัฐ จำนวน 43,682.6 ล้านบาท เพื่อให้การบริหารจัดการบุคลากรภาครัฐมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในการดำเนินการภารกิจของรัฐ