เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

พิชัย ชี้หุ้นไทยยังมีเสน่ห์ ลุยเปิดทางบริษัทประกันลงทุนหุ้นไทยเพิ่ม

26 พ.ค. 2568 | 16:45น.
พิชัย ชุณหวชิร

พิชัย ชุณหวชิร

พิชัย เผยตลาดหุ้นไทยมีเสน่ห์ เตรียมปรับนโยบายลงทุน เล็งทบทวนกฎหมายให้อำนาจ ตลท. พร้อมเปิดทางบริษัทประกันลงทุนหุ้นไทยเพิ่ม

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษภายในงานเสวนา “Dailynews Talk 2025 ปลุกเสน่ห์หุ้น-คริปโทฯ ครึ่งปีหลัง 2025” ว่า ตลาดหุ้นไทยก็ยังมีเสน่ห์ ซึ่งอยู่ในช่วงจังหวะว่ามองอย่างไร และอยู่ที่แต่ละช่วงเวลา ในหลายเซกเตอร์ มีเสน่ห์ในจังหวะที่ราคามีความผันผวน แต่นักลงทุนที่มีความเข้าใจในกลไกเศรษฐกิจและวัฏจักรของตลาด ซึ่งในเวลานี้โลกได้เปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก และมีความไม่แน่นอน ซับซ้อน ยากต่อการคาดเดา

ทั้งนี้ได้มีการคุยกับกองทุนฯ หารือในเรื่องนโยบายการลงทุนใหม่ ๆ ว่าจังหวะดัชนีหุ้นไทยแบบนี้จะสามารถเข้ามาลงทุนได้อย่างไร จึงอยู่ระหว่างปรับปรุงกฎระเบียบและกติกา ทบทวนให้กองทุนและประกันขนาดใหญ่มีเงินจำนวนมากให้มาลงทุนในหุ้นได้ เพราะปัจจุบันไปลงทุนแค่พันธบัตรรัฐบาล

“การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ยังต้องมีการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ตลาดทุน โดยจะเห็นได้ว่าแม้ตลาดจะมีความผันผวน แต่หุ้นหลายกลุ่มยังมีปัจจัยพื้นฐานดี ยังสามารถลงทุนเป็นรายตัวได้” นายพิชัย กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีการแก้เกณฑ์การซื้อหุ้น หรือ Treasury Stock ซึ่งคาดว่าแล้วเสร็จเร็วๆนี้ ซึ่งจะช่วยให้หุ้นปรับราคาสูงขึ้น และอีกเรื่องที่สำคัญคือการเอาผิดลงโทษที่พบการกระทำผิดมากขึ้น โดยฝากถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท. ให้มองการแก้ในระยะยาว และการยกระดับการกำกับดูแล ซึ่งกระทรวงการคลังมีแนวคิดให้ ตลท. มีอำนาจสอบสวนเองหรือสอบสวนร่วมด้วยหรือไม่

โดยมีแนวคิดทบทวนกฎหมาย พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และ พ.ร.ก. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ให้นักลงทุนในหุ้นข้ามไปลงทุนในดิจิทัลได้ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัล

นายพิชัยกล่าวถึงการหารือกับนักลงทุนสถาบัน ถึงการทบทวนหลักเกณฑ์ต่างๆการลงทุนในกองทุน โดยนักลงทุนยอมรับว่าที่ผ่านมีสัดส่วนการลงทุนในไทยจำนวนมาก แต่ในระยะหลังมีการเพิ่มสัดส่วนไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้น เพราะให้ผลตอบแทนได้มากกว่า แต่ในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา ผลตอบแทนต่างประเทศไม่ได้ดีเช่นก่อน

รวมถึงดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก ส่งผลให้ปัจจุบันนักลงทุนรอดูการลงทุนว่ะจะมีปรับสัดส่วนกลับเข้ามาลงทุนในหุ้นไทยมากขึ้นหรือไม่ ซึ่งหากเงินจะไหลกับเข้าจะลงมาที่พันธบัตรก่อน และเมื่อนักลงทุนเชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทยมากขึ้น เงินก็จะไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้น

สำหรับกรณีธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ส่งความเห็นถึงรัฐบาล กรณีออก G-Token รัฐบาลจะต้องเตรียมเงินเต็มจำนวน (Fully Backed) นั้น นายพิชัยบอกว่าขณะนี้ยังไม่มีการออกดิจิทัลที่มีสินทรัพย์เข้ามารองรับ เนื่องจากการออก G-Token ถือเป็นส่วนหนึ่งของหนี้สาธารณะ โดยย้ำว่าจะต้องไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อสินค้าและบริการโดยตรง ทั้งนี้ ยังต้องมีการหารือกับ ธปท. เพื่อความชัดเจน

ส่วนสถานการณ์ค่าเงินบาทแข็งค่าในรอบ 7 เดือน ส่วนหนึ่งเกิดจากเงินทุนที่ไหลกลับเข้ามา แต่ยังต้องรอดูว่าเป็นระยะสั้นหรือไม่ โดยขึ้นอยู่กับผลการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลต่อการถือครองเงินดอลลาร์ของแต่ละประเทศ อย่างไรก็ตาม ในระยะกลางและระยะยาวจะต้องกลับมาพิจารณาอีกครั้ง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พิชัย ชุณหวชิร หุ้นไทย