Skip to content

ภูมิธรรม ชี้ คลังคิดค่าเสียหายจำนำข้าว นายกฯ ปู คลาดเคลื่อน ชงศาลพิจารณาใหม่

27 พ.ค. 2568 | 10:59น.
ภูมิธรรม ชี้ คลังคิดค่าเสียหายจำนำข้าว นายกฯ ปู คลาดเคลื่อน ชงศาลพิจารณาใหม่

ภุมิธรรม ชี้ คำบังคับค่าเสียหายจำนำข้าว ผิดพลาดตั้งแต่แรก จัดเกรดขายข้าวได้ 3-5 บาท แต่ผ่านมา 10 ปี พาณิชย์ ยุคตนขายได้ 18 บาท ถือเป็นข้อมูลใหม่ ให้ทนายอดีตนายกฯ ยื่นศาลพิจารณาหักลบค่าใช้จ่าย

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีศาลปกครองชี้แจงข้อกฎหมายคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ฟ้องขอเพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลัง ให้ชดใช้ค่าสินไหมโครงการจำนำข้าว 3.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งศาลปกครองไม่ได้สั่งให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์จ่าย แต่เป็นการเพิกถอนคำสั่งกระทรวงคลังส่วนที่ให้จ่ายเกิน 10,028 ล้านบาทนั้น

นายภูมิธรรมระบุว่า ถูกต้อง ซึ่งเรื่องนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นโจทก์ ในการยื่นเรื่องเสนอศาลปกครอง เพราะเห็นว่า การกำหนดรายละเอียดงบประมาณต่าง ๆ ไม่มีความชัดเจน และเมื่อศาลได้ดูรายละเอียด และมีคำตัดสินออกมา จากต้องชดใช้ค่าสินไหมโครงการรับจำนำข้าวที่ 3.5 หมื่นล้านบาท เหลือเพียง 10,000 กว่าล้านบาท เนื่องจากคิดไม่ตรง และเกิดความผิดพลาด แต่ศาลไม่ได้สั่งบังคับว่า จะต้องไปจ่ายอะไร ซึ่งสิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า การคำนวณตัวเลขค่าใช้จ่าย มีความผิดพลาดตั้งแต่แรกที่กำหนดมา แสดงให้เห็นว่ามีปัญหา จึงมีช่องให้พิจารณา

นอกจากนี้ สิ่งที่เป็นหลักฐาน ในยุคที่ตนเองเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และมีการตรวจสอบข้าว 10 ปี ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ตนสามารถขายข้าวได้กิโลกรัมละ 18 บาท จึงเป็นคำถามว่า ในช่วงก่อนหน้านี้ที่มีการขายข้าวในราคา 3-5 บาทต่อกิโลกรัม ก็ต้องไปพิสูจน์กันว่า ข้าวเสียได้อย่างไร ในเมื่อข้าว 10 ปียังขายได้ จึงสะท้อนให้เห็นว่า มีความคลาดเคลื่อนพอสมควร วิธีบริหารจัดการ ฉะนั้น สิ่งที่ทำได้สำหรับคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอนนี้ ทนายความกำลังยื่นข้อมูล ซึ่งอาจจะนำหลักฐานจากที่ตนได้ดำเนินการไปประกอบให้ศาลพิจารณาว่า เป็นข้อมูลใหม่ เพื่อพิจารณาหักลบค่าใช้จ่าย

ซึ่งต้องว่าไปตามกระบวนการ ในขณะที่กระทรวงการคลังก็มีหน้าที่ในการกำหนดข้อมูล และฟ้อง ส่วนนายกฯ โดยตำแหน่งในฐานะที่มีปัญหาเกิดขึ้นภายในภายในประเทศ ก็ต้องกำกับดูแล แต่ศาลไม่ได้สั่งให้นายกรัฐมนตรี หรือกระทรวงการคลังดูแล

เมื่อถามว่า การที่รัฐบาลขายข้าวไปก่อนหน้านี้สามารถนำไปชดเชยกับค่าสินไหมทดแทนได้หรือไม่ นายภูมิธรรมระบุว่า หากคิดตัวเลขผิด ยอดเรียกค่าเสียหายก็ไม่ถึง และช่วงหลังที่ขายข้าวได้ราคาดีกว่า ค่าเสียหายก็ต้องลดลงไปอีก ซึ่งจะเห็นได้ว่า ที่ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาตัวเลขหายไปกว่า 20,000 กว่าล้านบาท

เมื่อถามว่า การขายข้าวที่อยู่ในราคา 3-5 บาทจะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าขายต่ำกว่าราคา นายภูมิธรรมระบุว่า อยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะมองประเด็นนี้อย่างไร หากถามว่าพิสูจน์ได้หรือไม่ว่า ขายในราคาต่ำกว่า ก็ต้องดูว่าในอดีตสื่อ พยายามขอเข้าไปดูโกดังข้าว แต่ไม่ได้รับอนุญาต จึงต้องดูว่าทนายความไปยื่นเรื่องในเงื่อนไขประเด็นใด

เมื่อถามว่า ตามหลักการแล้วเมื่อทนายความไปยื่นเรื่องร้องต่อศาลใหม่ ในฐานะนายกฯ และกระทรวงการคลัง ต้องรอให้ทุกอย่างจบกระบวนความ ก่อนดำเนินการใด ๆ หรือไม่ นายภูมิธรรมระบุว่า ต้องเห็นรายละเอียดทั้งหมดก่อน และมีเรื่องที่ต้องดำเนินการอยู่หรือไม่ ซึ่งตนมองว่าต้องรอให้ครบกระบวนการทั้งหมดจะดีกว่า อย่างไรก็ตาม จำไม่ได้ว่าตัวเลขขายข้าวจำนวน 18 ล้านตันเป็นจำนวนเงินเท่าใด

ผู้สื่อข่าวถามว่า เพราะเหตุใดผู้กระทำความผิดเรื่องเหมืองทองอัครา และเรือดำน้ำขาดเครื่องยนต์ ถึงไม่ต้องดำเนินการอะไร นายภูมิธรรมระบุว่า แม้จะเป็นหน้าที่ตน ก็ต้องดูก่อน ขณะนี้ตนยังไม่ตัดสินใจอะไร และต้องมีการชี้แจง ซึ่งผิดหรือไม่ ก็ยังไม่รู้ เพราะศาลยังไม่ได้ตัดสิน แต่หากมองประเด็นเรื่องนางสาวยิ่งลักษณ์เป็นมาตรฐาน ก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เพราะเป็นเรื่องเชิงนโยบาย หากผู้ที่ทำนโยบายตามที่ได้รับเลือกจากการเลือกตั้งมา และไปเอาผิดกับผู้คุมนโยบาย ก็มีหลายเรื่องที่สะท้อนให้เห็น เช่น คดีของตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ก็มีความเกี่ยวข้อง

เมื่อถามว่า หลังจากนี้พรรคเพื่อไทยจะกล้าผลักดันนโยบายหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า เรามีความมั่นใจว่า นโยบายทุกอย่างผ่านการคิด และกลั่นกรอง และจะผลักดันอย่างเต็มที่ ในแต่ละเงื่อนไข และสถานการณ์ ที่มีความจำเป็นจะต้องปรับ แต่สิ่งที่เราแถลงนโยบายต่อรัฐสภา จะเป็นแนวในการปฏิบัติ หากจะติดขัดอะไรก็ต้องแสดงให้เห็นว่า เรามีความตั้งใจ และมีเหตุผลในการเปลี่ยน

เมื่อถามว่า ตามหลักการในฐานะเป็นผู้คุมนโยบาย หากทำให้เกิดความเสียหายจะต้องมีส่วนในการชดใช้หรือไม่ ต้องรับผิดชอบ นายภูมิธรรมกล่าวว่า อยู่ที่ศาล หากระบุว่าควรกำหนดนโยบาย มีความไม่ชอบมาพากลหรือเจตนาแฝง อาจจะต้องรับผิดชอบ แต่กรณีของนางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นความเสียหายในกระบวนการบังคับใช้ หรือการปฏิบัติเรื่องการระบายข้าว ก็ไม่ควรจะเกี่ยวกับผู้บริหาร หรือผู้คุมนโยบาย แต่ยอมรับว่า มันเกี่ยวพันกัน และมีกระบวนการคิดที่ไม่เหมือนกัน แต่เมื่อศาลพิจารณาแล้วก็ต้องเคารพดุลพินิจ ยกเว้นว่า มีข้อมูลใหม่ว่า การตัดสินนั้นอาจมีความคลาดเคลื่อน