จริยธรรมของสภาสูง
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ผลสะเทือนจากการสอบคดีฮั้วเลือก สว. ศาลรัฐธรรมนูญได้สั่งให้ พ.ต.ท.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ยุติการปฏิบัติหน้าที่ในส่วนเกี่ยวกับดีเอสไอ ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวเรียกร้อง ให้ สว.ยุติการปฏิบัติหน้าที่บางส่วน โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการลงมติรับรองผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ นางอังคณา นีละไพจิตร สว. ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ว่า สนับสนุนให้ สว.พักบทบาทเรื่องนี้ สงสัยมานานแล้วว่า ทำไมคณะ กมธ.พัฒนาการเมือง ชุดนี้ จึงไม่ได้รับเลือกให้เข้าไปเป็นหนึ่งในกรรมาธิการสรรหาองค์กรอิสระ เลยสักครั้ง และพูดมาตลอดว่า หลักการต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้บริสุทธิ์
แต่วันนี้มี สว.ไปรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว อย่างน้อยที่สุดต้องพิจารณาตัวเอง คำนึงถึงเรื่องหลักจริยธรรม หากถามว่าผิดกฎหมายหรือไม่ มันไม่ผิดกฎหมาย แต่ผิดจริยธรรม แล้วถ้า สว.ไม่เลือกองค์กรอิสระ ก็ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีคนทำหน้าที่ เพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่า หากกรรมการองค์กรอิสระหมดวาระ คืออายุ 70 ปี แล้วหาคนมาแทนไม่ได้ ให้ประธานศาลฎีกาและประธานศาลปกครองสูงสุด แต่งตั้งบุคคลเข้ามาปฏิบัติหน้าที่แทนได้
นางอังคณากล่าวอีกว่า ในวันที่ 28 พ.ค.นี้ วิปวุฒิสภาจะมีการประชุม จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญขึ้นมาพิจารณาคุณสมบัติขององค์กรอิสระ แต่ดูแล้ว สว.ส่วนมากอาจจะคำนึงถึงแค่ข้อกฎหมาย และคงจะเดินไปข้างหน้าอย่างเดียว แต่หากย้อนกลับมาเรื่องจริยธรรมและความรับผิดชอบ คิดว่ามีทางออกที่จะให้ สว.ทุกคน มีที่ยืนอย่างสง่างาม เรื่อง สว.ไม่ควรมาถึงตรงนี้
หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขนาด สส. 500 คน ยังออกใบเหลือง ใบส้ม ใบแดงได้ แต่ สว.แค่ 200 คน ทำไม กกต.ถึงล่าช้า แล้ว สว.ก็จะไปเลือก กกต. ป.ป.ช.อีก เป็นกระบวนการที่เซาะกร่อนบ่อนทำลายสังคมไทยในอนาคตได้ เพราะองค์กรอิสระอื่นอยู่ 7 ปี ป.ป.ช.อยู่ 9 ปี ซึ่งยาวนานมาก และ สว.หลายคนก็ไปร้อง ป.ป.ช. แล้ว สว.จะมาคัดเลือกอีก จึงเป็นเรื่องที่ไม่สง่างาม
คำให้สัมภาษณ์ สะท้อนภาพการแตกเป็นฝักฝ่ายในสภาสูง มีการล็อกผู้ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการสรรหาบุคคลไปเป็นองค์กรอิสระ ขณะที่ สว.ที่ถูกกล่าวหาว่า เกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือก สว. ยังยืนยันจะทำหน้าที่ลงมติเลือกบุคคลเป็นองค์กรอิสระ ซึ่งย้อนแย้งในตัวเอง สวนดุสิตโพลสำรวจความเห็นประชาชนเร็ว ๆ นี้ว่า ผลจากเรื่องดังกล่าว ทำให้ประชาชน 56.73% ไม่เชื่อมั่นในระบบการเมืองไทยในปัจจุบัน 56.73% และ 53.34%
อยากให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย นำผู้กระทำผิดมารับโทษ ดังนั้น ผู้เกี่ยวข้องควรยึดจริยธรรมและความรับผิดชอบ ปฏิบัติในแนวทางที่เคารพความเห็นของประชาชน ไม่ดึงดันตามความคิดของตนเองแต่ฝ่ายเดียว