ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย บุกตลาดสินเชื่อรายย่อย เผย 5 เดือนแรกปล่อยกู้ 1.3 หมื่นล้านบาท เบนเข็มเจาะบ้านแลกเงิน หลังแบงก์หันมาแข่งตลาดสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ ตั้งเป้าสิ้นปียอดคงค้างแตะ 1.35 แสนล้านบาท พร้อมเร่งหาพันธมิตรต่อยอดสินเชื่อส่วนบุคคล คาดสิ้นปียอดสินเชื่อแตะ 7.7 พันล้านบาท
นางสาวธนวรรณ เจียระนันท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจรายย่อย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจรายย่อยในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 มองว่า ค่อนข้างท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวม และหนี้ครัวเรือนค่อนข้างสูง 88-89% ของจีดีพี แต่คนยังมีความต้องการสินเชื่ออยู่ แต่จากหนี้ที่อยู่ระดับสูงทำให้สถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ
โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อรายย่อยเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ มีอัตราการเติบโตแล้ว 7% จากเป้าหมาย 8% ซึ่งสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่แล้วกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท โดยปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยแล้ว 1.1-1.2 หมื่นล้านบาท และสินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loan) ราว 1,800 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี หากดูภาพรวมตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยในปีื2568 มองว่า ค่อนข้างซบเซามาก แม้ว่าจะมีมาตรการกระตุ้นภาครัฐและการผ่อนคลายเกณฑ์การกำกับสินเชื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยเฉพาะสินเชื่อบ้านใหม่ที่ยอดโอนไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ทำให้หลายธนาคารหันมาเล่นตลาดสินเชื่อรีไฟแนนซ์มากขึ้น เพราะเป็นตลาดที่ยังมีโอกาสเติบโต และมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ต่ำ ทำให้มีการแข่งขันค่อนข้างสูงในด้านราคาหรืออัตราดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งธนาคารยังมองว่าอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารเสนอยังสามารถแข่งขันในตลาดได้
ดังนั้น เป้าหมายสินเชื่อบ้านในปี 2568 อยู่ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท ธนาคารจะเน้นสินเชื่อบ้านแลกเงินมากขึ้น เนื่องจากตอบโจทย์เศรษฐกิจภาพรวมและคนที่มีสินทรัพย์มากกว่า 1 หลัง ซึ่งสามารถนำสภาพคล่องมาหมุนเวียนในธุรกิจ ประกอบกับตลาดรีไฟแนนซ์ที่มีการแข่งขันด้านราคามากขึ้น ทำให้ไม่ยั่งยืน โดยธนาคารตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อบ้านแลกเงินเป็น 20% ของยอดปล่อยสินเชื่อบ้านใหม่ จากปัจจุบันอยู่ 13-14% และในปี 2569 เพิ่มเป็น 25%
ทั้งนี้ คาดว่ายอดสินเชื่อคงค้างที่อยู่อาศัยภายในสิ้นปี 2568 จะอยู่ที่ 1.35 แสนล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.25 แสนล้านบาท และคาดว่าในปี 2569 อยู่ที่ 1.4 แสนล้านบาท โดยสัดส่วนประมาณ 50-60% เป็นสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ ปัจจุบันหนี้เสียต่ำกว่า 4% ถือว่าต่ำกว่าระบบที่อยู่ที่เกิน 4% โดยธนาคารตั้งเป้าควบคุมให้ไม่เกิน 3.7% จากลูกค้าสินเชื่อบ้านที่เข้ามาใหม่ส่วนใหญ่มีคุณภาพสูง โดยประมาณ 70% มีรายได้เฉลี่ยสูงกว่า 5 หมื่นบาทต่อเดือน
“ภาพรวมการแข่งขันสินเชื่อที่อยู่อาศัยในตลาดสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์มากขึ้น ทำให้ส่วนแบ่งตลาด (มาร์เก็ตแชร์) ของธนาคารจากเดิมอยู่ที่ 20% ปัจจุบันอยู่ที่ 16% ซึ่งในปีนี้ธนาคารจะหันมาเน้นสินเชื่อบ้านแลกเงินมากขึ้น เพราะมองว่าเหมาะกับภาวะและตอบโจทย์ในปัจจุบัน ส่วนหนี้เอ็นพีแอลอยู่ที่ 3.52% แต่ยังต้องเฝ้าระวังบ้านราคาในกลุ่ม ต่ำกว่า 5 ล้านบาท โดยพยายามคุมหนี้เสียให้อยู่“
สำหรับแนวโน้มสินเชื่อส่วนบุคคล ธนาคารจะเน้นการเติบโตมากขึ้น โดยอยู่ระหว่างพูดคุยกับพันธมิตร 2-3 ราย เพื่อขยายฐานลูกค้าและข้อมูลทางเลือก (Altertive Data) มาวิเคราะห์สินเชื่อได้มากขึ้น โดยพันธมิตรที่จะเข้ามาจะพิจารณาจากโมเดลและการทำธุรกิจได้จริง รวมถึงสามารถควบคุมหนี้เสียได้จริง
โดยธนาคารตั้งเป้าหมายสินเชื่อส่วนบุคคลเติบโต 8-9% จากพอร์ตสินเชื่อคงค้างปัจจุบัน 7,000 ล้านบาท คาดว่าสิ้นปี 2568 อยู่ที่ 7,700 ล้านบาท และปี 2569 อยู่ที่ 8,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ธนาคารเสนอความต้องการสินเชื่อของลูกค้า ทั้งสินเชื่อหมุนเวียนและวงเงินฉุกเฉิน ซึ่งเสนออัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 5.55% ต่อปี นาน 5 รอบบัญชี
“แนวโน้มการปฏิเสธสินเชื่อยังไม่ได้เยอะขึ้น เพราะเรามีวิธีวิเคราะห์ที่แม่นยำ ส่วนคนที่ไม่ผ่านเราจะมีแพคเกจเสนอให้ใหม่ ทำให้ยอดการอนุมัติสินเชื่อ หรือ Approval Rate บ้านเฉลี่ย 60% และสินเชื่อบุคคล 40-50% ขณะะเดียวกัน เราเสนออัตราดอกเบี้ยตามความเสี่ยงของลูกค้า หรือ Risk Based Pricing อย่างไรก็ดี การเติบโตขึ้นอยู่กับสถานการณ์เศรษฐกิจ และพันธมิตรที่จะเข้ามา คาดว่าจะชัดเจนภายในไตรมาสที่ 4/68 นี้”