เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ษัษฐรัมย์’ เคลียร์วิธีลงคะแนน 7 หมายเลข แทนผู้สมัครโดนตัดสิทธิ์ ปลุกผู้ประกันตนสกัดเสียงจัดตั้ง
News ‘ษัษฐรัมย์’ เคลียร์วิธีลงคะแนน 7 หมายเลข แทนผู้สมัครโดนตัดสิทธิ์ ปลุกผู้ประกันตนสกัดเสียงจัดตั้ง
Toyota Gazoo Racing Thailand เปิดสนามช้างฯ ดวลความเร็ว 26-27 กันยายนนี้
Automotive Toyota Gazoo Racing Thailand เปิดสนามช้างฯ ดวลความเร็ว 26-27 กันยายนนี้
‘ภราดร’ ถกคลังแก้สภาพคล่อง กยศ. เล็งทบทวนเกณฑ์การกู้ใหม่
Finance ‘ภราดร’ ถกคลังแก้สภาพคล่อง กยศ. เล็งทบทวนเกณฑ์การกู้ใหม่
ต่างชาติ ‘เผ่นหนี’ ตลาดหุ้น ‘อินเดีย’ หมดเสน่ห์จริงหรือ ?
World ต่างชาติ ‘เผ่นหนี’ ตลาดหุ้น ‘อินเดีย’ หมดเสน่ห์จริงหรือ ?
เจรจาลงตัวตัว ร.ฟ.ท. เซ็น MOU ซี.พี. เดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ต่อ 4 เดือน 28 ก.ย.นี้
Economic เจรจาลงตัวตัว ร.ฟ.ท. เซ็น MOU ซี.พี. เดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ต่อ 4 เดือน 28 ก.ย.นี้
ราคาทองวันนี้ (25 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท รูปพรรณบาทละ 68,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (25 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท รูปพรรณบาทละ 68,700 บาท
ตลท.เร่งแก้เกม IPO ซบ ตั้งทีมลุยธุรกิจครอบครัว หวังเห็นผล 1-2 ปี
Finance ตลท.เร่งแก้เกม IPO ซบ ตั้งทีมลุยธุรกิจครอบครัว หวังเห็นผล 1-2 ปี
ศาลปกครอง ยกฟ้อง นพ.สรณ ชี้ คำวินิจฉัย พ้น กสทช. ชอบด้วยกฎหมาย
Tech ศาลปกครอง ยกฟ้อง นพ.สรณ ชี้ คำวินิจฉัย พ้น กสทช. ชอบด้วยกฎหมาย
ถอดรหัส ‘สโคป’ เศรษฐกิจไม่ดี ทำไม ‘เพนต์เฮาส์หรู’ ยังขายได้
Real Estate ถอดรหัส ‘สโคป’ เศรษฐกิจไม่ดี ทำไม ‘เพนต์เฮาส์หรู’ ยังขายได้
‘ภราดร’ แจงรัฐมีงบฯเยียวยาน้ำท่วมช่วงเปลี่ยนผ่านนโยบาย ชี้ระบบใหม่จ่ายเร็ว เริ่ม 1 ต.ค. 69
Finance ‘ภราดร’ แจงรัฐมีงบฯเยียวยาน้ำท่วมช่วงเปลี่ยนผ่านนโยบาย ชี้ระบบใหม่จ่ายเร็ว เริ่ม 1 ต.ค. 69
ดูทั้งหมด

เอกชนอีสานเร่งฟื้นฟูกิจการหลังอุทกภัยใหญ่ จี้รัฐบริหารจัดการน้ำ-คุมเข้มผังเมือง

08 ส.ค. 2560 | 02:46น.

เอกชนอีสานเร่งฟื้นฟูกิจการหลังอุทกภัยใหญ่เริ่มคลี่คลาย วอนรัฐบาลทำจริงจังเรื่องบริหารจัดการน้ำ วางผังเมืองเข้ม ขณะที่การช่วยเหลือด้านการเงินต้องประเมินจากข้อเท็จจริงมากกว่าใช้หลักเกณฑ์ปกติ ด้านร้านค้ายังไม่กล้าสต๊อกของ หวั่นน้ำท่วมรอบใหม่

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)รายงานสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องหลายพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค.-3 ส.ค. 2560 ทำให้เกิดอุทกภัยและน้ำไหลหลาก 44 จังหวัด รวม 258 อำเภอ 1,167 ตำบล 8,198 หมู่บ้าน 43 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 385,824 ครัวเรือน 1,218,003 คน ผู้เสียชีวิต 23 ราย สูญหาย 2 คน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 34 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 10 จังหวัด เป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9 จังหวัด และภาคกลาง 1 จังหวัด แต่ยังต้องจับตาพายุฝนรอบใหม่ด้วย

ผลกระทบไม่ต่ำหมื่นล้าน

นายมงคล ตันสุวรรณ ประธานหอการค้ากลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 (มุกดาหาร สกลนคร นครพนม) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ประเมินความเสียหายจากน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้คาดว่าไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ผู้ประกอบการทั้งโรงแรม ที่พัก ท่องเที่ยว และเกษตรกร ประชาชน สำหรับเกษตรกรที่ทำประกันภัยไว้จะได้รับค่าชดเชยไร่ละ 1,260 บาท รวมถึงการจ้างรายวัน เมื่อธุรกิจถูกชัตดาวน์ พนักงานแทบไม่ได้ทำอะไร

ทั้งนี้มองว่าเบื้องต้นเอกชนต้องฟื้นฟูตัวเอง ซึ่งจะฟื้นฟูได้เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับนโยบายภาครัฐและธนาคาร อาทิ การปล่อยกู้เพิ่มเติม การกำหนดวงเงินให้ครอบคลุมความเสียหาย และการยืดเวลาชำระหนี้ให้ยาวขึ้น เพราะภาคอีสานปัจจุบันเศรษฐกิจภาพรวมไม่โตมาก แม้ว่าจีดีพีภาพรวมประเทศจะอยู่ที่ 3.2% ขณะที่ภาคอีสานไม่ถึง แต่เราพออยู่ได้ก็มาเกิดน้ำท่วมซ้ำเติม

“ต้องขอความเห็นใจเรื่องการให้วงเงินที่เหมาะสมในการฟื้นฟู บางธนาคารให้รายละ 5 หมื่นบาท อาจเหมาะกับรายย่อย ๆ แต่สำหรับผู้ประกอบการรายใหญ่ความเสียหายไม่น้อยกว่า 5-10 ล้านบาท ต้องประเมินจากข้อเท็จจริงมากกว่าใช้หลักเกณฑ์ปกติ”

นายมงคลกล่าวอีกว่า ภายหลังเหตุการณ์น้ำท่วม รัฐบาลต้องคิดจริงจังเรื่องการบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะเรื่องผังเมืองต้องยกให้เป็นกระทรวงได้แล้ว เพราะเป็นเรื่องสำคัญมากต่อการลงทุน บ้านเราลูบหน้าปะจมูก เช่น การตั้งห้างค้าปลีกที่ต้องอยู่ห่างเมืองไม่ต่ำกว่า 10 กิโลเมตร แต่เปิดช่องให้ทำประชามติ ซึ่งที่ผ่านมาก็ผ่านทุกห้าง แล้วการเข้ามาอยู่ใจกลางเมืองเป็นการเข้ามาทำลายนิเวศธุรกิจ ทำให้รายย่อยต่าง ๆ อยู่ไม่ได้ รวมถึงการก่อสร้างถมที่ยกสูงไปทับแก้มลิงธรรมชาติ และแก้ปัญหาด้วยการทำทางระบายน้ำซึ่งแออัด ทำให้เกิดน้ำท่วมซ้ำซากในภาคต่าง ๆ หากเป็นอย่างนี้ระยะยาวประเทศไทยแย่แน่นอน

อีสานล่าง 2 ชะลอขนส่งสินค้า

ด้านนายวิทยา วิรารัตน์ ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนล่าง 2 (อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ ยโสธร) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมหลายจังหวัดทางภาคอีสาน ขณะนี้กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนล่าง 2 ยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก มีเพียงพื้นที่การเกษตรของอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่ได้รับความเสียหายประมาณ 1 พันไร่ ซึ่งขณะนี้กำลังเตรียมรับมือมวลน้ำจากสกลนคร โดยเฉพาะภาคการค้าตอนนี้ร้านค้าส่วนใหญ่ไม่กล้าสต๊อกสินค้า ทำให้การขนส่งสินค้าชะลอตัว เพราะกังวลว่ามวลน้ำจะไหลบ่าเข้ามาในพื้นที่ แต่คาดว่าหากมวลน้ำผ่านไปแล้ว ทุกอย่างจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ขณะที่มาตรการฟื้นฟูเยียวยาหลังน้ำลด จะต้องดูว่าได้รับความเสียหายมากน้อยแค่ไหน เบื้องต้นหากร้านค้าใดได้รับผลกระทบ สินค้าเสียหาย ทางหอการค้าได้ติดต่อซัพพลายเออร์ เพื่อขอเปลี่ยนหรือเคลมสินค้า หากร้านค้าที่เสียหายมาก อาจจะช่วยเจรจากับธนาคารให้ยืดระยะเวลาการชำระหนี้ หรืองดดอกเบี้ย 1-2 เดือน

“มองว่าแนวโน้มเศรษฐกิจภาคอีสานตอนล่าง 2 นั้น ในไตรมาส 3 ดีกว่าไตรมาส 2 ที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นช่วงสิ้นปีงบประมาณ หน่วยราชการต้องรีบใช้เงิน ทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ มีการซื้อขาย ส่งผลให้เกิดเงินสะพัดในตลาด ขณะเดียวกันกลุ่มหอการค้าพยายามจะจัดอีเวนต์เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อและเปิดตลาดใหม่ ๆ โดยนำสินค้าจากนักธุรกิจ เอสเอ็มอี สินค้าโอท็อประดับ 5 ดาว มาเปิดตลาดในกลุ่มจังหวัด รวมถึงนำนักธุรกิจที่แข็งแรงและเติบโตไปจัดอีเวนต์ในประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย” นายวิทยากล่าว

การค้าเสียหายหนัก – นอกจากภาคการเกษตร ปศุสัตว์จะเสียหายกว่า 1 หมื่นล้านบาทแล้ว ภาคธุรกิจการค้าในเขตเมืองก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน โดยเฉพาะในตัวเมืองสกลนคร


โคขุนโพนยางคำกระทบ 50%

ด้านนายสุชิน วันนาพ่อ รองประธานกรรมการที่ 1 สหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลาง โพนยางคำ จำกัด เปิดเผยว่า ธุรกิจการเลี้ยงโคขุนโพนยางคำได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากนับตั้งแต่เกิดปัญหาน้ำท่วมวันที่ 29 ก.ค. 60 เป็นต้นมา โดยมีระดับน้ำท่วมสูงเฉลี่ย 3 เมตรในพื้นที่เขตปฏิบัติงานของสหกรณ์ทั้งในจังหวัดสกลนคร และนครพนม เนื่องจากโคไม่มีที่อยู่ และยังเริ่มขาดแคลนอาหาร เพราะไม่สามารถขนส่งอาหารเม็ดจากสหกรณ์ไปให้กับสมาชิก ซึ่งปกติจะต้องส่งอาหาร 3-4 หมื่นถุงต่อเดือน

ปัจจุบันสหกรณ์มีสมาชิกประมาณ 6,000 ราย จาก 22 กลุ่ม มีโคขุนในระบบกว่า 12,000 ตัว ซึ่งทุกเดือนจะมีการขุนโคเพิ่ม 800 ตัว/เดือน และนำเข้าโรงเชือด 650 ตัว/เดือน โดยมีอุปสรรคในการขนส่งเนื้อจากโรงเชือดและวัว เนื่องจากถนนบางสายถูกน้ำท่วมไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ขณะที่ผู้รับซื้อเนื้อโคก็ไม่สามารถเดินทางมารับเนื้อได้ บางรายจึงหยุดการขายในช่วงนี้ แต่ยังพอมีเนื้อที่มาจากห้องเย็นในจังหวัดส่งให้ตลาดใหญ่ที่วังทองหลาง สุขุมวิทได้ แม้จะเริ่มชะลอตัวลงก็ตาม

ทั้งนี้ ยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้ชัดเจน คาดว่าอยู่ในหลักล้านบาท เนื่องจากสมาชิกประมาณ 50% ถูกน้ำท่วมมากน้อยตามระดับพื้นที่ และยังต้องรอดูสภาพอากาศต่อไป