ดีเดย์ 1 ก.ค. ตรวจ จับ ปรับ 5 หมื่น-1 แสนบาท แถมเจอโทษจำคุก นายจ้าง-ลูกจ้างต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน รมว.แรงงานสั่งปูพรมกวาดล้างทั่วประเทศ ลั่นต้องปลอดแรงงานเถื่อน ด้านผู้ส่งออกเฮ หลังสหรัฐจัดอันดับไทยขึ้น Tier 2 คืบหน้าในการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ ชี้ส่งผลดีต่อสินค้าส่งออกใช้แรงงาน
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแนวทางบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าว โดยผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวที่ยังไม่พิสูจน์สัญชาติอยู่ในราชอาณาจักรและให้ทำงานได้ถึง 30 มิ.ย. 2561 เพื่อจัดทำฐานข้อมูลทะเบียนประวัติที่ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (OSS) และให้พิสูจน์สัญชาติให้แล้วเสร็จภายใน 30 มิ.ย. 2561 จะมีแรงงานต่างด้าวดำเนินการผ่านศูนย์ OSS จำนวน 1,320,035 คน
โดยช่วงแรกภายใน 31 มี.ค. 2561 ได้จัดทำทะเบียนประวัติผ่านศูนย์ OSS จำนวน 840,736 คน และหลัง ครม.ขยายเวลาให้ถึง 30 มิ.ย. 2561 ในระยะที่ 2 คาดว่าจะมีแรงงานเข้ามาอีก 348,022 คน
1 ก.ค.ดีเดย์กวาดล้าง-จับกุม
หากพ้นกำหนด 30 มิ.ย.นี้ แรงงานต่างด้าวยังไม่ดำเนินการใด ๆ จะไม่สามารถอยู่และทำงานในประเทศไทยได้ และตั้งแต่ 1 ก.ค. 2561 เป็นต้นไป โดยกรมการจัดหางาน จะดำเนินมาตรการกวาดล้างจับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ด้วยการตรวจสอบ ปราบปราม และจับกุม อย่างเคร่งครัด ร่วมกับตำรวจในพื้นที่ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากตรวจพบคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต หรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ จะมีโทษปรับตั้งแต่ 5,000-50,000 บาท ถูกส่งกลับประเทศและห้ามขออนุญาตทำงานในประเทศไทย 2 ปี
ส่วนนายจ้างที่จ้างคนต่างด้าวโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ โทษปรับตั้งแต่ 10,000-100,000 บาทต่อคน ทำผิดซ้ำโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และห้ามจ้างคนต่างด้าวทำงาน 3 ปี หลัง 30 มิ.ย. ไทยจะปลอดแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย จากนี้ไปแรงงานต่างด้าวที่จะเข้ามาทำงานจะดำเนินการผ่าน MOU ทั้งหมด
ค้างไม่ขึ้นทะเบียน 1.4 หมื่นคน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในจำนวนคนต่างด้าวทั้งหมด 348,022 คน ที่ต้องเข้ามาขึ้นทะเบียนและพิสูนจ์สัญชาติภายใน 30 มิ.ย. ล่าสุดวันที่ 28 มิ.ย. 2561 ได้ดำเนินการแล้ว 333,724 คน หรือ 95.89% แยกเป็นกัมพูชา 148,420 คนลาว 17,273 คน เมียนมา 168,031 คน คงเหลืออีก 14,298 คน คิดเป็น 4.11% มีกัมพูชา 9,966 คน ลาว 1,728 คน เมียนมา 2,604 คน ส่วนการพิสูจน์สัญชาตินั้น รวม 117,708 คน เหลือต้องพิสูจน์สัญชาติ 4,583 คน เป็นกัมพูชา 4,310 คน และลาว 273 คน
22 จว.เข้มแรงงานประมง
ขณะที่ “นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ” อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า กรมได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า-ออก (PIPO) ใน 22 จังหวัดชายทะเล ตรวจเข้มแรงงานประมงทะเล หากพบความผิดเกี่ยวกับค้ามนุษย์ หรือใช้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีทำงาน ให้ดำเนินคดีทันที
ชี้วัฏจักรแรงงานเถื่อนไม่หมด
ความเคลื่อนไหวในต่างจังหวัด นางสาวอรุณ แก้ววิทย์ จัดหางานจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า พบปัญหาอุปสรรคในการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวหลายสาเหตุ เช่น นายจ้างลงทะเบียนออนไลน์ และยื่นคำร้องไว้ ณ 31 มี.ค. 2561 จำนวน 1,530 คน บางส่วนหลบหนีออกจากงาน หรือกลับประเทศต้นทาง นอกจากนี้ ต่างด้าวไม่มีเงินทำหนังสือเดินทาง (CI) ไม่มีเงินตรวจสุขภาพ ประกอบกับศูนย์พิสูจน์สัญชาติลาวและกัมพูชามีน้อย ทำให้นายจ้างเสียเวลามาก
นายสิทธิศักดิ์ ธารนัย แรงงานจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า สระแก้วมียอดแรงงานมาขึ้นทะเบียน 2,300 คน เป็นชาวกัมพูชาทั้งหมด ส่วนใหญ่มีปัญหาเดิม ๆ คือ นายจ้างรอจนถึงห้วงเวลาท้าย ๆ จึงเข้ามาดำเนินการ อีกทั้งสระแก้วเป็นเมืองชายแดน สามารถทำเอกสารผ่านแดนประเภทบอร์เดอร์พาสข้ามแดนอย่างถูกต้อง และใช้เป็นเอกสารขออนุญาตทำงานได้
ขณะที่นางสริญทิพญ ทัพมงคลทรัพย์ นายกสมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกาะเสม็ด จ.ระยอง เปิดเผยว่า ธุรกิจระยองรวมถึงเกาะเสม็ดจ้างแรงงานต่างชาติมากถึง 50% กลุ่มต่างด้าวที่เข้ามาใหม่ หรือลักลอบเข้ามาเพิ่ม ไม่สามารถควบคุมได้
ส.ประมงโอดนายจ้างเสียเปรียบ
ด้านนายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ไทยขาดแคลนแรงงานปี 2560 กว่า 7 หมื่นกว่าคน ในส่วนแรงงงานประมงขาดแคลนอยู่กว่า 4 หมื่นคน หลัง 30 มิ.ย. 2561 จึงอยากให้มีการเปิดเก็บตกการพิสูจน์สัญชาติและการขึ้นทะเบียนของแรงงานที่ตกค้างเพิ่มเติม
สหรัฐปรับระดับไทย Tier 2
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 28 มิถุนายน 2561 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐแถลงออกรายงานการค้ามนุษย์ประจำปี 2561 (Tip Report 2018) จากการประเมินความพยายามด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ 187 ประเทศ ระหว่างเดือน เม.ย. 2560-มี.ค. 2561 โดยเลื่อนอันดับประเทศไทยจากกลุ่มที่ 2 บัญชีรายชื่อประเทศที่ต้องจับตามอง (Tier 2 Watch List) ขึ้นไปเป็นกลุ่มที่ 2 (Tier 2) เนื่องจากมีความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์
นายกลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เปิดเผยในแถลงการณ์รายงานการค้ามนุษย์ประจำปี 2561 ว่า ตระหนักถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของไทยในการต่อสู้กับการค้ามนุษย์ แต่ความพยายามในการฟ้องร้องและตัดสินคดีผู้ค้ามนุษย์มากขึ้น สามารถลดระยะเวลาดำเนินคดีการค้ามนุษย์ โดยผ่านการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการค้ามนุษย์ฉบับพิเศษ
ชี้ส่งออกสินค้าที่ใช้แรงงานดีขึ้น
สอดคล้องกับนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทยคาดว่าจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์การส่งออก ทำให้ผู้บริโภคในต่างประเทศเชื่อมั่นสินค้าไทยมากขึ้น จากนี้ไทยก็ต้องผลักดันให้ดีขึ้นอีก โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมาย ก่อนการพิจารณาสถานะรอบใหม่กลางปี 2562 อีกครั้ง ส่วนภาพการส่งออกกุ้งแช่เย็นแช่แข็งทั้งปี 2561 ขยายตัว 5%