เผ่าภูมิ เผย ลุยชงบอร์ดอีวี ให้ค่ายรถส่งแผนผลิตชดเชยทุก 2 เดือน หลังกรมสรรพสามิตระงับจ่ายเงินอุดหนุน 400 ล้านบาท ให้กับ เนต้า ปมค้างผลิตชดเชย 1.9 หมื่น
นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณี บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จํากัด (NETA) ว่า เบื้องต้นการดูแลเรื่องการบริการหลังการขายนั้น จะเป็นการเจรจาระหว่างเอกชนกับเอกชน คือ เนต้าประเทศไทย กับบริษัทแม่ ส่วนเรื่องเงินอุดหนุนที่บริษัทค้างจ่ายดีลเลอร์ หรือตัวแทนจำหน่ายในไทยนั้น ก็เป็นการเจรจาของดีลเลอร์กับทางบริษัทเนต้า ส่วนที่เกี่ยวข้องกับสรรพสามิต คือการที่บริษัทไม่ได้ทำการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชดเชย ตามมาตรกาสนับสนุนใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) 3.0 ของรัฐบาลไทย ซึ่งทางสรรพสามิตได้ดำเนินการแล้ว โดยการชะลอการจ่ายเงินอุดหนุน 1.5 แสนบาทต่อคันแล้ว
นายเผ่าภูมิกล่าวว่า ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดพบว่า กรมสรรพสามิตได้จ่ายเงินอุดหนุนตามมาตรการอีวี 3.0 ให้กับเนต้าไปแล้วกว่า 2 พันล้านบาท และสรรพสามิตระงับการจ่ายอุดหนุนไว้ 400 ล้านบาท ขณะเดียวกัน เนต้าค้างการผลิตชดเชยรถอีวีตามมาตรการปี 2568 ในอัตรา 1 ต่อ 1.5 อีก 1.9 หมื่นคัน หลังจากที่ผลิตออกมาได้เพียง 4 พันคันเท่านั้น
ดังนั้น จึงถือว่าไม่ทำตามเงื่อนไขสรรพสามิตจึงชะลอจ่ายเงินอุดหนุนออกไปก่อน พร้อมทั้งหากพิจารณาแล้วบริษัทไม่สามารถผลิตได้ตามเงื่อนไขเลย บริษัทก็ต้องมีการจ่ายเงินชดเชยที่รัฐให้ไปทั้งหมด
“ยืนยันว่าจากกรณีปัญหาเนต้านั้น ประชาชนที่ได้ซื้อรถอีวียี่ห้อดังกล่าวไปแล้ว จะไม่ถูกเรียกเก็บเงินค่าอุดหนุนตามมาตรการคืนหรือต้องจ่ายเงินเพิ่มอย่างแน่นอน เพราะเงินอุดหนุน 1.5 แสนบาท และภาษีต่าง ๆนั้นถึงมือประชาชนทั้งหมด ซึ่งเป็นส่วนลดราคารถอีวีแล้ว” นายเผ่าภูมิกล่าว
อย่างไรก็ดี จากกรณีเนต้านั้น สรรพสามิตไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยล่าสุด สรรพสามิตได้ปรับเงื่อนไขการติดตามการผลิตรถอีวีชดเชย มาตรการอีวี 3.0 และ 3.5 โดยให้ทุกบริษัทที่ลงนามสัญญาแล้ว ต้องส่งแผนการผลิตมารายงานกรมทุก ๆ 2 เดือน โดยยังคงยืดหยุ่นในแผนการผลิตประมาณ 10% แต่ละเดือน ซึ่งต่างจากก่อนหน้านี้ ที่กรมมีอำนาจในการตรวจสอบการผลิตชดเชยได้หลังจากที่หมดมาตรการแล้วเท่านั้น ซึ่งมองว่าไม่ทันการณ์
ทั้งนี้ การปรับเงื่อนไขดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ และต้องส่งเสนอ คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) ในเร็ว ๆ นี้