“KJL” ลุยผู้นำระบบไฟฟ้าตั้งเป้ารายได้แตะ 1.5 พัน ลบ. รับโซลาร์-ดาต้าเซ็นเตอร์โต
“KJL” เดินหน้าตอกย้ำความเชื่อมั่นตลาดระบบไฟฟ้าไทยและสากลรับอานิสงส์กระแสโซลาร์-การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ วางแผนขยายกำลังการผลิต พัฒนานวัตกรรมสินค้าใหม่ ตั้งเป้าโต 2 เท่า โกยรายได้ 1,300-1,500 ล้านบาท พร้อมเสริมศักยภาพด้านโลจิสติกส์ รุกขยายตลาดอาเซียนมุ่งสู่การเป็นผู้นำในภูมิภาค
นายเกษมสันต์ สุจิวโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน) หรือ KJL เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมในปีนี้มีการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการเปลี่ยนผ่านพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาด ประกอบกับการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (solar roof) ที่มีการขยายการเติบโตจากขนาดเล็กไปสู่ขนาดกลางมากขึ้น
นอกจากนี้ภาครัฐเริ่มมีมาตรการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟภาคประชาชน ส่งผลให้มีการเติบโตมากขึ้น รวมถึงโซลาร์ฟาร์มที่ได้รับความนิยมในกลุ่มอุตสาหกรรมหรือภาคเอกชนรายใหญ่อีกด้วย อย่างไรก็ดี บริษัทได้รับอานิสงส์จากการเข้ามาของธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย ผ่านการผลิตสินค้าตู้ไฟ รางไฟ และอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าอื่น ๆ ในสเกลใหญ่อีกด้วย
บริษัทได้ตั้งงบฯลงทุนปี 2025-2027 ไว้ที่ 430 ล้านบาท โดยในปีนี้ตั้งเป้ารายได้ 1,300-1,500 ล้านบาท กำไรเติบโต 2 เท่า หรือประมาณ 13-15% นอกจากนี้ยังเดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตจาก 33 ล้านชิ้นต่อปี เป็น 40 ล้านชิ้น ภายในสิ้นปี 2568 โดยลงทุนในสายการผลิตอัตโนมัติและการปรับโครงสร้างภายในโรงงาน เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับคำสั่งซื้อขนาดใหญ่ และสร้างความยืดหยุ่นในการส่งมอบให้ทันความต้องการตลาดในเชิงอุตสาหกรรม พร้อมกันนี้ยังลงทุนที่ดินเพิ่มกว่า 6 ไร่ สำหรับก่อสร้างคลังสินค้าและโรงงานผลิตแห่งใหม่ ซึ่งจะเชื่อมต่อกับเครือข่ายโลจิสติกส์ในประเทศแบบครบวงจร ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการกระจายสินค้าไปยังศูนย์กลางอุตสาหกรรมทั่วประเทศ
ขณะที่รายได้ของบริษัทในไตรมาส 2/2568 มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องจากไตรมาสแรก แม้ต้นทุนวัตถุดิบเหล็กยังผันผวน แต่ปริมาณคำสั่งซื้อและกำลังการผลิตของบริษัทยังคงความแข็งแกร่ง สะท้อนภาพรวมอุตสาหกรรมไฟฟ้าที่มีแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนภาคก่อสร้าง เมกะโปรเจ็กต์ภาครัฐ และนิคมอุตสาหกรรมใหม่
ทั้งนี้ บริษัทเปิดตัว “KJL Innovation Campus (KIN)” ศูนย์นวัตกรรมด้านระบบไฟฟ้าแบบครบวงจรแห่งแรกของบริษัทไทยในอุตสาหกรรมนี้ โดยภายในประกอบด้วยสายการผลิตต้นแบบ Metal Design Lab, R&D Center, โชว์รูมผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และศูนย์สัมมนา เพื่อพัฒนานวัตกรรมสินค้าใหม่ที่ตอบโจทย์งานระบบในนิคมอุตสาหกรรม อาคารพาณิชย์ และโรงงานผลิตระดับสากล บริษัทยังเดินหน้าพัฒนาและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น Plastic Wall Box, Pull Box และกลุ่ม Stainless Series ซึ่งถือเป็นกลุ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง (High Margin) พร้อมจำหน่ายในรูปแบบ Stock Standard เพื่อลดระยะเวลาการผลิต รองรับงานระบบที่ต้องการสินค้าพร้อมใช้ในโครงการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ นายเกษมสันต์กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังมีบริการจัดส่งสินค้าแบบเร่งด่วนภายในวันเดียว “KJL Now” ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ด้านโลจิสติกส์อุตสาหกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการแบบ Just-in-Time ของลูกค้าโครงการ โดยเฉพาะกลุ่มช่างไฟฟ้าและผู้รับเหมาที่ต้องการความแม่นยำด้านเวลาและการจัดส่งสินค้าในพื้นที่ห่างไกล
ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงเดินหน้าขยายฐานลูกค้าที่เป็นร้านอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วประเทศ หรือ “KJL Network” ขยายเครือข่ายร้านค้าจาก 1,000 ร้าน ไปสู่เป้าหมาย 1,200 ร้านภายในปีนี้ และขยายเครือข่ายช่างไฟฟ้า ผู้รับเหมา และวิศวกรทั่วประเทศผ่านงานสัมมนารวมพลคนไฟฟ้าและอบรมกว่า 13 ครั้งทั่วประเทศ จาก 10,000 รายเป็น 15,000 ราย โดยรวบรวมความรู้เกี่ยวกับการติดตั้งระบบไฟฟ้าอย่างถูกต้อง เพื่อยกระดับความปลอดภัย และเพิ่มศักยภาพให้แก่ช่างไฟฟ้า วิศวกร หรือผู้ออกแบบทั่วประเทศ พร้อมทั้งเร่งเสริมศักยภาพการผลิต พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาด และบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ และสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
บริษัทเดินหน้าสู่การเป็นฐานการผลิต OEM ด้านระบบไฟฟ้าให้กับแบรนด์ชั้นนำ อาทิ Schneider Electric และพันธมิตรจากญี่ปุ่นและยุโรป ภายใต้กลยุทธ์ Localization Part ผลิตในไทย-ส่งออกทั่วโลก พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์เฉพาะทางที่สอดรับกับมาตรฐานอุตสาหกรรมแต่ละประเทศ บริษัทตั้งเป้าเติบโตเฉลี่ย 10-15% ต่อปี และขยายขนาดธุรกิจเป็น 2 เท่าภายใน 5 ปี ผ่านการเพิ่มกำลังผลิต พัฒนานวัตกรรม และขยายตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน เช่น สิงคโปร์ ลาว รวมถึงจีน โดยคงจุดยืนในฐานะผู้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมระบบไฟฟ้าไทยสู่มาตรฐานระดับโลก
สำหรับ KJL ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายตู้ไฟสวิตช์บอร์ด รางเดินสายไฟ อุปกรณ์ที่ใช้เดินสายไฟและชิ้นส่วนงาน โลหะแผ่นแปรรูปสั่งผลิตพิเศษด้วยเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยจากต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เยอรมนี โดยมีผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ ตู้ไฟสวิตช์บอร์ด รางเดินสายไฟ รางไวร์เวย์ รางเคเบิลแลดเดอร์ รางเคเบิลเทรย์ ทั้งแบบพ่นสีและงานชุบสังกะสี หรือฮอตดิปกัลวาไนซ์ (Hot-Dip Galvanized) ภายใต้เครื่องหมายการค้า KJL ส่งให้กับภาครัฐและเอกชน เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง, สนามบินสุวรรณภูมิ, ท่าเรือ, โรงไฟฟ้ารายใหญ่ รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีม่วงใต้ เป็นต้น

