ถก กรอ.ระดมสมองแก้ปัญหาขจัดจุดอ่อนประเทศ-อุ้ม SME
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
เอกนิติชี้นายกฯ นั่งหัวโต๊ะประชุม กรอ.นัดแรก 22 มิ.ย. ผนึกกำลังปรับโครงสร้างประเทศ 4 ปีข้างหน้า เดินหน้าปรับยุทธศาสตร์ BOI เอื้อ SME มากขึ้น ถกโครงการแลนด์บริดจ์ 26 มิ.ย. ยันคำนึงถึงทุกมิติ
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) นัดแรกวันที่ 22 มิ.ย. โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน จะรับฟังความเห็นจากภาคเอกชน เพื่อตั้งโจทย์ในการขับเคลื่อนและปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ในช่วง 4 ปีข้างหน้า ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง และยกระดับประเทศได้อย่างไรบ้าง
ทั้งนี้ ในการประชุม กรอ.จะดึงนายกสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยมาร่วมด้วย โดยโจทย์สำคัญคือการทำให้ Growth Story กระจายไปสู่ SME ด้วย ทั้งเรื่องแหล่งเงินทุนและผลิตภาพ ซึ่งจะช่วยเหลือผ่านกองทุนเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ที่อยู่ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยจะมอบเงินให้เปล่า (Grant) สนับสนุนแหล่งเงินทุนสำหรับ SME ที่ต้องการปรับโครงสร้าง เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
“จะปฏิรูปยุทธศาสตร์ BOI ให้ใช้ Local Content มากขึ้น โดย Local Content จะมีแต้มต่อจากกรมบัญชีกลาง เน้นเรื่อง Made In Thailand มากขึ้น ซึ่งต้องจับมือกับภาคเอกชน เพื่อตรวจสอบยืนยันว่าเป็นสินค้าไทย เลี่ยงการแอบอ้าง และให้เงินตกถึงคนไทยจริง ๆ รวมทั้งกระทรวงการคลังจะมีโครงการพี่ช่วยน้อง เข้าสู่เทคโนโลยีสมัยใหม่ และ Supply Chain”
ขณะเดียวกันรัฐบาลกำลังเร่งแก้ปัญหาเรื่องกฎระเบียบที่ไม่เอื้อต่อการลงทุน อย่างการทำ BOI Fast Pass ก็ยังทำต่อเนื่องเพื่อช่วยปลดล็อกให้การลงทุนเกิดขึ้น โดยวันนี้ BOI ได้วางแผนให้การลงทุนกระจายไปยังผู้ประกอบการ SME ล่าสุดได้อนุมัติโครงการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน เพื่อให้ SME เข้าถึงการลงทุนสมัยใหม่ด้วย ซึ่งในวันที่ 23 มิ.ย. นี้จะเชิญนักลงทุนเข้ามาหารือเพื่อต่อยอด BOI Fast Pass ซึ่งจะเป็นทางด่วนให้การลงทุนได้รับอนุมัติเร็วขึ้น
“วันนี้หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย คือเน้นการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานและจับมือร่วมกับภาคเอกชน ซึ่งสอดคล้องกับรายงานการคงเรตติ้งของสถาบันจัดอันดับเครดิต และตรงกับแนวคิดของกระทรวงการคลังที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไป”
นอกจากนี้ ในเรื่อง Data Center จะวางยุทธศาสตร์ร่วมกับ BOI เพื่อต่อยอดอุตสาหกรรมต้นน้ำและปลายน้ำ สร้างมูลค่าเพิ่มให้คนไทยได้ใช้งานถูกลงและปลอดภัยมากขึ้น รวมถึงพัฒนาทักษะนักวิทยาศาสตร์ด้าน Data Center และ Cloud Service
“ไทยมีจุดแข็งเรื่อง Data Center และต้องต่อยอดสู่ Cloud Service เราจะทำอย่างไรให้คนไทยใช้ได้ในราคาถูกลง ส่วนเรื่องน้ำและไฟเป็นพื้นฐานว่า Data Center ทั่วโลกใช้น้ำและไฟเยอะ และเราต้องคำนึงว่ายุทธศาสตร์ของ BOI จะต้องไม่แย่งทรัพยากรคนไทย แต่ต้องเสริม เช่น เปิด Direct PPA ให้มีการลงทุนพลังงานสะอาดควบคู่กันไปด้วย”
ดร.เอกนิติกล่าวด้วยว่า จากนั้นในวันที่ 26 มิ.ย. จะมีการประชุมโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งยืนยันว่าการพิจารณาเรื่องนี้จะคำนึงถึงทุกมิติทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และชุมชน
“วันนี้ผมไม่ได้เน้นเรื่องเศรษฐกิจไทยในระยะสั้น GDP ปีนี้ไม่ใช่เป้าหมายหลัก แต่เราต้องทำให้ดีขึ้นและมากกว่า 2% วันนี้หัวใจสำคัญคือเราต้องรักษาจุดแข็งด้านเสถียรภาพ กำจัดจุดอ่อนด้านการพึ่งพาพลังงาน และเน้นการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ไม่ให้ดุลบัญชีเดินสะพัดติดลบ กำจัดจุดอ่อนเรื่องทักษะแรงงาน เรื่องกฎที่ยุ่งยากต่อนักลงทุน เราต้องเสริมจุดแข็งและกำจัดจุดอ่อน มองเรตติ้งเป็นกำลังใจและเก็บเป็นการบ้านต่อไป”
ดร.สันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือจะทำอย่างไรให้คนไทยเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อย่าง Data Center หรือยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้ และเป็นโจทย์ที่กำลังทำผ่านกลไก BOI และ กรอ. พยายามเร่งแก้ไข
“ถ้าตั้งโจทย์ถูก ยังไงโลก ก็ไปถึงอนาคตแน่ แต่เราต้องเอาตัวเองเป็นส่วนหนึ่งให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะตกขบวน” ดร.สันติธารกล่าว