เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดรายชื่อ 9 วิทยากรจากประเทศไทย บนเวทีเศรษฐกิจระดับโลก ประชุม IMF-World Bank
Finance เปิดรายชื่อ 9 วิทยากรจากประเทศไทย บนเวทีเศรษฐกิจระดับโลก ประชุม IMF-World Bank
ไบเทค x กทม. ทำห้องสมุดรีไซเคิล-สนามเด็กเล่น ให้ชุมชนย่านบางนา
SD ไบเทค x กทม. ทำห้องสมุดรีไซเคิล-สนามเด็กเล่น ให้ชุมชนย่านบางนา
วงการอสังหาฯ จับตาขายกิจการ ”สวนสยาม” 2 รายชื่อดังสนใจ
Real Estate วงการอสังหาฯ จับตาขายกิจการ ”สวนสยาม” 2 รายชื่อดังสนใจ
‘มาสด้า’ ย้ำชัด ‘ไทย’ เป็นฐานผลิต-ตลาดสำคัญ
Automotive ‘มาสด้า’ ย้ำชัด ‘ไทย’ เป็นฐานผลิต-ตลาดสำคัญ
มอบรางวัล Thailand Real Estate Agent Awards 2026 ยกระดับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย
Real Estate มอบรางวัล Thailand Real Estate Agent Awards 2026 ยกระดับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย
ธนาคารโลก ดัน Small AI ในประเทศกำลังพัฒนา สร้างงาน เพิ่มมูลค่า
World ธนาคารโลก ดัน Small AI ในประเทศกำลังพัฒนา สร้างงาน เพิ่มมูลค่า
ฮอนด้า ยกเลิกชื่อ e:HEV ใช้ชื่อ “Honda Hybrid” เริ่มปี 2027
Automotive ฮอนด้า ยกเลิกชื่อ e:HEV ใช้ชื่อ “Honda Hybrid” เริ่มปี 2027
เปิดวงคุย “AI-แรงงาน” บนเวที IMF-WBG 2026 ปธน. สิงคโปร์ ชี้คนชั้นกลางเสี่ยงสุด
Tech เปิดวงคุย “AI-แรงงาน” บนเวที IMF-WBG 2026 ปธน. สิงคโปร์ ชี้คนชั้นกลางเสี่ยงสุด
ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 67,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 67,350 บาท
พนักงาน Thai PBS ค้านเปลี่ยนแหล่งงบฯ หนุนปฏิรูปองค์กร-เพิ่มธรรมาภิบาล
Politics พนักงาน Thai PBS ค้านเปลี่ยนแหล่งงบฯ หนุนปฏิรูปองค์กร-เพิ่มธรรมาภิบาล
ดูทั้งหมด

กสทช. ประกาศ ตัด ‘ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย’ ออกจากกฎ Must Have

23 มิ.ย. 2568 | 17:49น.
ราชกิจจาฯ-ราชกิจจานุเบกษา-1-ประกาศราชกิจจา

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ กสทช. ฉบับใหม่ พบตัด “ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย” ออกจากรายการกีฬาที่เข้ากฎ Must Have ต้องจัดให้มีการชมฟรีทางทีวีดิจิทัล 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2568 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป (ฉบับที่ 2)

โดยระบุว่า “โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป พ.ศ. 2555 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2555 เพื่อให้มีความเหมาะสมกับพฤติกรรมการรับชมบริการโทรทัศน์และสภาพอุตสาหกรรมโทรทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจบัน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 27 (6) และ (24) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ประกอบกับมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 2 บรรดาประกาศ ระเบียบ หลักเกณฑ์ หรือคำสั่งอื่นใด ในส่วนที่ได้กำหนดไว้แล้วในประกาศนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับประกาศนี้ ให้ใช้ประกาศนี้แทน

ข้อ 3 ให้ยกเลิกภาคผนวก รายการโทรทัศน์ที่กำหนด ตามข้อ 3 ของประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร์ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป พ.ศ. 2555 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2555 และให้ใช้ภาคผนวก รายการโทรทัศน์ที่กำหนด ตามข้อ 3 ท้ายประกาศนี้แทน

ประกาศ ณ วันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

ศาสตราจารย์คลินิกสรณ บุญใบชัยพฤกษ์

ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

สำหรับรายการกีฬา ที่เป็นไปตามกฎ Must Have ฉบับใหม่นี้ มีเพียง 6 ชนิดกีฬา ดังนี้

  • การแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเอียงใต้ หรือซีเกมส์ (South-East Asian Games, SEA Games)
  • การแข่งขันกีฬาสำหรับนักกีฬาคนพิการอาเซียนพาราเกมส์ (ASEAN Para Games)
  • การแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศในทวีปเอเชีย หรือเอเชียนเกมส์ (Asian Games)
  • การแข่งขันกีฬาสำหรับนักกีฬาคนพิการเอเชียนพาราเกมส์ (Asian Para Games)
  • การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก (Olympic Games)
  • การแข่งขันกีฬาสำหรับคนพิการหลายประเภทจากทั่วโลก หรือกีฬาพาราลิมปิก (Paralympic Games)

ทั้งนี้ กสทช.ได้ออกประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สําคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป เมื่อปี 2555 หรือที่คนในวงการโทรทัศน์เรียกว่า “Must Have”

โดยกฎดังกล่าวมีขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้รับบริการโทรทัศน์ที่มีคุณภาพอย่างเป็นธรรม และเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของคนด้อยโอกาสให้เข้าถึงหรือรับรู้และใช้ประโยชน์จากรายการของกิจการโทรทัศน์ได้อย่างเสมอภาคกับบุคคลทั่วไป

นอกจากนี้ มีกฎควบคู่กันคือมัสต์ แครี่ (Must Carry) ที่ผู้ถือลิขสิทธิ์จะต้องให้ผู้ชมได้รับชมผ่านทางทุกแพลตฟอร์ม

กฎดังกล่าวเป็นการบังคับให้แพลตฟอร์มบริการโทรทัศน์ทุกรายที่ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. นำช่องฟรีทีวี ไปออกอากาศในทุกช่องทาง ทั้งทางเสาอากาศ จานดาวเทียม เคเบิลทีวี และช่องทางออนไลน์ โดยต้องออกอากาศต่อเนื่องตามผังรายการของแต่ละสถานี ไม่มีจอดำเกิดขึ้นในบางรายการ

กฎ Must Have และ Must Carry มีผลบังคับใช้กับกิจการโทรทัศน์และรายการที่เป็นไปตามเงื่อนไขที่ กสทช. กำหนด

ยกตัวอย่าง การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ซึ่งเป็นรายการถ่ายทอดสด ตามกฎ Must Have คือ ต้องมีการถ่ายทอดสดทางฟรีทีวี ไม่สามารถเลือกถ่ายทอดได้เฉพาะทางทีวีดาวเทียม ทีวีบอกรับสมาชิก (Pay TV)

ขณะเดียวกัน การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกทางฟรีทีวี ต้องถ่ายทอดสดในทุกช่องทางการรับชม ทั้งเสาโทรทัศน์ (หนวดกุ้ง-ก้างปลา) ทีวีดาวเทียม เคเบิลทีวี และช่องทางทีวีออนไลน์ (Over-The-Top) ที่ได้รับใบอนุญาตโครงข่ายจาก กสทช. ตามกฎ Must Carry โดยไม่มีการจอดำ หรือตัดสัญญาณออกอากาศเกิดขึ้น

แม้กฎ Must Have และ Must Carry จะช่วยให้คนไทยสามารถเข้าถึงบริการฟรีทีวีได้อย่างเท่าเทียมก็จริง แต่เรื่องดังกล่าวก็สร้างความปวดหัวให้ผู้ถือลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดกีฬามาแล้ว

ย้อนไปเมื่อปี 2557 อาร์เอส (RS) ผู้ได้รับสิทธิการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2014 รอบสุดท้าย ยื่นฟ้อง กสทช. เพราะพบความไม่เป็นธรรมในการบังคับให้ผู้ถือลิขสิทธิ์ปฏิบัติตามกฎ Must Have

สุดท้าย เรื่องราวจบด้วยการที่ ศาลมีคำพิพากษา ไม่ต้องถ่ายทอดสดครบทุกนัด เนื่องจากเป็นการได้สิทธิการถ่ายทอดสด ก่อนมีการบังคับใช้กฎ Must Have

หลังจากกรณีบอลโลกที่อาร์เอสถือลิขสิทธิ์แล้ว ฟุตบอลโลกใน 2 ครั้งที่ผ่านมา คือปี 2561 และ 2565 ไม่มีธุรกิจคอนเทนต์เจ้าไหนเข้าไปติดต่อซื้อเลย โดยฟุตบอลโลก 2018 รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ติดต่อให้ภาคเอกชน 9 ราย ร่วมลงขันซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด มูลค่าสูงถึง 1,600 ล้านบาท และมีทรูวิชั่นส์ เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์หลักในประเทศไทย และออกสิทธิผู้ถือลิขสิทธิ์ย่อยให้กับช่องทีวีดิจิทัลที่ถ่ายทอดสดต่อ

ส่วนฟุตบอลโลก 2022 ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียงแค่ประมาณ 16 วัน ก่อนเปิดสนาม (นับจากวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565) ยังไม่มีเอกชนเจ้าไหนเข้าไปลงทุนซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดเลย แม้แต่เจ้าเดียว และอาจกลายเป็นว่า กสทช.จะต้องลงทุนซื้อลิขสิทธิ์มาถ่ายทอดสดเอง

ที่มา : สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล-ประเทศไทย