สนธิ ลิ้มทองกุล ขึ้นปราศรัยชุมนุมในรอบ 17 ปี ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย อนาคตอาจลงถนน ลั่น แค่ sample ถ้าทหารยึดอำนาจ ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม อย่าเอานายพลมาบริหารประเทศ
ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวทีปราศรัยโดยระบุว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี พร้อมเปิดคลิปเสียงคำปราศรัยของของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อดีตนายกรัฐมนตรี หลังเสียเขาพระวิหารให้กัมพูชา เมื่อปี 2505 ว่า “น้ำตาของข้าพเจ้าเป็นน้ำตาของลูกผู้ชาย ขอเลือดของความคลั่งแค้น และการผูกใจเจ็บไปชั่วชีวิต ทั้งชาตินี้ และชาติหน้า พี่น้องชาวไทยที่รัก ในวันหนึ่งข้างหน้าเราจะต้องเอาประสาทพระวิหารกลับคืนมาให้ชาติไทยให้จงได้”
นายสนธิ ยังกล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้คนไทยเป็นหนี้แบงก์ทั่วประเทศ เขากำลังฟ้องล้มละลาย คนที่ไม่มีเงินจ่ายอีกไม่กี่ปีก็จะมีคนล้มละลายทั่วประเทศ และจะยึดทรัพย์ ทั้งหมดเกิดขึ้นจากแบงก์ที่คิดดอกเบี้ยยุบยับ และจะรวมหนี้สินทั้งหมดที่เป็นหนี้เสียให้รัฐบาลซื้อ และก็คนรวยทั้งหลาย ตระกูลส้นตีนหลายตระกูลเข้าไปใช้อำนาจทางการเมืองเพื่อซื้อหนี้เสีย มูลค่า 100 ซื้อมาแค่ 10 บาท และมาตามเก็บจากประชาชนอีก ระบบการเมืองแบบนี้เอื้อประโยชน์ อำนวยให้คนรวย ให้คนมีเส้นสายรวยเอาๆ บนความพินาศของประชาชน
ตนเองไม่ได้ยุให้เกิดการรัฐประหาร เพราะทหารจะรัฐประหารก็ไม่ได้บอกตน จะทำเมื่อไหร่ก็ทำไป ถ้าเห็นว่าวิกฤติการเมืองเกิดขึ้น และแก้ไม่ได้ เขาจะทำก็เรื่องเขา แต่ขออย่างเดียว ถ้าจะทำ สาธุ ขออย่าเอาพลเอกมาบริหารชาติบ้านเมืองอีก ให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาประเทศชาติ
“เราเคยคิดว่าแผ่นที่ 1 ต่อ 200,000 เกิดขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อทหารยืนยันใช้อัตรา 1 ต่อ 50,000 นักการเมืองกระทรวงการต่างประเทศ ไปใช้ 1 ต่อ 200,000 ได้อย่างไรเขมร ตกลงกันเรื่องที่ดิน แบ่งปันพรมแดนกับเวียดนาม เขาใช้ 1 ต่อ 50,000 แล้วทำไมใช้ 1 ต่อ 200,000 กับเรา ให้ไทยต้องไปยอมใช้ตามมัน เรามีคนทรยศ ไอ้ และอี ที่ยังยืนยันว่า ต้องใช้ 1 ต่อ 200,000 แล้วก็รู้ว่าMOU 2543, 2544 เป็น MOU ที่จะทำให้เราเสียดินแดน อ้างนู่นอ้างนี่ เมื่อเรามีคนทรยศเป็นไส้ศึก มีความคิดที่จะหยวนๆ กับเขมร ได้ผลประโยชน์กับฮุน เซน” นายสนธิ กล่าว
นายสนธิ กล่าวอีกว่า การชุมนุมในครั้งนี้เป็นเพียง sample เล็กๆ ในกรุงเทพฯ ตำรวจบอกว่ามีคนมา 30,000 ตนมองว่าต้องคูณ 2 วันนี้ต้องมี 6-7 หมื่นคน ตนไม่เคยคิด 20 ปีที่แล้ว เดินขึ้นมาบนเวทีเพื่อไล่นายทักษิณ มาถึงวันนี้ 20 ปีให้หลัง เป็นความซวยของชีวิต มาถึงยุคที่ต้องไล่ลูกสาว และการชุมนุมครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ถ้าจำเป็นในอนาคตที่เราต้องลงถนน และเปลี่ยนแปลงชาติบ้านเมืองกับตนจะเอาหรือไม่