ภูมิธรรม นำทีมมหาดไทย เยือนศรีสะเกษ พบ ชรบ. จี้มั่นคงปราบยานรก-สางปัญหาวงการสงฆ์ ท่ามกลางสมรภูมิศึกเลือกตั้งซ่อม 2 บ้านใหญ่ ‘สมหมาย-ไตรสรณกุล’ วัดพลังการเมืองแดนอีสานใต้
ประเดิมลงพื้นที่ภารกิจแรก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการนายกรัฐมนตรี นำคณะผู้บริหารกระทรวงย่านคลองหลอด อาทิ นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวง, นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน, นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ลงพื้นที่ถิ่นศรีสะเกษ บินพบผู้บริหารท้องถิ่นอีสานใต้ ในการเปิดงานวันชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่มีผู้ว่าฯ 4 จังหวัด อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ และผู้ร่วมงานกว่า 4 พันคน รอต้อนรับ
การลงพื้นที่นี้ถูกจับตา เนื่องจากเป็นการยกทัพไปเยือนศรีสะเกษ ท่ามกลางสมรภูมิศึกเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 5 ที่มีคู่เอก 2 บ้านใหญ่การเมืองเจ้าถิ่น ประกาศสู้เพื่อหวังชิง 1 เก้าอี้สำคัญนี้
ค่ายแดงพรรคเพื่อไทย (พท.) ส่ง “น.ส.ภูริกา สมหมาย” หรือ “น้องกุ้ง” ลูกสาวนายอมรเทพ อดีต สส.แชมป์เก่าพรรค พท. ที่เพิ่งเสียชีวิตเมื่อ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะค่ายน้ำเงิน ส่ง “น.ส.จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล” หรือ อาจารย์อีฟ ลูกสาวนายธีระ ไตรสรณกุล อดีต สส. 5 สมัย พี่ชายนายวิชิต ไตรสรณกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ บิดา น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล นายทะเบียนสมาชิกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ลง
ฉะนั้นไม่แปลกที่ศึกเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษรอบนี้จึงเป็นสนามที่ถูกจับตาเป็นพิเศษ หลังพรรคภูมิใจไทย ออกจากพรรคร่วม สวมบทฝ่านค้าน จนทำให้รัฐบาลเกิดเสียงปริ่มน้ำ
ประเดิมงานแรกพบ ชรบ. 4 พันคน ซื้อใจพร้อมซัพพอร์ต
ทันทีที่ มท.ภูมิธรรม นั่งรถยนต์ ป้ายแดงทะเบียน น-3610 กรุงเทพมหานคร ถึงสนามกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ สถานที่จัดงานวัน ชรบ. หัวหน้าส่วนราชการ และนักการเมืองพรรคเพื่อไทย ในพื้นที่รอต้อนรับ ไร้เงา นายวิชิต ไตรสรณกุล นายก อบจ.ศรีสะเกษ ก่อนที่จะมีกองเชียร์คนเสื้อแดง มาให้กำลังใจพร้อมกล่าวกับรองนายกฯภูมิธรรม ว่า “นายคะ ศรีสะเกษ เขต 5 เราชนะค่ะ” ทำให้นายภูมิธรรม ถึงกับต้องเบรกและเดินออกไปทันที
จากนั้น นายภูมิธรรม กล่าวเปิดงาน “วันชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)” ประจำปี 2568 ต่อหน้า ชรบ. หัวหน้าส่วนราชการ ภาคีเครือข่ายกว่า 4 พันคน ว่า กระทรวงมหาดไทย เห็นความสำคัญของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน นี่เป็นปีแรกในประวัติศาสตร์ที่ยกย่องสดุดีผู้เสียสละชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านทุกคน จึงประกาศให้ 16 ก.ค.ทุกปี เป็นวันชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน
สำหรับจุดกำเนิด ชรบ. เนื่องจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามมีกำลังไม่เพียงพอในการตรวจลาดตระเวน สืบหาข่าว ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ป้องกันปราบปรามการกระทำผิดทางอาญา รวมไปถึงการช่วยเหลือเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ว่าด้วยลักษณะปกครองในท้องที่ จึงก่อตั้ง ชรบ.ขึ้น
ปัจจุบันมีจำนวนรวมกว่า 670,000 คนทั่วประเทศ สะท้อนบทบาทสำคัญในการดูแลความปลอดภัยและความมั่นคง ให้ประชาชนทั่วประเทศ
นายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า กระทรวงมหาดไทย พร้อมสนับสนุนการทำงานเต็มที่ พัฒนาศักยภาพเพิ่มพูนความรู้และจัดหาสิ่งสนับสนุน เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือเจ้าพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ก่อนที่จะมอบรางวัลแก่ ชรบ.ดีเด่น ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมจำนวน 24 รางวัล หลังจากนั้น ชรบ. ทั้ง 4 พันคน กล่าวคำปฏิญาณตนต่อหน้า รมว.มหาดไทย
จากนั้นคณะรองนายกฯภูมิธรรม เดินทางต่อไปมอบนโยบายขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด โดยก่อนที่การประชุมจะเริ่มขึ้น ภายหลังรับประทานอาหารมื้อกลางวัน นายภูมิธรรม เป็นตัวแทนข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ถือเค้กอวยพรวันเกิด “นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” ปลัดกระทรวงมหาดไทย วันเกิดอายุ 54 ย่างเข้าสู่ปีที่ 55
พร้อมอวยพรว่า “ตั้งแต่ที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปลัดช่วยทำงานผลักดันนโยบายสำคัญ ก็อยากให้ช่วยและตั้งใจทำงานเพื่อให้เกิดผลประโยชน์แก่ประชาชน ทำงานให้บรรลุเป้าหมาย” ทำให้นายอรรษิษฐ์ยิ้มอย่างชื่นมื่น

ปักยาแรง ‘แก้ยานรก-สางปัญหาวงการสงฆ์’
จากนั้น นายภูมิธรรม มอบนโยบายแก่หัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ในพื้นที่ 4 จังหวัดอีสานใต้ ว่า มาภารกิจครั้งแรกภายใต้กระทรวงมหาดไทยหลังได้รับตำแหน่ง เรื่องยาเสพติดเคยพูดในที่ประชุมให้นโยบายมาแล้วว่า ปัญหานี้มันหนักหน่วงรุนแรงไปที่ไหนก็มีแต่คนพูดถึงเรื่องนี้ จนกลายเป็นปัญหาสำคัญไม่แพ้กับเรื่องเศรษฐกิจ ฉะนั้นสิ่งสำคัญหากเราทำได้สำเร็จตามเปอร์เซ็นต์ต่าง ๆ ก็คงไม่เป็นปัญหา
ตลอดเวลาที่ตนเข้ามา 3 เดือน อยากให้ประชาชนรู้สึกเปลี่ยนแปลง นั่นคือปัจจัยหลักปัญหาเรื่องยาเสพติด ซึ่งอยู่ในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เพราะเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดในจังหวัด การจะทำให้หมดไปคือมหาดไทย ผู้ว่าราชการ นายอำเภอ รวมไปถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต้องร่วมมือกัน วันนี้เจอตัวเลข ชรบ. 6-7 แสนคน ถือเป็นตัวเลขที่น่าสนใจ หากใช้ให้ถูกต้องถูกระบบก็จะเป็นส่วนสำคัญในการทำหน้าที่ป้องกันรักษาชาติ เพราะวันนี้ภัยคุกคามประเทศไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะพื้นที่ชายแดน ชายแดนเป็นเพียงพื้นที่เส้นลำเลียงยาเสพติด เพราะฉะนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุด
รองนายกฯระบุว่า วันที่ 17 ก.ค.ที่จะถึงนี้ จะนัดประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งประเทศ และผู้บังคับบัญชา ผู้การจังหวัด ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จะต้องเข้าร่วมประชุมทุกจังหวัด “ไม่เข้าไม่ได้” เว้นแต่เรื่องเข้าเฝ้าเจ้านาย หรือป่วยหนักจริง ๆ หากไม่เข้าร่วมถือว่าไม่สนองต่อนโยบาย ตนจะย้ายทันที ทำแบบนี้ไม่ได้
พร้อมย้ำว่า สิ่งที่ตนทำไม่ได้เกลียดชังอะไรทั้งนั้น แต่หากไม่ทำประเทศก็จะไม่มีความสงบ ตนเอาจริงตลอด ตนดำรงตำแหน่ง รมว.มหาดไทย ขณะเดียวกันจากที่ตนได้ลงพื้นที่ ผู้การไม่ทำงานก็มี หรือจะเกษียณในปีนี้ก็เฉยชาไม่มา ร้ายกว่านั้นเป็นผู้อำนวยความสะดวกหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการยาเสพติด
“อยากเห็นการแก้ไขปัญหานี้ (ยาเสพติด) ทำควบคู่กับผู้มีอิทธิพลทั้งหมด แหล่งมั่วสุม รวมไปถึงเรื่องนี้เป็นปัญหาของพี่น้องประชาชน รัฐบาลจัดเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะผู้มีอิทธิพลหากินในเรื่องนี้หรืออยู่ข้างหลัง เช่น ทวงหนี้โหด ทำผิดกฎหมาย จึงบอกให้จัดการให้หมด”

นายภูมิธรรมกำชับว่า ขอให้ทุกฝ่ายทำอย่างจริงจัง เพราะจะเป็นบุญผลกับชาวบ้าน วันนี้มันทำลายครอบครัว ทำลายชีวิต ทำลายอนาคตและโอกาสของประชาชนและเยาวชน พร้อมย้ำว่า ไม่ทำไม่ได้ แต่ต้องดำเนินการตามสมควร เพราะฉะนั้น สิ่งที่ตนพูดมาจะให้เห็นว่ายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ
พร้อมกล่าวว่า เจ้านายทรงเป็นห่วงในเรื่องนี้ ฉะนั้นเป็นสิ่งที่กระทรวงมหาดไทยที่เป็นต้นเรื่อง ต้องประสานกับทางกระทรวงสาธารณสุขในเรื่องการฟื้นฟู บอกแล้วว่า 3 เดือนต้องเห็นผล ไม่ปล่อยหลุดโดยง่ายจะต้องทำจริงจัง
“อยากให้ทางกระทรวงมหาดไทย สร้างเครือข่ายตาสับปะรด ออกเป็นคำเสนอแนะหรือคำสั่งการให้เห็นว่า ให้ดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม แก้ไขปัญหายาเสพติด รวมไปถึงมีมาตรการป้องกัน อยากให้จัดระเบียบสังคมในเรื่องของการป้องกัน ยับยั้งโอกาสในการกระทำความผิด ทุกจังหวัดต้องดำเนินการค้นหาผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด” นายภูมิธรรมกล่าว
ในช่วงท้าย รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงระบุอีกว่า ตนดูทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ปัจจุบัน เรื่องความมั่นคงมีรูปแบบใหม่ที่ไม่ใช่แค่เรื่องการต่อสู้ป้องกันประเทศ แต่พูดถึงภัยด้านความมั่นคงในหลายมิติ อย่างเรื่องศาสนาที่เพิ่งเกิดขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องความมั่นคง
ปกติเราไม่เคยทำอะไรที่มากไปกว่าการจับสึก (พระสงฆ์) แต่ต้องพูดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมวงการคณะสงฆ์ เราได้คุยกันแล้วเดิมแค่จับสึก วันนี้จะเริ่มเห็นจับพระลาสิกขามารับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งหากติดตามข่าวจะพบว่ามีกระบวนการจับกุมสีกาทั้งหลายที่มีส่วนในการทำให้เกิดปัญหา
ก่อนย้ำว่า พระไม่ใช่ผู้เสียหาย แต่คือผู้มีส่วนร่วมทำให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันของชาติ และถือว่ามีความผิดที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่เราต้องการยกตัวอย่างให้เห็นว่า เมื่อก่อนเราไม่ถือว่าเป็นปัญหาอาชญากรรม แต่ไม่ใช่ เพราะอาชญากรรมแปลงร่างมาในหลายรูปแบบ
